
พอช. : วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 คณะอนุกรรมการสนับสนุนงานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ครั้งที่ 1/2567 เวลา 13.30-16.30 น. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) จัดประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนงานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุม 301- 302 ชั้น 3 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และการประชุมทางไกล (Video Conference) ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings มีอนุกรรมการและผู้เข้าร่วม กว่า 30 คน ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการนำเสนอฐานข้อมูลชุดความรู้และงานวิชาการ (CODI KNOWLEDGE DATABASE) ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เพื่อจัดทำเป็น km Stock ที่มีการรวบรวมรายชื่อและพื้นที่ที่ พอช.และขบวนองค์กรชุมชนมีการจัดการความรู้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 ถึงปัจจุบัน รวม 832 ชุด แบ่งเป็น ชุดความรู้ บทความ เรื่องเล่า และงานวิจัย ประเมินผล โดยมีแนวทางที่จะ mapping องค์ความรู้ในพื้นที่ที่มีการดำเนินการซ้ำและดำเนินการมาอย่างยาวนาน สามารถยกระดับ ดังนี้ (1) การทำเป็น “ตัวแบบ หรือ ต้นแบบ” โดยควรมีการขยายผลผ่านการ UP SKILL ผ่านกระบวนการจัดการความรู้ (2) การจัดทำ DATABASE กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้ประโยชน์จากฐานระบบข้อมูลดังกล่าวทั้งในประเทศ(นักวิจัย-ผู้ปฏิบัติการ-หน่วยงาน) และต่างประเทศ (นักศึกษา-นักวิจัย) (3) ความต้องการในการ แลพระบบข้อมูล ที่จะนำไปสู่ “ชุดความรู้เชิงกระบวนการ” ที่มีทั้งเทคโนโลยี และนวัตกรรม สามารถแยกเลเยอร์ เป็น Community AC (คน-เครื่องมือ ที่เป็น Howto-ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น) หากดำเนินการให้เป็นระบบ จะนำไปสู่ “การจัดการความรู้ ผสานการเรียนรู้” กลยุทธ์ศาสตร์การขับเคลื่อนที่ยึดโยงภารกิจของ พอช. ที่ยึดโยงงานพัฒนาเชิงพื้นที่ (หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด) โจทย์สำคัญคือการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่เข้าถึงชุมชน ตลอดจนการวางแนวนโยบาย (Policy curve ) ให้เห็นองค์รวมการพัฒนาชุมชน ที่ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ และยกระดับงานวิชาการ (4) การมองถึงคนที่ใช้ประโยชน์ในการใช้ข้อมูลชุดความรู้/พื้นที่ความรู้ อาจจะนำมาสู่การระบุ case ในกูเกิ้ลแมพ (google map) เพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้ประโยชน์ทั่วไป และมีกระบวนหารจัดฟอรั่ม ย่อยความรู้ นำเสนอผ่านเวที Talk ผ่านระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง (5) การจัดการ case เป็นระบบ case center เก็บประโยชน์จากคนที่มาใช้ประโยชน์จาก case พื้นที่รูปธรรมของชุมชน ซึ่ง พอช. ควรมรการศึกษาแนวทางกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในการนี้ ได้มีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนแผนและแนวทางการจัดการองค์ความรู้ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ปี 2567 ประกอบด้วย 1. การพัฒนาระบบการจัดการความรู้และการสื่อสาร 2. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและขบวนองค์กรชุมชน เพื่อขยายภาคีเครือข่าย 3. การพัฒนาองค์ความรู้และงานวิจัยสู่นวัตกรรม 4. การสนับสนุนและยกระดับการสื่อสารการผลักดันนโยบายสาธารณะ โดยระบุถึง “การพัฒนาระบบการจัดการความรู้” โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้มีการจัดทำชุดองค์ความรู้ของสถาบัน และขบวนองค์กรชุมชน ที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จัดการความรู้จากการปฏิบัติ ถอดบทเรียนกรณีพื้นที่รูปธรรมที่ประสบความสำเร็จเพื่อขยายผล ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา นักวิชาการ ในการค้นหาองค์ความรู้ชุมชนผ่านการศึกษาวิจัย เพื่อยกระดับสู่การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนท้องถิ่น
ด้านการประสานความร่วมมือกับภาคีวิชาการที่เกี่ยวข้อง ในปี 2566 ที่ผ่านมา พอช. ทำบันทึกความร่วมมือกับวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (English Program) เพื่อ (1) แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมทางวิชาการระหว่าง พอช. กับ วิทยาลัยโลกคดี (2) ความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และสนับสนุนองค์ความรูัเพื่อสร้างนวัตกรรมและพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน (3) การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่เพื่อการศึกษาและการขับเคลื่อนชุมชน (4) การสื่อสารงานพัฒนาของ พอช. ในระดับนานาชาติ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน โดยในปี 2567 มีแนวทางดำเนินการภายใต้ความร่วมมือ ในเรื่องของการทำ catalog ข้อมูล / case ต่างๆ ของ พอช. ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ การเผยแพร่ catalog ไปสู่สังคมนานาชาติ และเปิดให้สมัครสมาชิก เพื่อเข้าถึงข้อมูล และได้รับการอำนวยความสะดวกในการทำวิจัย ดูงาน และฝึกปฏิบัติ พัฒนาระบบ ICT แผนดำเนินการคัดเลือกงานวิจัย/case study ที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ เป็นประเด็นขยายผลต่อได้ ที่มีอยู่ โดยต้องมีแนวทางในการดำเนินการเป็นภาษาอังกฤษ และแผนจัดอบรมเทคนิคการเขียนบทความวิชาการ ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ หรือตีพิมพ์ใน book, publications เป็นต้น โดยจะขอหารือกับสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อไป
ทั้งนี้ ในปีนี้ พอช.มีเป้าฟมายในการจัดการความรู้ของขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคมมีชุดความรู้คุณภาพ 20 พื้นที่ โดยคณะอนุกรรมการได้มีข้อเสนอต่อการจัดการความรู้ว่า นอกจากจะถอดรูปธรรมความสำเร็จแล้วนั้น ควรมรการถอด pain point ของชุมชน เพื่อให้ได้เครื่องมือใหม่ แนวคิดใหม่ ทฤษฎีใหม่ ซึ่งอาจจะมีการดำเนินการในพื้นที่ร่วม ทั้งของ พอช. บพท. สกสว. Nia เป็นต้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้หรือขับเคลื่อนร่วมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง “พัฒนาให้คนมีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนางานของตนเอง”
และจะมีการดำเนินโครงการศึกษาวิจัย “การบูรณาการภาคีร่วมพัฒนาเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ใน 5 พื้นที่ จ.ตราด สระบุรี สุพรรณบุรี สตูล และยะลา ที่จะมีการลงพื้นที่เพื่อศึกษาวิจัยในช่วงเดือนมีนาคม 2567 นี้ต่อไป
















