กาฬสินธุ์/ 18 กันยายน 2566 มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จับมือภาคีเครือข่าย และองค์กรชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยกองทุนสวัสดิการชุมช ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับแพลตฟอร์มการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จแม่นยำระดับจังหวัดแบบร่วมมือด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและการขับเคลื่อนระบบข้อมูลในจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่สนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ณ ห้องประชุม Smart classroom อาคารฟ้าแดดสงยาง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (พื้นที่นามน) โดยมีนักวิจัย และผู้ช่วยนักวิจัย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ผู้แทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมประชุม
ดร.ศักดิ์เกษม ปานะลาด ผู้ช่วยอธิการบดี กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยระบุว่า จาก นโยบาย KHM หรือ Kalasin Happiness Model ปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการคนกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 ซึ่งเป็นนโยบายของจังหวัด เป็นที่มาของโครงการวิจัยแก้ปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จแม่นยำ ที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เข้าไปมีบทบาทในการดำเนินงานวิจัยแก้จนในพื้นที่นำร่องต่อเนื่องตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อค้นหาและระบุครัวเรือนเปราะบางครัวเรือนยากจนให้เบ็ดเสร็จ เพื่อเชื่อมประสานส่งต่อความช่วยเหลือกับหน่วยงาน และพัฒนาอาชีพสร้างรายได้บนฐานข้อมูลอย่างแม่นยำ
สำหรับกลุ่มผู้ที่ต้องการช่วยเหลือส่งต่อ เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ก็ประสานกับทางสาธารณสุข รพสต. ด้านที่อยู่อาศัยก็ประสานส่งต่อกับทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ โรตารี่ หรือ “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งบ้านหลายหลังถูกสร้างโดยเครือข่าย “บวร” ในส่วนกลุ่มที่สามารถพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ก็สนับสนุนอาชีพ เช่นที่ตำบลนามน ใช้กลไกผักแปลงรวมในพื้นที่สาธารณะที่นำมาจัดสรรให้ครัวเรือนยากจนทำการเพาะปลูก แล้วมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เชื่อมโยงตลาด หรือที่สหัสขันธ์ส่งเสริมการเพาะเห็ดฟาง การเลี้ยงไก่เลี้ยงปลา ที่สามารถยกระดับรายได้ให้ครัวเรือนจากประมาณ 4,000 บาท เป็น 8,000 บาท เป็นต้น
โดยในปี 2566 มีการขยายเป้าหมายพื้นที่นำร่องเพิ่มขึ้นจาก 2 อำเภอ เป็น 6 อำเภอ โดย บพท.หน่วยที่ให้ทุนเน้นการยกระดับรายได้ของคนกาฬสินธุ์ ที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ลำดับที่สองจากท้ายตาราง เป้าหมายจึงต้องยกระดับให้คนกาฬสินธุ์มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวให้ดีขึ้นภายในปี 2570 ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยหนักใจ ว่าจะขับเคลื่อนโครงการอย่างไรให้คนกาฬสินธุ์มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่พุ่งเป้าไปที่ครัวเรือนยากจน ที่มีหมื่นกว่าครัวเรือนเพียงอย่างเดียว ซึ่งจากการหารือกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา เล็งเห็นว่าการขับเคลื่อนขององค์กรชุมชนหลายเรื่องประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงอยากพูดคุยแสวงหาความร่วมมือ หากลำพังมหาวิทยาลัยดำเนินการคงจะไปถึงเป้าหมายได้ยาก จึงอยากทำงานร่วมสอดประสานกัน องค์กรชุมชนมีทรัพยากร มีโครงการอะไร ก็ไปทำงานร่วมกันในพื้นที่ จึงเป็นที่มานัดหมายพบปะหารือ วางแผนแก้ปัญหาความยากจนของจังหวัดกาฬสินธุ์ผ่านกลไกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลต่อไป
ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย ที่ประชุมแบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นวางแผนขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระหว่างขบวนองค์กรชุมชนและพื้นที่ดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยกองทุนสวัสดิการชุมชน ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 โชนอำเภอนามน อำเภอกุฉินารายณ์ กลุ่มที่ 2 โซนอำเภอสหัสขันธ์ อำเภอหนองกุงศรี และกลุ่มที่ 3 โซนอำเภอดอนจาน อำเภอกมลาไสย เพื่อระดมแนวทางการพัฒนากองทุนและครัวเรือนยากจนแบบร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับกองทุนฯเพื่อให้คนจนเข้าถึงกองทุนสวัสดิการชุมชน
โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลจะมีบทบาทในการสำรวจข้อมูลครัวเรือนเปราะบาง ยากจนที่ตกหล่นการสำรวจ เพื่อบริหารจัดการข้อมูลครัวเรือนยากจนให้ได้รับช่วยเหลือส่งต่อ หนุนเสริมอาชีพสร้างรายได้ ผ่านระบบข้อมูลบริหารจัดการครัวเรือนยากจนจังหวัดกาฬสินธุ์ KHM V.2 และข้อมูลครัวเรือนยากจนจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งกองทุนสวัสดิการสามารถเข้าไปใช้ฐานข้อมูลชุดนี้เพื่อดูแลครัวเรือนยากจนในพื้นที่ ให้คนเดือดร้อนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีต่อไป















