ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค ร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. จัดสัมมนาเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค “ถอดทุกเรื่อง ถกทุกประเด็น ให้เป็นผลและแผล สู่การออกแบบแผนงานและเป้าหมายร่วมของขบวนสวัสดิการชุมชน 5 ภาคและ พอช. ในปี 2567”
วันที่ 2 – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดตราด ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการ 5 ภาคร่วมกับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน พอช. รวมกว่า 50 คน ร่วมสัมมนาเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค เพื่อถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนครอบคลุมทุกพื้นที่และประเด็นงานในพื้นที่ 5 ภาค ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา
สู่การกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน ในปี 2567 โดยมีกระบวนการในการแลกเปลี่ยนความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคต่อการขับเคลื่องานในพื้นที่ การแบ่งกลุ่มออกวิเคราะห์พื้นที่ จัดทำแผนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน ในปี 2567 และข้อเสนอต่อการสถาบันในการหนุนเสริมงานของขบวนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่จะนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ
จาการดำเนินงานเกิดแผนงานและเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนร่วมกันในปี 2567 ดังนี้ (1) เดินหน้าจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมครอบคลุมทุก อปท. และเพิ่มสมาชิกกองทุนให้ได้มากกว่า 10 ล้านคน (2) จัดทำ “หลักสูตรการพัฒนานักปฏิบัติการงานสวัสดิการชุมชน” โดยจัด Work Shop ให้กับกลไกสวัสดิการชุมชนทุกระดับ และผู้ปฏิบัติงาน พอช. ให้เป็นนักปฏิบัติงานเชิงรุก (3) สร้างคู่มือการพัฒนาและแก้ไขปัญหากลไกและกองทุนสวัสดิการชุมชน (4) พัฒนาระบบข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกกองทุนที่ได้รับการจัดตั้ง และส่งเสริมการใช้งานโปรแกรมบริหารการเงินและบัญชีกองทุนสวัสดิการชุมชน (Codi_SWF) จำนวน 500 กองทุน (5) ผลักดันแผนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ให้เชื่อมกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด (6) ยกระดับงานสวัสดิการชุมชนให้ครอบคลุมทุกมิติ
และในช่วงท้ายนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้กล่าวของคุณพี่น้องเครือข่ายสวัสดิการที่ช่วยเป็นพลังสำคัญในการร่วมสร้างระบบสวัสดิการให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และขับเคลื่อนงานร่วมกับ พอช. ให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด 2566 ที่ผ่านมา พร้อมประกาศชูงานสวัสดิการชุมชนเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนงานของสถาบัน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และให้แนวทางการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การเปิดพื้นที่ใหม่ (2) การพัฒนาพื้นที่เก่าที่อ่อนแอให้ดำเนินการได้และยกระดับพื้นที่เข้มแข็งเป็นพื้นที่เรียนรู้ (3) การเพิ่มกลไกการขับเคลื่อนงานในระดับตำบล (4) สนับสนุนงานด้านกฎหมายต่อเนื่อง (5) การประสานหาหน่วยงานมาเสริมหนุนงานสวัสดิการชุมชน และ (6) การเปิดพื้นที่งานสวัสดิการชุมชนให้หน่วยงานภายนอกได้รับรู้















