สุพรรณบุรี : วันที่ 9 มกราคม 2567 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักงานภาคกลางและตะวันตก จัดเวทีบันทึกความร่วมมือการรับงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชน ปี 2567 ผ่านโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนและโครงการบ้านพอเพียง ระหว่างสถาบันฯ กับผู้แทนคณะประสานงานขบวนองค์ค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี และระหว่างสถาบันฯ กับผู้แทนสภาองค์กรชุมชนระดับตำบล และพิธีมอบเกียรติบัตรแก่สภาองค์กรชุมชนที่ช่วยเหลืองานพัฒนาในพื้นที่ระดับตำบล ณ ห้องประชุมสนามบินฮอ ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. พร้อมด้วยนายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก และเจ้าหน้าที่สำนักงานภาคฯ เข้าร่วม และได้รับเกียรติจากนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดสุพรรณบุรี มอบประกาศเกียรติคุณให้กับสภาองค์กรชุมชนที่ช่วยเหลืองานพัฒนาในพื้นที่ระดับตำบล จำนวน 56 ตำบล
ในปี 2567 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก พอช. ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 3 โครงการ งบประมาณรวม 6,172,942 บาท ได้แก่ 1) โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 371,000 บาท เป็นงบประมาณในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 15 ตำบล และการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชน 20 ตำบล 2) โครงการสนับสนุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 285,000 บาท และโครงการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล จำนวน 20 กองทุน สมาชิก 6,568 คน งบประมาณ 1,083,720 บาท 3) โครงการบ้านพอเพียงระดับจังหวัด จำนวน 128,222 บาท และโครงการบ้านพอเพียงระดับตำบล จำนวน 36 ตำบล ผู้รับประโยชน์ 205 ครัวเรือน งบประมาณ 4,305,000 บาท นอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนในการบริหารจัดการจังหวัด จำนวน 70,000 บาท รวมในปี 2567 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับงบประมาณจาก พอช. ทั้งสิ้น 6,242,942 บาท
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้กล่าวถึงการก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนรวมถึงแนวทางการพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง โดยมีใจความว่า พอช.เกิดขึ้นมาพร้อมกับความเชื่อของรัฐบาล และอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเชื่อว่าถ้าชุมชนเข้มแข็งประเทศไทยก็ไปรอด และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของรัฐในช่วงนั้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด รวมทั้งนโยบายต่างๆ ของรัฐเองได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ คือ เรื่องความยากจนของประชาชนและความเหลื่อมล้ำที่ยังคงอยู่และนับวันจะยิ่งขยายเพิ่มมากขึ้น
“สิ่งที่จะมาจัดการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ คือ ชุมชนท้องถิ่น ที่ต้องเป็นชุมชน ท้องถิ่น เพราะว่าชุมชนกับท้องถิ่นแยกจากกันไม่ได้ ชุมชน หมายถึงหมู่บ้าน ผู้คน มีวิถีชีวิต ขณะที่ท้องถิ่นเป็นหน่วยการปกครอง มีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานรัฐเองก็ทำหน้าที่ในการนำนโยบายจากรัฐบาลส่วนกลางมายังท้องถิ่นผ่านหน่วยงานต่างๆ ซึ่งนโยบายและบทบาทการทำงานของแต่ละหน่วยงานบางครั้งไปคนละทิศคนละทางและยังมีช่องว่าอยู่ ดังนั้น จึงต้องมีองค์กรชุมชนมาเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ โดยที่ขบวนองค์กรชุมชนซึ่งเป็นผู้มีจิตอาสาทำงานโดยไม่มีเงินเดือนเข้ามามีบทบาทสำคัญ จึงเป็นที่มาของการเกิด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 เพื่อรับรองสถานะของขบวนองค์กรชุมชน และเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน” ผู้อำนวยการ พอช. กล่าว
นายกฤษดากล่าวต่อว่า งานของขบวนองค์กรชุมชนไม่ได้มีหน้าเดียว มีทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านทรุดโทรม ไม่มั่นคงปลอดภัย และยังรวมถึงการแก้ปัญหาบ้านที่ประสบภัยพิบัติจากพายุ น้ำท่วม ไฟไหม้ การขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการชุมชน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันชีวิตให้กับคนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ การสนับสนุนเรื่องการพัฒนาอาชีพ โดยมีงบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบของรัฐ และในปีนี้ พอช.ยังมีหน้างานใหม่ตามกรอบงบประมาณ ปี 2567 ซึ่งเป็นอีก 1 เรื่องที่สำคัญ คือ การนำข้อมูลของประชาชนที่จดแจ้งในฐานข้อมูล TP MAP มาใช้ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องอาชีพ การเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัย การศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการของรัฐ โดยในปีนี้ พอช.ได้รับงบประมาณทั่วประเทศ จำนวน 50 ตำบล ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นหนึ่งในนั้นด้วย
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า จากการศึกษาข้อมูลของจังหวัดสุพรรณบุรี พบว่ายังมีหลายเรื่องที่ต้องชวนพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนมาร่วมกันคิดและออกแบบการทำงานมากขึ้น เช่น มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่เต็มพื้นที่ ยังมีผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยอีกเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลที่ดูเนื้อหาแล้วยังพุ่งเป้ามาที่หน่วยงาน พอช.ค่อนข้างมาก ซึ่งต้องแสวงหาความร่วมมือในการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย











