การประชุมคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ วันนี้ (15 ธันวาคม)
พอช / ประชุมบอร์ด พอช. ประจำเดือนธันวาคม 2566 มีประเด็นสำคัญเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยร่วมกันระหว่าง พอช. กับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยในปี 2567-2568 สองหน่วยงานจะดำเนินการร่วมกันประมาณ 1,200 ครัวเรือน ขณะที่บอร์ด พอช. รับทราบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนบ่อนไก่ กรุงเทพฯ ที่ประสบเหตุไฟไหม้ หนุนแนวคิดการสร้างชุมชนบนตึกสูง 300 ยูนิต ใช้เป็นที่อยู่อาศัย สร้างพื้นที่พาณิชยกรรม สร้างพื้นที่สีเขียว และปลูกผัก
วันนี้ (15 ธันวาคม) ที่ห้องประชุม 301-302 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ มีการประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ (บอร์ด พอช.) ครั้งที่ 13/2566 มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานในการประชุม มีนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ ร่วมประชุมในห้องประชุม พร้อมทั้งคณะกรรมการสถาบันฯ และเจ้าที่หน้าสถาบันฯ นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบซูม รวมทั้งหมดจำนวน 60 คน
พอช.พัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ปี 2567-2568 อีก 1,200 ครัวเรือน
การประชุมในวันนี้มีวาระเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ พอช.ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในหลายพื้นที่ เช่น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย่านซอยวัดเทพลีลา เขตวังทองหลาง ย่านวัดปทุมวนาราม และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนย่านบ่อนไก่ (นวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เศรษฐกิจ)
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวว่า พอช. ได้ทำเอ็มโอยูร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2547 โดยดำเนินการแล้ว 39 ชุมชน และตอนนี้ได้ยกระดับต่อ โดยการแก้ไขปัญหาทั้งย่าน เช่น ย่านซอยวัดเทพลีลา เขตวังทองหลาง 3 ชุมชนซึ่งเพิ่งยกเสาเอกก่อสร้างบ้านเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีแผนที่จะดำเนินการต่อในปี 2568 อีกประมาณ 200 ครัวเรือน ซึ่งจะทำให้เราแก้ปัญหาทั้งย่านได้
“โจทย์สำคัญก็คือแนวทางต่อไปก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต จากการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งย่านร่วมกับเจ้าของที่ดินก็จะสามารถคืนที่ดินเพื่อให้เจ้าของที่ดินได้ 25 ไร่ และที่สำคัญที่ได้วางแผนร่วมกันก็คือคุณภาพชีวิต เรื่องพื้นที่ปลูกผัก เป็นเศรษฐกิจของชุมชนที่จะขยับทำงานต่อ และสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับย่านเพื่อที่จะเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ท้องถิ่น ท้องที่ ซึ่งที่วังทองหลางมีความเข้มแข็งสามารถเชื่อมโยงกับทางสำนักงานเขตวังทองหลางได้ และเชื่อมโยงกับงบ สปสช.เพื่อนำมาพัฒนาเรื่องสุขภาพ เรื่องคุณภาพชีวิตต่อไป” รอง ผอ.พอช. กล่าว
นอกจากนี้ รอง ผอ.พอช. ยังกล่าวถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยร่วมกับสำนักงานทรัพย์สิน ฯ หลังวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูง อยู่ระหว่างกระบวนการออกแบบร่วมกัน เดิมชุมชนอยู่แฟลตจำนวน 3 แฟลต ประมาณ 200 ครัวเรือน และอยู่ในที่ราบอีก 40 ครัวเรือน ชุดนี้จะมีการขยับมาอยู่ที่ซอยรามคำแหง 39 หรือซอยวัดเทพลีลา เป็นอาคารสูง 4 ชั้น เป็นอาคารที่ไม่ได้มีการใช้งานของสำนักงานทรัพย์สินฯ รวมทั้งกรณีชุมชนซอยสีคราม ชุมชนท่าน้ำสามเสน ชุมชนตลาดเก่า โดยในช่วงปี 2567-2568 พอช.จะทำงานร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินฯ ประมาณ 1,200 ครัวเรือน
ยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ 3 ชุมชนในซอยรามคำแหง 39 เขตวังทองหลาง เมื่อ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา
โครงการ ‘บ่อนไก่’ อาคารแนวสูงและพื้นที่พาณิชยกรรม
ชุมชนบ่อนไก่เป็นชุมชนผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตั้งอยู่ในแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เกิดเหตุไฟไหม้เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 มีบ้านเรือนเสียหาย 69 ครัวเรือน และชุมชนกุหลาบแดงที่อยู่ใกล้เคียงกันเกิดเหตุไฟไหม้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 มีบ้านเรือนเสียหาย 3 ครัวเรือน
ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้สำรวจความเดือดร้อน รับรองสิทธิ์ผู้เดือดร้อน และสนับสนุนงบประมาณโครงการที่อยู่อาศัยชั่วคราวกรณีไฟไหม้ไล่รื้อ 2 ครั้ง และดำเนินการจัดระบบองค์กรชุมชนและกลุ่มย่อยเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง เช่น จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช.เยี่ยมชาวบ่อนไก่และมอบงบประมาณช่วยเหลือชาวชุมชน
นอกจากนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ออกแบบแนวทางการบริหารโครงการร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยมีข้อเสนอให้สถาบันฯ เป็นผู้เช่าที่ดินและดำเนินการโครงการในที่ดินเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิมมากนัก โดยให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมและจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อบริหารโครงการ ทั้งด้านเศรษกิจ สังคม ชุมชน ด้านการออกแบบและก่อสร้าง และด้านการเงินโครงการ
ส่วนด้านการออกแบบนั้น ชุมชนบ่อนไก่และชุมชนกุหลาบแดง เป็นพื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ คือ สวนลุมพินี สวนเบญจกิตติ สวนป่าเบญจกิตติ และโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ คือ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และโครงการวันแบงค็อก ดังนั้นจึงออกแบบโครงการให้ชุมชนสามารถทำมาค้าขายได้
นางสาวเฉลิมศรี กล่าวว่า โครงการบ่อนไก่เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูง โดยได้มีการศึกษาโครงการนี้มาประมาณ 3-4 เดือน มีกระบวนการในการสำรวจผู้เดือดร้อนและได้ร่วมกันออกแบบการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งย่าน ประมาณเกือบ 1,000 ครัวเรือน แต่โครงการแรกจะทำประมาณ 300 ครัวเรือนเพื่อเป็นตัวอย่าง
ส่วนรูปแบบที่จะสร้างอาคาร เราให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1. เป็นการออกแบบที่อยู่อาศัยในรูปแบบแนวสูง สร้างพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สีเขียว สาธารณูปโภค และจะทำให้เกิดการอาศัยอยู่ร่วมกัน มีระบบการบริหารพื้นที่ร่วม ดูแลร่วมกันของชุมชนได้อย่างไร
เรื่องที่ 2 การออกแบบพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม สร้างพื้นที่ทางเศรษฐกิจของชุมชนในระดับย่านเพื่อที่จะเชื่อมโยงกับวันแบงค็อกได้อย่างไร
เรื่องที่ 3 จะทำอย่างไรให้มีการพัฒนาด้านสังคมเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งโดยองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา วิถีชีวิต อัตลักษณ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน ถึงแม้จะอยู่แนวสูงแต่ความสัมพันธ์ในชุมชนก็จะเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง
“แนวทางการดำเนินการที่ได้หารือกับทางเจ้าของที่ดิน ทาง พอช.จะเป็นผู้ช่าที่ดินจากสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จัดตั้งสำนักงานเพื่อบริหารโครงการพิเศษ งบประมาณก็มีจากสี่ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้งบประมาณจากโครงการบ้านมั่นคง ส่วนที่ 2 ชุมชนอาจจะเสนอสินเชื่อเพิ่มเติม ส่วนที่ 3 เจรจากับสถาบันการเงินเพื่อเป็นแหล่งทุน หารือภาคเอกชนในการลงทุนร่วมกัน ส่วนที่ 4 อาจจะสมทบจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ส่วนโครงสร้างการบริหารโครงการบ่อนไก่จะมีบอร์ดระดับนโยบาย ซึ่งประกอบด้วยสำนักงานทรัพย์สินฯ พอช. ชุมชน และภาคเอกชน” รอง ผอ.พอช. กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงาน
นวัตกรรมใหม่สร้างชุมชนบนตึกสูง-พื้นที่พาณิชยกรรม
ทั้งนี้รูปแบบโครงการบ่อนไก่จากการศึกษาเบื้องต้น จะเป็นอาคารที่อยู่อาศัยรวมผสมผสานพื้นที่พาณิชย์ ขนาดความสูง 6-7 ชั้น ออกแบบให้รองรับการอยู่อาศัยร่วมกันแบบชุมชนจำนวน 300 ครัวเรือน พื้นที่ส่วนกลางชุมชน และพื้นที่พาณิชย์เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอาชีพของชุมชน
1.การออกแบบที่อยู่อาศัยทางสูงในรูปแบบชุมชน สร้างพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เช่น พื้นที่สีเขียว สาธารณูปการในชุมชน ทั้งในแนวราบและแนวตั้ง ที่ส่งเสริมให้เกิดการอยู่อาศัยร่วมกัน และมีระบบการบริหารจัดการพื้นที่และการดูและร่วมกันโดยชุมชน ต่างจากโครงการที่อยู่อาศัยรวมในรูปแบบเดิมที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย
- 2. การออกแบบพื้นที่พาณิชย์กรรม สร้างพื้นที่ทางเศรษฐกิจทั้งระดับชุมชนและระดับย่าน ยกระดับและเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชน อาชีพชุมชน ไปกับย่านบ่อนไก่พร้อมกันกับโครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งนำรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโครงการ
3.การพัฒนาด้านสังคมเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งโดยองค์กรชุมชนเป็นหลักในการจัดการพัฒนาตามวิถีชีวิต เอกลักษณ์ สร้างความสัมพันธ์แบบชุมชนให้เกิดการดูแลช่วยเหลือกันผ่านกองทุนชุมชนในการจัดสวัสดิการ การดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมอาชีพเพื่อการสร้างความสามารถในการจ่ายของชุมชนในการพัฒนาและดูแลบำรุงรักษาอาคารที่อยู่อาศัย
4 ออกแบบแนวทางการบริหารโครงการร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จากรูปแบบโครงการที่มีความซับซ้อน ทั้งการออกแบบพื้นที่ชุมชน การออกแบบพื้นที่พาณิชย์ มูลค่าโครงการ การบริหารงานก่อสร้าง และการบริหารจัดการอาคารทั้งการอยู่อาศัยและการพาณิชย์ จึงมีข้อเสนอให้ พอช.เป็นผู้เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์และเป็นผู้ดำเนินการโครงการ โดยให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง พอช. ชุมชน ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงาน ด้านการจัดการที่อยู่อาศัย ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม และจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการโครงการในด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ด้านงานออกแบบและก่อสร้าง และด้านการเงินโครงการและธุรการ
แนวทางการดำเนินการโครงการ 1. พอช. เป็นผู้เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2. จัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการเชื่อมโยงการพัฒนากับภาคเอกชนพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน 3. ดำเนินการด้านงบประมาณ ใช้งบประมาณโครงการบ้านมั่นคงสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานบริหารโครงการ เพิ่มเพดานงบอุดหนุน/สินเชื่อ เจรจาสถาบันการเงินเพื่อเป็นแหล่งทุน และหารือภาคเอกชนในการลงทุนโครงการร่วม สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์สนับสนุน/ลงทุนร่วม
ผังชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตปทุมวัน
ต้นแบบชุมชนแนวสูง ข้างล่างทำการค้า สร้างพื้นที่ปลูกผัก
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ฯ กล่าวว่า โครงการรูปแบบใหม่ที่ พอช.ยังไม่เคยทำในที่อื่นอย่างเต็มที่แบบนี้ โดจะสร้างระบบการอยู่อาศัยขึ้นเป็นแฟลตและมีจำนวนรวมทั้งหมด 300 ครัวเรือน แต่อาจจะต้องสร้างก่อน 70 ครัวเรือน และเป็นระบบที่ชาวบ้านบริหารจัดเอง ไม่ต้องไปจ้างเอกชนมาเป็นผู้ดูแลให้ จะมีเรื่องของสังคม เรื่องสวัสดิการ เรื่องเด็ก เรื่องผู้สูงอายุ เรื่องการจัดการโดยชุมชนอยู่ในแฟลต
“เราอยากทำโมเดลของการสร้างชุมชน จัดการชุมชนแนวตั้ง แล้วก็มีสีเขียวด้วย เรื่องการสร้างชุมชนสีเขียวนี้จะมีสถาปนิก มีนักออกแบบที่เป็นคนมีชื่อเสียงมาช่วยคิดระบบ จะมีเรื่องการปลูกผักเต็มที่ จะเป็นโมเดลซึ่งมีลักษณะ เฉพาะ แล้วยังมีเรื่องของภาคธุรกิจที่เราจะเปิดพื้นที่ข้างล่าง สามารถทำการค้าได้ด้วย แต่ว่าพื้นที่ข้างล่างก็จะเชื่อมโยงแล้วจะทำเป็นซับมาร์เก็ตที่ไม่ได้ใหญ่” นางสาวสมสุขกล่าว และว่าได้มีการหารือกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่จะสนับสนุนโครงการแล้ว เพื่อมาช่วยจัดการในเรื่องของการหารายได้เชิงธุรกิจ และจะนำกำไรส่วนหนึ่งมาชดเชยการลงทุน พร้อมกับสร้างพื้นที่อาชีพให้กับชาวบ้านไปพร้อมๆ กัน
7 / แนวคิดในการออกแบบอาคารและชุมชนให้เชื่อมโยงกับสวนสาธารณะและศูนย์การค้าในย่านนั้น
นางสาวสมสุขกล่าวด้วยว่า โครงการนี้จะทำให้เรียบร้อยภายใน 5 ปี และจะเป็นรูปแบบใหม่ที่ทาง พอช.ต้องทำให้เกิดขึ้นเพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าไปได้ ซึ่งจะออกมาเป็นโครงการที่สำคัญ และจะเป็นตัวอย่างให้กับกระบวนชุมชนบ้านมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าปัจจุบันนี้ชาวบ้านถ้าไปถามที่ไหนก็ตาม เขาก็จะบอกว่าเขาทำบ้านสองชั้น เป็นเรือนแถว ถึงจะขึ้นสูงยังไงก็ไม่เอา ฉะนั้นเราจะต้องให้โครงการนี้เกิดขึ้น ให้เห็นว่าขึ้นสูงก็ทำสวยได้ อยู่ดีได้ มีอาชีพได้ ถ้าโมเดลนี้เกิดขึ้นแล้วเข้าไปสู่การรับรู้ความเชื่อใหม่ จะทำให้รูปแบบการทำบ้านมั่นคงขยายตัวไปได้เยอะ รวมทั้งบ้านมั่นคงริมคลองด้วย ถ้าขึ้นสูงบ้างก็จะเกิดพื้นที่ว่างเยอะแยะ ทำการค้าก็ได้ ทำสวนก็ได้ ทำอะไรได้เยอะแยะ
ส่วนเรื่องงบประมาณในการลงทุนนั้น นางสาวสมสุขกล่าวว่า อาจต้องเจรจาแหล่งทุน เพราะการก่อสร้างแฟลตโครงการนี้ ทุนก่อสร้างมันคงจะเกินจากเพดานที่เรามีในโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งแหล่งทุนก็อาจไม่จำเป็นต้องพึ่ง พอช.เพียงอย่างเดียว อาจต้องดูด้วยว่าใช้เรื่องการลงทุนมาลงก่อนได้ไหม
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เราทำโครงการที่อยู่อาศัย 2 ชั้นมาเยอะแล้ว มันเป็นข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมือง ที่ดินในเมืองมันหายาก พอเราทำได้แค่ 2 ชั้น มันทำให้เราบริหารจัดการพื้นที่ยากมากๆ ถ้าเกิดเราทำสูงขึ้นมาได้มันจะเป็นตัวอย่างที่ดี
“ผมคิดว่าโครงการนี้ทำไปก่อน แล้วก็เรียนรู้จากโครงการว่าบริหารจัดการอย่างไร พอเราทำได้ก็จะเป็นต้นแบบให้กับที่อื่น โครงการนี้ผมว่าได้แปดสิบจากที่ตั้งใจไว้ก็โอเคแล้ว คือหมายความว่าเราอาจจะหวังร้อย แล้วเอาแค่นี้ก่อนก็ได้ ให้มันสำเร็จขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง แล้วหลังจากนั้นเราก็จะเห็นว่าบริหารจัดการทำยังไง ทำอย่างนี้มีปัญหาแล้วก็ดำเนินการต่างๆ” นายกอบศักดิ์ประธานบอร์ด พอช. กล่าว
เรื่องและภาพ : สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์













