กาญจนบุรี : วันที่ 27 ตุลาคม 2566 สำนักงานภาคกลางและตะวันตก พอช. และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จัดเวทีสรุปผลการวิเคราะห์จังหวัดจัดการตนเอง ณ ห้องประชุม 110 อาคารบริการวิชาการและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เพื่อนำเสนอผลการวิเคราะห์และวางแผนการดำเนินงานจังหวัดจัดการตนเอง โดยมีนายสิน สื่อสวน นางสาวจรรยา กลัดล้อม และนายวิชัย นะสุวรรณโน คณะทำงานศึกษาแนวทางปรับระบบการปฏิบัติงานและโครงสร้างการบริหารองค์กรของสถาบันองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. พร้อมด้วยหน่วยงานภาคี และผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี เข้าร่วมประมาณ 50 คน
กิจกรรมสำคัญของเวทีวิเคราะห์จังหวัดจัดการตนเอง กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1
ในเวทีดังกล่าวมีการนำเสนอยุทธศาสตร์แนวทางการพัฒนาของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด นำเสนอภาพรวมการวิเคราะห์จังหวัดจัดการตนเองของทั้ง 3 จังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 โดยกองเลขาจังหวัด จากนั้นมีการตอกย้ำแนวคิดการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง โดยนายสิน สื่อสวน และนายวิชัย นะสุวรรณโน คณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างฯ ชวนแลกเปลี่ยนการสร้างพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนสู่จังหวัดจัดการตนเอง โดยนายทองใบ สิงสีทา หัวหน้าสำนักประสานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน และการแบ่งกลุ่มย่อยรายจังหวัด เพื่อออกแบบแนวทางและเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาจังหวัดจัดการตนเอง นำเสนอและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัด
ผลการประเมินความเข้มแข็งของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน
การวิเคราะห์และประเมินความพร้อมในการจัดการตนเองของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 มีทีมประเมินที่มีองค์ประกอบมาจากผู้แทนจังหวัดสิงห์บุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม และกาญจนบุรี ประเมินร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด พื้นที่ตำบล และภาคีหน่วยงาน อาทิ พมจ. ประชาสังคม วิชาการ สำนักงานจังหวัด ฯลฯ โดยมีการจัดเวทีระดับจังหวัดเมื่อช่วงระหว่างวันที่ 17 – 21 กันยายน 2566 จากการสรุปผลร่วมของทีมประเมินและขบวนจังหวัดพบว่ามี 2 จังหวัดมีผลการประเมินอยู่ในระดับค่อนข้างมาก และ 1 จังหวัดอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ ผลการประเมินแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับน้อย ค่อนข้างน้อย ปานกลาง ค่อนข้างมาก และมาก ทั้งนี้ ทีมประเมินฯ ไม่ได้เน้นน้ำหนักกับเรื่องคะแนน แต่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่ผ่านมาและข้อเสนอแนวทางการขับเคลื่อนงานของแต่ละจังหวัดในระยะต่อไป โดยมีข้อเสนอต่อการทำงานต่อของจังหวัด อาทิ 1) การปรับกลไกการทำงาน การสร้างพื้นที่กลางในการประสานเชื่อมโยงภาคีทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมมาหนุนเสริมการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนให้มากขึ้น 2) การวิเคราะห์ข้อมูลตำบลแบบมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงข้อมูล/ปัญหาในระดับจังหวัด เปิดเวทีวิเคราะห์ร่วมโดยมีนักวิชาการและหน่วยงานเข้าร่วมและนำเสนอแผนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีการติดตามความคืบหน้า 3) พัฒนาระบบข้อมูลและคนทำงานด้านข้อมูล ทบทวนข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน จัดระบบฐานข้อมูลกลางของจังหวัด และเชื่อมกับระบบข้อมูลของหน่วยงาน/ภาคส่วนอื่น 4) พัฒนาช่องทางการสื่อสาร การจัดทำรายงาน และสื่อสารการดำเนินงานให้เป็นที่รับรู้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง 5) พัฒนาศักยภาพคนทำงาน สนับสนุนให้เกิดพื้นที่การเชื่อมโยงกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ และสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในระดับจังหวัด เป็นต้น
นายสิน สื่อสวน
แนวคิดการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง
แนวคิด ที่มาของจังหวัดจัดการตนเอง : นายสิน สื่อสวน คณะทำงานศึกษาแนวทางปรับระบบการปฏิบัติงานและโครงสร้างการบริหารองค์กรของสถาบันองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่า พอช.เป็นหน่วยงานรัฐแนวใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือของประชาชนในการพัฒนาชุมชนและสังคม ที่ผ่านมา พอช.ปักธงความคิดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการทำงานเรื่องที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจและทุนชุมชน สวัสดิการชุมชน โดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางในการแก้ปัญหาทั่วไปหรือปัญหาเฉพาะหน้าและนำไปสู่การแก้ปัญหาใหญ่ เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจ ลดความเหลื่อมล้ำ และการแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง ซึ่งหากแก้ปัญหาระดับประเทศได้จะสามารถแก้ปัญหาระดับพื้นฐานเชิงพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับเรื่องจังหวัดจัดการตนเองไม่ได้มาจากการกำหนดคณะปรับโครงสร้าง หรือ พอช. แต่มาจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ พอช. และชาวบ้านมองว่าที่ผ่านมาทั้งขบวนองค์กรชุมชนและเจ้าหน้าที่ต้องจัดทำงานเชิงเอกสารเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเวลาทำงานเชิงพื้นที่ลดลง ดังนั้น ควรมีการปฏิรูปทั้งการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนและ พอช.
“พวกเราเองบอกว่าถ้าจะปฏิรูป พอช. ต้องปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชนด้วย และไม่ใช่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างเดียวแต่ต้องทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดด้วย เริ่มจากการพัฒนาตำบลแล้วขยับขึ้นมาเป็นการพัฒนาระดับจังหวัด โดยสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงเป็นที่มาของคำว่า “จังหวัดจัดการตนเอง” เพื่อต้องการยกระดับการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนให้มากขึ้น ยกระดับเป้าหมายงาน ยกระดับกลุ่มที่เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของการพัฒนา และยกระดับผลของการแก้ไขปัญหาจากพื้นที่ กิจกรรม ให้มุ่งสู่นโยบายมากขึ้น ทั้งนี้ การที่จะทำให้จังหวัดจัดการตนเองได้ต้องเริ่มจากการประสานพลังของขบวนองค์กรชุมชนกับ พอช.” นายสินกล่าว
การประสานพลังของขบวนองค์กรกับ พอช. ในการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง (11 + 4) : นายสินกล่าวถึงการประสานพลังของขบวนองค์กรชุมชนกับ พอช.ว่าต้องมีการทำงานและพัฒนากับทั้งสองส่วน
โดยในส่วนกับขบวนองค์กรชุมชนต้องมี 11 เรื่อง คือ 1) การสร้างความเข้าใจเหตุผล หลักการ เป้าหมาย ผลลัพธ์การขับเคลื่อนงานจังหวัดจัดการตนเองในกลุ่มแกนนำจังหวัด และขยายฐานสู่แกนนำตำบลและเมือง 2) สร้างแรงบันดาลใจ ความเชื่อมั่น ความมุ่งมั่นว่าประชาชน/ชุมชนมีสิทธิ์และมีความสามารถขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองได้ 3) ขยายวงผู้ก่อการดีสร้างระบบการทำงานแนวราบ 4) สร้างพันธมิตรความร่วมมือ 3 ระดับ 5) วิเคราะห์จังหวัดโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนฐานกว้าง 6) พัฒนาระบบข้อมูลภาคประชาชน 7) พัฒนาระบบแผนงานและตัวชี้วัดการพัฒนาภาคประชาชน 8) พัฒนาระบบการสื่อสาร 9) สร้างระบบเปลี่ยนประชาชนเป็นพลังพลเมือง ให้คนที่มีปัญหามาเป็นแกนนำการแก้ไขปัญหา 10) สร้างระบบการเรียนรู้และพัฒนาคน (ความดี ความสามารถ ความสุข) และ 11) สร้างระบบการบริหารองค์กรและเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ สุจริต โปร่งใส
ในด้านของ พอช. ต้องมี 4 เรื่อง คือ 1) การทำความเข้าใจจังหวัดจัดการตนเองในเชิงกว้างและลึกทั้งหมดทุกระดับ เนื่องจากการลงพื้นที่พบว่ายังมีความเข้าใจในระดับที่ต่างกัน 2) พัฒนาความสามารถของเจ้าหน้าที่ให้สามารถรับภารกิจสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน เอื้อต่อการขับเคลื่อนงานจังหวัดจัดการตนเองของขบวนองค์กรชุมชนได้ ต้องมองในเชิงกว้าง ไม่ชี้นำหรือครอบงำ 3) ปรับบทบาทเจ้าหน้าที่ ร่วมเรียนรู้และทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนและปรับบทบาทให้ทันกันในแบบที่เรียกว่า “นำได้ ตามเป็น” และ 4) ปรับระบบและวิธีการทำงานและการบริหารองค์กรให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนงานของขบวน
ทำอย่างไรให้การขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองเป็นจริง : นายสินกล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งเหล่านี้เป็นแนวความคิดร่วมกันของขบวนองค์กรชุมชนและคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างฯ จะทำอย่างไรที่จะให้เกิดขึ้นจริง เพราะผลสุดท้ายการขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีแน่นอน และมีความท้าทายเพราะมีรายละอียดที่ต้องคิดและทำอีกมาก การที่ขบวนองค์กรชุมชนและ พอช.เติบโตมาได้จนถึงวันนี้เพราะเราปลูกไม้ยืนต้น ไม่ได้ปลูกพืชล้มลุก วันนี้เป็นยุคที่สองที่เราต้องปลูกไม้ยืนต้นอีกต้น และในสถานการณ์ปัจจุบันมีความยากกว่าสมัยแรกที่เริ่มทำ เพราะในสมัยนั้นมีเงินน้อย ต่างจากสมัยนี้ที่มีเงินมากแต่มีโซ่หรือพันธนาการมากด้วยเช่นเดียวกัน
แนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองให้เป็นจริงได้
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช. และคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างฯ กล่าวว่าเรื่องจังหวัดจัดการตนเองไม่ใช่เรื่องใหม่และแยกออกไปจากการทำงานที่ผ่านมาของ พอช.และขบวนองค์กรชุมชน เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจจะยังทำไม่เข้มข้นหรือให้น้ำหนักมากนัก ต่อจากนี้ต้องให้น้ำหนักกับการทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งเรื่องชุมชนเข้มแข็ง จังหวัดจัดการตนเอง โดยใช้สวัสดิการชุมชน การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและจัดการตนเองทุกมิติ
“สิ่งที่พวกเราตั้งเป้าหมายในรอบนี้ เป็นการตั้งเป้าหมายรอบที่ 2 และยังเป็นการยกระดับการทำงานของขบวนฯ ในส่วนของ พอช.เราตระหนักและเคลื่อนขบวนร่วมกับพี่น้อง คิดว่าทิศทางต่อจากนี้ไป น้ำหนักงานของ พอช. จะเพิ่มขีดความสามารถให้จังหวัดจัดการตนเองได้เพิ่มมากขึ้น เพราะตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากแต่พี่น้องทำงานไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการทำงานของขบวนฯ และพยายามที่จะหนุนเสริมพี่น้องให้ทำงานเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ตั้งใจทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องสำคัญ” รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าว
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช.
นายวิชัย กล่าวต่อว่าในทัศนะของตนเองการยกระดับการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน มี 4 เรื่องที่สำคัญที่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง คือ
หนึ่ง : ยกระดับการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีความเป็นเอกภาพเท่าที่ควร ทำอย่างไรที่จะให้ขบวนองค์กรชุมชนประเด็นงานต่างๆ เป็นเอกภาพ อาจจจะต้องวิเคราะห์ออกแบบปรับขบวนใหม่ โดยการผนึกกำลังชวนทุกเครือข่ายประเด็นมาพูดคุยปรึกษาหารือและทำงานร่วมกัน ตั้งเป้าหมายว่าทุกขบวนต้องมีพื้นที่การทำงานร่วมกัน มีระบบการเชื่อมโยงกันและแยกกันไปทำให้เกิดการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ ให้แต่ละจังหวัดประเมินและหาวิธีเชื่อมโยงกันภายในก่อน
สอง : ยกระดับการทำงานร่วมกับคนอื่น โดยการเชื่อมโยงการทำงานกับภาคีต่างๆ ในพื้นที่ทั้งภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคม และเอกชนในจังหวัด/พื้นที่ “ในอีกทางหนึ่งการที่เราไปชวนหรือเชื่อมกับข้างนอกจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงของภายในเราได้ เพราะได้แรงขับจากการทำงานกับเพื่อนมาสร้างความเป็นเอกภาพและความเป็นปึกแผ่น อีกเป้าหมายหนึ่ง คือ จะชวนเพื่อนภาคีในจังหวัดมาทำงานกับเราได้อย่างไร ไม่ต้องเอาทุกหน่วยงานมาทั้งหมด แค่ค่อยๆ เชื่อมโยงในจุดที่เราเชื่อมได้ก่อน ถ้าเราจะเปลี่ยนให้จังหวัดจัดการตนเองได้ ต้องเชื่อมเพื่อนที่หลากหลาย ชวนเพื่อนมาเปลี่ยนพื้นที่ด้วยกัน”
สาม : ยกระดับพื้นที่ตำบลให้มีรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีการทำงานเชิงปริมาณเต็มพื้นที่หมดแล้ว ซึ่งต้องมาทบทวนว่าขบวนองค์องค์กรชุมชน/พื้นที่มีความเข้มแข็ง มีรูปธรรมการทำงานที่มีความเข้าใจ มีแนวคิด ทิศทางการพัฒนาของพื้นที่ตัวเองมากน้อยแค่ไหน “ต้องเอาตำบลทั้งหมดมาขึงกางพื้นที่แล้ววิเคราะห์ให้เห็นว่ามีกี่ตำบลและสถานการณ์เป็นแบบไหน มีงานอะไรเด่น งานอะไรรอง มีการพัฒนาแบบบูรณาการพื้นที่เป็นตัวตั้ง มีพื้นที่กลาง และมีการบูรณการแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกันกี่ตำบล ซึ่งถ้าหากวิเคราะห์และดูเพื่อนทั้งหมดในพื้นที่ เราจะรู้ได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหน่วยงานไหนมาได้บ้าง อาจจะย้อนกลับไปทำแบบเดิม คือ Mapping พื้นที่ที่มีศักยภาพ ความเข้มแข็ง หรือพื้นที่ที่เริ่มพัฒนามีที่ไหนบ้าง มีกี่กลุ่ม และต้องเชื่อมโยงใครมาช่วย พื้นที่ไหนได้รับงบประมาณทุกปี และพื้นที่ที่ไม่เคยได้รับงบประมาณ เราต้องวิเคราะห์ให้ละเอียดและชัดเจน”
สี่ : ยกระดับองค์ความรู้ในการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนและเจ้าหน้าที่ เอาจริงเอาจังในการสร้างระบบการเรียนรู้ของขบวนองค์กรชุมชน เนื่องจากการปรับบทบาทใหม่ของเจ้าหน้าที่ที่จะไม่ได้ทำงานต่อเนื่องในพื้นที่ ดังนั้น ต้องมีกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยกระดับการทำงาน ความรู้ ประสบการณ์มาผสมผสานและแลกเปลี่ยนกัน “จะพัฒนาผู้นำและพี่น้องในชุมชนในพร้อมๆ กัน เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของพี่น้องในตำบลได้อย่างไร ต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้จากวงการเรียนรู้ การทำงาน หากพี่น้องลุกมาทั้งตำบลไม่ว่าจะคิดอ่านหรือทำอะไรก็จะสำเร็จได้ง่ายกว่าการมีผู้นำทำงานเพียงแค่ 2 – 3 คน”
ทั้งนี้ ในการที่จะยกระดับการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนจะเป็นจริงได้ พอช.เองก็ต้องมีการปรับระบบบการบริหารและการทำงานให้มีทิศทางเดียวกันและมีเอกภาพในการบริหารองค์กรให้มากขึ้น โดยผู้บริหารทุกระดับบริหารองค์กรในทิศทางเดียวกัน ปรับระบบบริหารให้เอื้อและสอดรับกับการทำงานจังหวัดจัดการตนเอง ได้แก่ การบริหารโครงการให้เร็วขึ้น มีเอกสารเบิกจ่ายงบประมาณไม่มาก ตัวชี้วัดน้อยลง ลดชั้นกลไกการพิจารณาโครงการ และนำระบบเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น กระจายบทบาทของ พอช. ให้ขบวนองค์กรชุมชนได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาและการจัดการได้มากขึ้น เพื่อให้สามารถจัดการตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในส่วนของเจ้าหน้าที่ พอช. ต้องปรับวิธีการ วิธีคิด และบทบาทในการทำงาน โดยลดบทบาทเชิงปฏิบัติการเน้นบทบาทการเชื่อมประสาน พัฒนาศักยภาพให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงและการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน เพิ่มทักษะขีดความสามารถด้านการประเมินคิดวิเคราะห์สถานการณ์ทางสังคมที่จะส่งผลกระทบกับขบวนองค์กรชุมชน มีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหลักสูตรการเรียนรู้แนวราบ การแลกเปลี่ยนเติมเต็มเพื่อให้หนุนเสริมการทำงานของขบวนฯ ได้มากขึ้น
ออกแบบแนวทางและเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาจังหวัดจัดการตนเอง
จากการแบ่งกลุ่มย่อยรายจังหวัดเพื่อออกแบบแนวทางและเตรียมความพร้อมไปสู่การพัฒนาจังหวัดจัดการตนเองนั้น มีประเด็นสำคัญที่แต่ละจังหวัดจะไปทำต่อ อาทิ การขยายฐานงานเดิม เพิ่มงานใหม่ โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาด้านสังคม ด้วยการใช้งานเศรษฐกิจ สวัสดิการชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการทำงาน โดยมีหน่วยงานภาคีหนุนเสริมการทำงานทั้งในระดับพื้นที่และจังหวัด รวมทั้งการทบทวนกลไกและคนทำงานในแต่ละประเด็น สร้างคนรุ่นใหม่ทดแทนคนรุ่นเก่า พัฒนาศักยภาพคนทำงาน พร้อมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นชุดเดียวกัน
ทั้งนี้ นางดวงเดือน พร้าวตะครุ หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 กล่าวว่า จากการทบทวนจังหวัดจัดการตนเอง พบว่าไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาตัดสินใจให้ แต่เป็นการทบทวนความพร้อมของตนเอง ในช่วงท้ายจึงให้แต่ละจังหวัดระดมความคิดและแลกเปลี่ยนร่วมกันว่าถ้าจะไปสู่จังหวัดจัดการตนเองได้ต้องทำอย่างไร แต่เนื่องด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย และระยะเวลาจำกัดจึงเป็นการออกแบบเชิงหัวข้อประเด็นใหญ่ ซึ่งแต่ละจังหวัดต้องไปออกแบบเชิงรายละเอียด รวมทั้งการนำข้อเสนอแนะจากผลการประเมิน และหลักคิดในการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง 11 ประการที่นายสิน สื่อสวนเสนอในข้างต้น แปลงไปเป็นแผนสู่การปฏิบัติที่เป็นจริงได้ต่อไป















