วันนี้/(27ตุลาคม2566) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิด เวทีการสัมมนา “การพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตในที่ดิน ส.ป.ก.” พร้อมด้วย นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง แกนนำขบวนบ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก. หน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน เข้าร่วมงาน กว่า 400 คน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จากนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย การพัฒนาอาชีพรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ร่วมกับหน่วยงาน 16 หน่วยงาน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นภาคีความร่วมมือในการดำเนินการ สนับสนุนการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ร่วมกันพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน คุณภาพชีวิต และสร้างถิ่นฐานของชุมชนที่ยั่งยืน โดยใช้แนวทางการขับเคลื่อนงานโดยขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน มีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยราชการต่าง ๆ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงให้ประชาชนอย่างแท้จริง
“รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย การพัฒนาอาชีพรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ผมพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคม”
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต่อไปอีกว่า ทุกโครงการจะสำเร็จลงได้ก็ด้วยความร่วมมือของประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขและสนับสนุนการทำงาน ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ที่จะร่วมสนับสนุนและบูรณาการงานของกระทรวง เพื่อให้เกิดความเสมอภาค เป็นธรรม และเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนมีที่อยู่อาศัยร่วมกันอย่างมีความสุข และยั่งยืน
นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้แทนขบวนบ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก.
นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้แทนขบวนบ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก. กล่าวว่า ขบวนองค์กรชุมชนบ้านมั่นคงชนบท ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้เดือดร้อนและไม่มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ลุกขึ้นมาเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาของตนเอง ส่งเสริมการสร้างทุนภายในชุมชนโดยการออมทรัพย์เพื่อให้เป็นหลักประกันของชุมชน มีการออกแบบวางผังการพัฒนาที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมของผู้เดือดร้อนและภาคีพัฒนา สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรร่วมกัน เชื่อมโยงการเป็นเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในที่ดิน ส.ป.ก.
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด เป็นไปตามศักยภาพและความต้องการของประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ การดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้เกิดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย ภาคประชาชนให้มีประสิทธิภาพที่ผ่านมา พบว่า มีข้อจำกัดในเรื่องการขาดความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเข้าถึงที่ดินและระเบียบในการขอใช้ประโยชน์ที่ดิน การสนับสนุนในระดับพื้นที่ และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อน รวมถึงการแก้ไขปัญหาของแต่ละหน่วยงานที่ลงสู่พื้นที่เดียวกัน จำเป็นต้องมีกลไกการบูรณาการเชื่อมโยง เพื่อให้เกิดการทำงานในทิศทางเดียวกัน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาขบวนองค์กรชุมชนบ้านมั่นคงชนบท ร่วมกับ พอช. และหน่วยงานภาคีพัฒนาต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม หนุนเสริมให้เกิดสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิตที่ดินของชุมชนผู้มีรายได้น้อยในทุกมิติ ให้เกิดการสร้างถิ่นฐานชุมชนในชนบทที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ จากการร่วมแรงร่วมใจในการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้เกิดพื้นที่รูปธรรมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในที่ดิน ส.ป.ก. ภายใต้การสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชนบท ตั้งแต่ ปี 2560 – 2566 จำนวน 33 โครงการ 2,510 ครัวเรือน ใน 12 จังหวัด ส่งผลให้เกิดการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน และสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงที่ดิน ที่อยู่อาศัย การออกแบบวางผัง การประกอบอาชีพ รายได้ เกษตรกรรมที่ยั่งยืน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีภารกิจในการจัดที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 พื้นที่เป้าหมาย 40 แปลง 13 จังหวัด เกษตรกรได้รับการจัดที่ดินแล้วจำนวน 4,768 ราย 41,265 ไร่
ด้านการสนับสนุนบ้านพักอาศัย ซึ่ง ส.ป.ก. ได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อน โดยมี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เข้ามาร่วมบูรณาการขับเคลื่อนภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 9 หน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 โดยสบทบทุนสร้างบ้านให้เกษตรกรไปแล้วกว่า 1,690 หลัง ตอบสนองต่อปัจจัยขั้นพื้นฐานให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน สามารถช่วยให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเข้าถึงบริการของรัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น เพิ่มความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันภาคการเกษตรต่อไป
ส่วนข้อเสนอ ของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนบ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก.
ส่วนข้อเสนอ ของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนบ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก. ต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย มีดังต่อไปนี้
1.การอนุญาตที่ดิน ส.ป.ก. ในลักษณะโฉนดแปลงรวมเพื่อจัดสรรให้กับประชาชน เพื่อเป็นหลักประกันที่ดินให้ตกถึงลูกหลานในอนาคต
2.เน้นกระบวนการ การมีส่วนร่วมของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ในการร่วมกำหนด ออกแบบผัง และแผนการพัฒนาพื้นที่ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชน
3.ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการแผนงานและงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับการอยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ
4.ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีกระบวนการในติดตามและรายงานผล การดำเนินงานปัญหาข้อติดขัดในโครงการ ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินแล้ว พร้อมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาและหาทางออกร่วมกัน
5.ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานวิชาการ ให้กับขบวนองค์กรชุมชน
6.ให้มีคณะทำงานติดตามการทำงาน ในระดับส่วนกลางแล ะระดับจังหวัด โดยมีองค์ประกอบจากหน่วยงาน ขบวนองค์กรชุมชน และผู้แทนพื้นที่ดำเนินการ



















