วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 – 10.30 น. พอช. ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยน หัวข้อ ‘นวัตกรรมทางสังคมโอกาสการพัฒนาสู่ชุมชน’ เพื่อทำความเข้าใจในการสร้างนวัตกรรมทางสังคม โดยมีผู้สนใจร่วมพูดคุยผ่านระบบ zoom กว่า 60 คน
ดร.อำพล อาภาธนากร ผู้จัดการพัฒนานวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การสนับสนุนงานชุมชนของ NIA แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่
1.สมัครฝึกอบรม Social Innovation Village (SIV) IDEA HACK 2024 โดย NIA ไม่ได้สนับสนุนทุน แต่ให้ความรู้ทักษะต่าง ๆ เป็นกิจกรรมเพื่อเหลาไอเดีย แสวงหานวัตกรรมไปแก้ไขปัญหาชุมชน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 80 % ได้รับประกาศนียบัตร อบรม 3 เดือน ไม่ได้อบรมทุกวัน ปรากฏว่ามี 3 ชุมชนที่สามารถพัฒนาจัดทำโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ หมายความว่า โครงการคุณดี เจ๋ง ทาง NIA กับ พอช. จะพิจารณาพัฒนาโครงการเข้าขอรับทุน “ทุน คือ ผลพลอยได้เท่านั้น”
โดยปี 2565 มี 4 ชุมชนภาคเหนือ ที่โครงการสามารถจัดทำเป็นรูปธรรม ที่มีศักยภาพได้รับทุน ปี 2564-2565 สมัครเป็นชุมชนเดี่ยว
ปี 2566 ปรับรูปแบบลักษณะ 1 ทีม ประกอบด้วย 3 ชุมชน ปัญหาเดียวกัน คล้ายกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกัน คนละตำบล อำเภอ จังหวัด เป็นเครือข่ายรู้จักกันสมัครมาเป็นทีม ได้รับผลตอบรับดี มี 6 โครงการ ที่ได้รับการพัฒนาขอรับทุน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย กาญจนบุรี นราธิวาส ลำปาง แพร่ การรับทุนเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการทั้งหมด
ดร.อำพล แจงรายละเอียดว่า ระหว่างทางมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย มีการเปิดตัวโครงการ Open House มีการจัดกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาใช้ต้นไม้ปัญหา ฝึกนำเสนอ 7 นาที 5 นาที 3 นาที Pitching hacks มีกิจกรรม Clinic ให้คำปรึกษา Mid-list Pitching นำเสนอรอบสุดท้าย Finalist Pitching เมื่อชุมชนสมัครแล้ว จะได้เข้า line Group 28 ก.พ.67 ประกาศผลทีมที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น นำเสนอแนวคิดและคัดเลือกทีมเข้าร่วมกิจกรรม ประกาศผลทีมชุมชนเช้าร่วมกิจกรรม 4 มี.ค.67 เข้าร่วมกิจกรรม IDEAHACKS 2024 มี.ค.-พ.ค.67 ทุกทีมได้รับเลขหัสทีม
2.สมัครขอทุนผ่านหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation Driving Unit : SID) ซึ่งคือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ สมัครได้ไม่เกินเดือนมีนาคม 2567 ภาคกลาง ม.ธรรมศาสตร์ ภาคเหนือบน ม.พะเยา เหนือล่าง ม.นเรศวร ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ม.มหาสารคาม ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ม.อุบลราชธานี ภาคใต้ ม.ทักษิณ ชุมชนสามารถสมัครขอรับทุนๆ ละไม่เกิน 300,000 บาท (ดูรายละเอียดของแต่ละมหาวิทยาลัย)
แลกเปลี่ยนประประสบการณ์จากพื้นที่
นายอธิวัฒน์ ปิยะนันท์วงค์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดพะเยา บอกว่า ทำงานลักษณะเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน พอช.พยายามผลักดันผู้ประกอบการชุมชนในระดับฐานราก เชื่อมต่อกับหน่วยงานที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น โครงการผ้าอุ๊กลุ่มน้ำอิง ตำบลท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา นวัตกรรมการผลิตผ้าอุ๊กลุ่มน้ำอิงด้วยเครื่องอุ๊กผ้ากึ่งอัตโนมัติ ใช้เวลากว่า2 ปีจึงจะได้ดำเนินโครงการจนเป็นระบบไอน้ำแรงดันต่ำในการนึ่งผ้า
“NIA ให้เราไปดูโจทย์ว่าตำบลท่าวังทอง มีอะไรที่เป็นปัญหา เรามองแต่ปัญหาใหญ่ เช่น การแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำ อาจารย์ช่วยเหลาไอเดีย พบว่า ชุมชนทำผ้าอุ๊ก ผ้าไม่ติดสี ทำ 10 ชิ้น ผ้าติดสีเพียง 5 ผืน ได้เข้ากระบวนการอบ ณ วันนี้ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ชุมชนเกิดความตื่นตัว เริ่มต้นอยากได้งบประมาณ ตอนนั้นไม่มีนวัตกร เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2565 เข้าสมัครอบรม กระบวนการแก้ปัญหากลุ่ม นำมาสู่กระบวนการวิเคราะห์ NIA และ พอช. ร่วมกัน มีกระบวนการเวทีในแต่ละภูมิภาค เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนกัน บ่มเพาะทั้ง online offline เวที Idea Hack ที่สำคัญการสร้างนวัตกร กระบวนการแต่ละกลุ่มสนุก กระตุ้นตื่นตัวตลอดทั้งวัน ได้ชุดความรู้ ได้เพื่อนภาคีเครือข่าย ไป 1 Idea อาจได้กลับมา 10 Idea” นายอธิวัฒน์บอกประสบการณ์ที่ได้รับ
เขาบอกว่า ปี 2566 เขียนโครงการขอรับงบประมาณ ถือว่ายากพอสมควร ผ่านกระบวนการพิจารณาหลายรอบ นำเสนอ present 5 นาที นำภูมิปัญา + วิทยาศาสตร์ + เทคโนโลยี กล้าประกาศว่า เป็น 1 เดียวในประเทศไทยที่มีเครื่องอุ๊กกึ่งอัติโนมัติ NIA ได้ประสานนักวิชาการมหาวิทยาลัยพะเยา
ปัจจุบันกลุ่มอุ๊กผ้า สามารถผลิตสินค้าได้จำนวนมากขึ้น โดยยึดกลัก “คง” อัตลักษณ์ “ลด” ต้นทุน “เพิ่ม” มูลค่า ชุมชนมีรายได้เพิ่มถึง 300% จาก 30,000 บาท / เดือน เป็น 100,000 บาท/เดือน ปี 2566 มีการจัดเวที Idea Hack จังหวัดพะเยา ร่วมกันระหว่าง NIA พอช. มีกลุ่มคนรุ่นใหม่สนใจหลายกลุ่มเข้าร่วม
นายสว่าง สุขแสง ผู้แทนขบวนชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ทำงานร่วมกับ พอช. โดยใช้กลไกสภาองค์กรชุมชน บอกว่า ที่ผ่านมาทำงานภายใต้การขอรับงบประมาณจาก พอช. ต่อมาจึงเริ่มแสวงหางบประมาณจากหน่วยงานอื่น ๆ เมื่อเห็นโอกาสแล้วสนใจ สมัครไปในระบบ รอบแรกไม่ผ่าน รอบที่ 2 เข้ารอบ Pitching สุดท้ายก็ไม่ผ่าน รอบที่ 3 หารือกันว่าที่ไม่ผ่านเพราะอะไร ? ได้รับคำตอบว่า “ปัญหาของเราไม่ชัดเจน อยากทำ…แต่ไม่รู้จะทำอะไร ?”
“เราทำงานลักษณะเครือข่าย ทำงานเชิงยุทธศาสตร์ทำด้วยกันได้ ขอโอกาส NIA ว่าจะทำเครือข่ายอำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้ NIA ช่วยพัฒนาโจทย์ให้ชัดอีกครั้ง มีการลงพื้นที่หลายครั้งร่วมกับ NIA ในการพัฒนาโครงการ ทำให้ได้รับงบประมาณหลักล้านจาก NIA เห็นโอกาสว่า สามารถขยายไปพื้นที่อำเภออื่น” นายสว่างบอก
เขายกตัวอย่างที่อำเภอเกษตรวิสัย เป็นงานที่ทำเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่างๆ พอคุยกับชาวบ้าน นายอำเภอขอนัดประชุมในการขึ้น model ‘เกษตรวิสัย sandbox’ บางหน่วยงานสนับสนุนบุคลากร บางหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณ
นอกจากนี้ยังได้เข้าประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องนโยบายข้าวกับจังหวัด คณะทำงานในระดับจังหวัดเห็นโอกาสจากที่ชาวบ้านต้องการพัฒนาต่อยอด เริ่มต้นจากการเรียนรู้ นำไปสู่การขยายผล ทำให้พี่น้องเกิดการร้อยเรียงเป็นเครือข่ายมากขึ้น ที่ผ่านมาใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือ หากงบประมาณไม่มีความต่อเนื่องจะไม่ยั่งยืน แต่ NIA มีการสร้างรายได้ จะทำให้เกิดความยั่งยืน ยินดีหากต้องการให้เครือข่ายไปร่วมออกแบบกระบวนการทำงาน พัฒนาโจทย์ให้ชัดเจน
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ทั้ง 2 กรณีตัวอย่างช่วงขาขึ้นโครงการมีความแตกต่างกัน ชุมชนจังหวัดพะเยา สมัครผ่าน INNOVATION VILLAGE IDEA HACKS SOCIAL มาทาง NIA มีกระบวนการขาขึ้นโครงการแตกต่างกัน
ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าช่องทางผ่านมหาวิทยาลัย ปีแรกมีการลงพื้นที่ NIA ทำงานร่วม บพท. ปีที่ 2 พื้นที่ Sandbox ร่วมกับหน่วยงานใน อว. NIA สกสว. วช. พช. บพท. เป็นต้น เริ่มจากอำเภอปทุมรัตน์ ไปช่วยที่อำเภอเกษตรวิสัย ขยายผลไประดับจังหวัด
ทั้งนี้ชุมชนและผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.codi.or.th หรือ https://www.nia.or.th/
รายงานโดยสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)









