วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2566 กระทรวง พม. โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. มอบหมายให้ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เป็นผู้แทนในการเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสภาองค์กรชุมชน กรุงเทพมหานคร วาระพิเศษ ปาฐกถา เรื่อง “การขับเคลื่อนกลไกภาคประชาชน โดย สภาองค์กรชุมชน เพื่อบรรลุเจตนารมณ์ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนพ.ศ. 2551 ”จัดโดยสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะทำงานศึกษากลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาเมืองมหานคร ภายใต้อนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาและสื่อออนไลน์IconM โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม ทั้งประธานสภาองค์กรชุมชน รองประธานสภาองค์กรชุมชน และผู้แทนสภาองค์กรชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยน และนางสาววิมล อังสุนันทวิวัฒน์ ประธานคณะทำงานฯ คณะทำงานศึกษากลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาเมืองมหานคร ดำเนินรายการ ณ ห้องประชุม 402-403 นั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) เกียกกาย กทม.
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. กล่าวว่า “ เนื่องด้วยท่าน รมว.พม. มีภารกิจการลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เพื่อรับฟังและวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่คุณภาพชีวิตกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ และมอบหมายให้ตนทำหน้าที่แทน ในฐานะผู้แทนองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการโยงและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยได้ให้ภาพการบริหารส่วนท้องถิ่นของ”กรุงเทพมหานคร”ที่มีลักษณะพิเศษและความซับซ้อนในเชิงกลไก เป็นพื้นที่มีรูปแบบการบริหารที่หลากหลาย และ มี พ.ร.บ. ฉบับหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ “พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนพ.ศ. 2551” โดยตนเองรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสคลุกคลีในฐานะอนุกรรมาธิการความมั่นคงของมนุษย์โดยครูชบ ยอดแก้วเป็นประธานซึ่งถือเป็น พ.ร.บ.ฉบับหนึ่งที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและผลักดันให้ออกมาเป็นกฏหมายและนำเสนอผ่านทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีคุณ มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน สนช. ในยุคนั้น และท่านอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นรองนายกรัฐมนตรี และนายแพทย์ พลเดช ปิ่นประทีป เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ รักษาการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ และมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ทำหน้าที่ส่งเสริมการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยสภาองค์กรชุมชนจะเป็นกลไกกลางให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเองอย่างเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของชุมชนที่ยังอ่อนแอ และสร้างพื้นที่กลางแก้ปัญหาและสนองตอบปัญหาในการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน เป็นกลไกในการลุกขึ้นมาทำงานและมีส่วนร่วมของภาคีในพื้นที่และกรุงเทพมหานคร
ปัจจุบันสภาองค์กรชุมชนตำบลดำเนินการมาได้ 15 ปี มีการจัดตั้งในระดับตำบล เทศบาล และเขต (ในกรุงเทพฯ) รวมทั้งหมด 7,795 แห่งคิดเป็นร้อยละ 99.62 ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศ ที่ผ่านมา สภาฯ มีบทบาทในการเป็นกลไกการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งยังสามารถนำปัญหาหรือผลกระทบจากการพัฒนาประเทศเสนอเข้าสู่ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยเสนอปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชน ทั้ง เด็กในพื้นที่ที่จะต้องได้รับการดูแล ให้มีการศึกษา การประกอบอาชีพ การดูแลผู้สูงอายุ นักบริบาลชุมชน การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ที่ผลักดันสู่นโยบายรัฐบาลจะถูกส่งต่อให้ทาง กทม.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน พม. รวมทั้งกลไกของทุกภาคส่วนที่ต้องมาขับเคลื่อนประเด็นเหล่านี้
หลังจากนั้น ผอ.พอช. ได้ อภิปรายประเด็น “สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องคการมหาชน)หรือพอช.ในฐานะแม่ข่ายพัฒนากลไกภาคประชาชน ตาม พ.ร.บ.ฯ อย่างไร” โดยเป้าหมาย 2579 ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย โดยใช้พลังพหุภาคีทั้งสภาองค์กรชุมชนทั้ง 7,795 ตำบลเต็มพื้นที่ประเทศ เครือข่ายองค์กรชุมชนไม่น้อยกว่า 150,000 องค์กรให้ทำหน้าที่พัฒนาสร้างคุณูปการให้ชาติและแผ่นดิน และสามารถพิจารณาโครงการที่มีประโยชน์ในพื้นที่ร่วมกับรัฐ ราชการ เอกชน และประชาชนที่เป็นหัวใจสำคัญ ผ่านประเด็นงานต่าง ๆ ระหว่าง พอช. กับ กรุงเทพมหานครหรือกับหน่วยงานและภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวกับข้องอาทิ1) การพัฒนาและยกระดับสภาองค์กรชุมชน2) การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนให้ครบทุกเขต ขยายสมาชิกกองทุนให้เต็มพื้นที่3) การพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งที่อยู่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวและริมคลองเปรมประชากร ที่อยู่อาศัยริมรางบ้านเช่า/ห้องเช่าราคาถูกสำหรับคนจน4) การพัฒนาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในมิติกลุ่มคนเปราะบาง การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก นักบริบาลชุมชน ฯลฯ
รายงานโดย พิชยาภรณ์ หาญวณิชานนท์ เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูลอาวุโส












