พอช. / วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องประชุม 301-302 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ครั้งที่ 12/2566 มีผู้เข้าร่วมประชุมรูปแบบ Onsite และ Online กว่า 40 คน โดยมีประเด็น/สาระสำคัญในการบริหาร มีดังนี้
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า การขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง โดยการใช้โครงการเชื่อมโยง และทำเป็นต้นแบบ (Model) ที่จะนำไปหารือและขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันต่อไป ทั้งเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงการพัฒนาและยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในปี 2566 ที่ผ่าน มาต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวจนเห็นผลในระดับหนึ่ง และมองว่าโครงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กนั้นมีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก เราน่าจะทำในรูปแบบที่ต่อเนื่อง ทำเป็นเฟส 1 เฟส 2 เฟส 3 เช่น ดำเนินการในเฟส 1 ได้แล้วในเบื้องต้น เป็นกระบวนการเพาะเมล็ดพันธุ์ เราก็จะสามารถขยายไปสู่เฟสต่างๆ ได้ และ พอช. ก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ หากโครงการดี จะมีแรงขับเคลื่อนด้วยตัวเขาเอง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ
“พอช. มีบทบาทในการหนุนเสริมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง และนำโครงการมาหนุนเสริม พร้อมขยาย รวมถึงการรีวิวหรือการจัดทำเครื่องมือเพื่อนิยามความหมายของ “ชุมชนเข้มแข็ง สมบูรณ์” ควรมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง หลังจากมีการตรวจสอบ (Checklist)แล้ว จะทำให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชน ที่มีความสมบูรณ์ เติบโตต่อเนื่อง ตลอดจนเห็นว่าสิ่งไหนที่ยังขาด และต้องไปส่งเสริม ในระยะยาวชาวบ้านจะมีทรัพยากรภายใน ที่สามารถนำพลังมาช่วยเหลือกันภายในและสังคมได้ ที่ถือเป็น นวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) ต่อไปได้”
- การพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน โดยใช้โครงการเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน
น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ขบวนองค์กรชุมชน ร่วมกับ พอช. และหน่วยงาน จัดงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลก 2566’ ภาคใต้ “ผนึกพลังเครือข่ายชุมชน…สู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” ที่ จังหวัดปัตตานี โดยมีนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี มีหน่วยงานในท้องที่ ท้องถิ่นเข้าร่วม ตั้งแต่ปี 2549 – 2562 พอช. ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตาม ‘โครงการบ้านมั่นคง’ ในจังหวัดปัตตานี จำนวน 7 เมือง 18 ชุมชน มีผู้รับประโยชน์รวม 2,826 ครัวเรือน งบประมาณรวม 100 ล้านบาทเศษ และ’โครงการบ้านพอเพียง’ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 – 2566 ในพื้นที่ 59 ตำบล มีผู้รับประโยชน์รวม 2,113 ครัวเรือน งบประมาณรวม 41 ล้านบาทเศษ และในปี 2566 สนับสนุนการซ่อมสร้างบ้าน จำนวน 52 ตำบล รวม 677 ครัวเรือน
ส่วนในปี 2567 พอช. มีแผนสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดปัตตานีจำนวน 4 ตำบล รวม 567 ครัวเรือน ประกอบด้วย ตำบลบางตาวา อ.หนองจิก 100 ครัวเรือน, ต.รูสะมิแล อ.เมือง 87 ครัวเรือน, ต.บานา อ.เมือง 276 ครัวเรือน และ ต.ตันหยงลุโล๊ะ อ.เมือง 104 ครัวเรือน
“มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งในชุมชนเมืองและชนบท ของพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 24 เมือง/ท้องถิ่น มีโครงการเยอะพอสมควร กรณีตำบลบางตาวา ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบการแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชนชายฝั่งในชุมชน เดิมมีปัญหาเรื่องขยะในชุมชนมาก พอโครงการบ้านมั่นคงลงไปทำให้สภาพแวดล้อมสะอาด มีการรวมกลุ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์ ซึ่งในพื้นที่มีการวางแผนระยะ 3 ปี เพื่อทำให้เกิดการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปัตตานี และผู้ว่าราชการจังหวัดเองมองถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาจากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ให้เป็นวาระหรือนโยบายระดับจังหวัด โดยมีชุมชนเชื่อมโยงกัน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ดินร่วมกับรัฐบาล ทำให้ชุมชนตื่นตัวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองและจังหวัด และได้หารือร่วมกับหน่วยงาน ทั้ง ศอ.บต. และหน่วยงานต่างๆ ต่อไป ตลอดจนเรื่องของโครงการพัฒนาเด็กเล็ก ในพื้นที่เองก็มีความสนใจเป็นจำนวนมาก มองว่าควรมีการทำโครงการและทำร่วมกับภาคีทั้งภาคเอกชน ท้องถิ่น ท้องที่ โดย พอช. ส่งเสริมงบประมาณส่วนหนึ่ง สมทบกับท้องถิ่น ซึ่งรูปแบบนี้จะทำให้สามารถทำให้การขับเคลื่อนนั้นไปได้ต่อเนื่อง ขยายผลนั้นกว้างไกลมากขึ้น”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตติ มงคลชัยอรัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบัน ระบุเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยใช้โครงการพัฒนาศูนย์เด็กเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน ควรมีการยกระดับไม่ควรเป็นโครงการเล็กๆ เช่น การยกระดับให้เป็นสำนัก ที่มีบทบาทในการพัฒนานวัตกรรมด้านสังคม(Social Innovation) ใหม่ๆ และเปิดพื้นที่ในการทำความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชน ภาครัฐ ท้องถิ่น ที่มองว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมประสานกับหน่วยที่อยู่เกาะติดพื้นที่มีส่วนร่วม เป็นเจ้าของร่วมกับชุมชน
นางวารุณี สกุลรัตนธารา กรรมการสถาบัน ผู้แทนองค์กรชุมชน ได้ระบุถึงภูเก็ตโมเดล ที่ขบวนองค์กรชุมชนที่ขับเคลื่อนด้านสวัสดิการชุมชน และสภาองค์กรชุมชน มีการเชื่อมโยงและประสานการขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องที่ท้องถิ่น ทั้งการส่งเสริมเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย การจัดสวัสดิการชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงการพัฒนานักบริบาลชุมชน มีผู้เข้ารับการอบรมนักบริบาลชุมชนจาก รพ.เอกชน จำนวน 15 คน และจะขอขยายอายุ จาก 35 ปี เป็น 45 ปี เมื่ออบรมเสร็จแล้วสามารถที่จะประกอบอาชีพ และสามารถนำความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือชุมชนได้














