กรุงเทพมหานคร : วันที่ 21 พ.ย. 2567 ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) สำนักงานภาคกลางและตะวันตกร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จัดประชุมสร้างความเข้าใจคณะทำงานพิจารณาโครงการระดับกลุ่มจังหวัด เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทาง แนวทาง เป้าหมาย ผลลัพธ์การสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน ปี 2567 รวมทั้งออกแบบการพิจารณาโครงการระดับกลุ่มจังหวัด โดยมีคณะทำงานพิจารณาโครงการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 กองเลขาจังหวัด และเจ้าหน้าที่ภาคฯ เข้าร่วมประมาณ 80 คน
ในเวทีดังกล่าว ได้มีการทบทวนการขับเคลื่อนงานตามแผนงานงบประมาณและตัวชี้วัดปี 2566 สรุปบทเรียนการพิจารณาโครงการในปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งการนำเสนอทิศทาง แนวทาง เป้าหมาย ผลลัพธ์ และการจัดกรอบงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชน เกณฑ์การพิจารณาโครงการ ปี 2567 ตลอดจนเครื่องมือและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์การปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชนและ พอช. และการขับเคลื่อนงานจังหวัดบูรณาการ เพื่อเป็นข้อมูลนำเข้าให้คณะพิจารณาโครงการและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ก่อนที่จะมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อออกแบบแนวทางการพิจารณา พร้อมทั้งจัดบทบาท กระบวนการพิจารณาโครงการระดับกลุ่มจังหวัด และวางแผนจังหวะก้าวการบริหารโครงการปี 2567
จากการทบทวนบทเรียนในปีที่ผ่านมา พบว่าภาคกลางและตะวันตกสามารถขับเคลื่อนงานได้บรรลุตามเป้าหมายและตัวชี้วัด สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามกรอบที่ได้รับการจัดสรรจากสถาบันฯ ใน 5 โครงการหลัก คือ โครงการเสริมสร้างฯ โครงการบ้านพอเพียง โครงการสวัสดิการชุมชน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต และโครงการป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและองค์กรชุมชน งปบระมาณรวม 135 ล้านบาทเศษ
ในส่วนของการพิจารณาโครงการปี 2566 ซึ่งเป็นปีแรกที่ภาคกลางและตะวันตกได้ออกแบบการพิจารณาโครงการในระดับกลุ่มจังหวัดแทนการพิจารณาโครงการระดับภาค ซึ่งจากการสรุปบทเรียนการทำงานที่ผ่านมา พบว่า ในด้านสถานที่ประชุมพิจารณาโครงการระดับกลุ่มจังหวัด ขบวนองค์กรชุมชนสามารถประสานขอใช้สถานที่ราชการเป็นที่จัดประชุม อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี (กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2) ห้องประชุมของหน่วยงานท้องถิ่น และที่ทำการนิคมสหกรณ์ (กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน) จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีความเหมาะสมเพราะเป็นจุดกึ่งกลางของกลุ่มจังหวัดทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การพิจารณาโครงการด้วยไฟล์เอกสารแทนการจัดทำเล่มวาระการประชุมทำให้ประหยัดงบประมาณได้ค่อนข้างมาก คณะทำงานที่มีองค์ประกอบมาจากภาคประชาชน ภาคีภาครัฐ ประชาสังคมที่หลากหลาย จึงมีองค์ความรู้หลายแขนงในการแลกเปลี่ยนเติมเต็มเพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนงานของพื้นที่ และการพิจารณาโครงการในระดับกลุ่มจังหวัดมีบรรยากาศที่ดี มีความตึงเครียดกดดันน้อยกว่าการพิจารณาระดับภาค แต่อย่างไรก็ตามมีข้อเสนอแนะสำหรับการปรับเปลี่ยนเพื่อเตรียมความพร้อมในปี 2567 เช่น คณะทำงานมีทั้งคนเก่าและคนใหม่ หลากหลายวัย จึงมีความเข้าใจทิศทางแนวทางและมีมุมมองในการพิจารณาโครงการไม่เท่ากัน จึงควรมีการสร้างความเข้าใจร่วมและเตรียมความพร้อมก่อนการพิจารณาโครงการ การอบรมให้ความรู้เรื่องการเขียนโครงการให้กับพื้นที่ตำบลเพื่อให้สามารถเขียนโครงการได้อย่างถูกต้อง ดูโครงการอย่างเข้มข้นที่ระดับตำบล ให้น้ำหนักการติดตามปรับแก้โครงการจากวงจังหวัดก่อนเสนอเข้าวงกลุ่มจังหวัด ควรมีคณะทำงานชุดเล็กหนุนเสริมการพิจารณากลั่นกรองโครงการในระดับจังหวัด กรณีที่เอกสารโครงการมีเนื้อหาจำนวนมาก กองเลขากลุ่มจังหวัดควรประมวลเนื้อหาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง สั้นกระชับ และจัดส่งข้อมูลโครงการให้กับคณะพิจารณาโครงการได้ศึกษาก่อนล่วงหน้า
สำหรับทิศทางสำคัญการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชน ภาคกลางและตะวันตกในปี 2567 ยังคงยึดหลักการเดิม คือ การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง โดยชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตัวเอง โดยสภาองค์กรชุมชนเป็นแกนกลางในการเชื่อมประสานบูรณาการทำงานและงบประมาณร่วมกันระหว่างคนในพื้นที่ หน่วยงาน และภาคี ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ครอบคลุมทุกมิติ ทุกประเด็นงาน/ปัญหาในชุมชน ตำบล จังหวัด ภูมิภาค เพื่อให้เกิดการจัดการตนเองในพื้นที่ มีแนวทางสำคัญในการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน คือ องค์กรชุมชนเป็นฐานและขบวนการที่สำคัญในการเอื้อให้ชุมชนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี เสริมสร้างขบวนองค์กรชุมชนที่เข้มแข็งเป็นเอกภาพและมีธรรมาภิบาลเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและจังหวัดจัดการตนเอง พัฒนากลไก เครือข่าย และการบริหารจัดการขบวนองค์กรชุมชนที่ดีมีความสามารถเชื่อมประสาน ถักทอ และผนึกพลังภาคีเครือข่าย มาร่วมกันพัฒนาโดยพื้นที่เป็นตัวตั้งชุมชนเป็นเจ้าของ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน และภาคีพัฒนาจากพื้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อน และเชื่อมโยงการพัฒนาร่วมกัน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและนโยบาย เพื่อบรรลุเป้าหมายชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจัดการตนเองได้ในอนาคต โดยในเบื้องต้นสถาบันฯ ได้จัดกรอบงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชน ปี 2567 แล้ว จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถ โครงการป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและองค์กรชุมชน และโครงการสวัสดิการชุมชน รวม 17.88 ล้านบาท
รายงาน : เรวดี อุลิต











