ตำบลไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ตำบลไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี มีเนื้อที่โดยประมาณ 104 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 8,000 คน ตั้งขนาบแม่น้ำลำโดมใหญ่ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำมูล แบ่งการปกครองออกเป็น 15 หมู่บ้าน ในช่วง 10 ปี ย้อนหลัง ที่นี่เผชิญเหตุน้ำท่วมแล้วทั้งสิ้น 4 ครั้ง ไล่มาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2556 ได้เกิดมหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบประวัติศาสตร์ของตำบล จำนวน 14 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 15 หมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านกว่า 1,200 คน ต่างได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งไร่นา บ้านเรือน ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายอย่างมาก และชาวบ้านคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์ไหนจะรุนแรงเท่านี้อีกแล้ว และความถี่ของสถานการณ์คงมีไม่บ่อยนัก หากแต่ถัดกันปีเดียว คือปี 2557 น้ำได้ท่วมซ้ำและท่วมเร็วมากกว่าเดิม แม้ความรุนแรงจะไม่เท่าปีก่อน แต่ก็ถือว่ามีการท่วมที่เกิดขึ้นปีต่อปี
กระทั่งในเดือนกันยายน ปี 2562 ด้วยอิทธิพลของพายุโพดุลและคาจิกิ ส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 4 กันยายน 2562 ผลที่เกิดขึ้นคือปริมาณน้ำท่วมสูงจนทำลายสถิติปี 2556 ที่คิดว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และการท่วมครั้งนี้มีความรุนแรงในวงกว้าง เพราะไม่ใช่เฉพาะชุมชนตำบลไร่ใต้ หากแต่รวมถึงพื้นที่อื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อีกทั้ง 23 อำเภอจากทั้งหมด 25 อำเภอก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมคราวนี้เช่นกัน ส่งผลต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจของจังหวัดโดยรวมประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท
และอีก 3 ปีถัดมาคือล่าสุดปี 2565 จากอิทธิพลของพายุโนรูในช่วงปลายเดือนกันยายนคาบเกี่ยวมาถึงเดือนตุลาคม น้ำได้ท่วมหนักอีกรอบ ส่งผลความเสียหายต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดกว่า 6,000 ล้านบาท และในส่วนของตำบลไร่ใต้เองปริมาณน้ำท่วมคราวนี้ ได้ทำลายทุกสถิติของชุมชนที่เคยมีมาก่อน นับเป็นความรุนแรงและก่อให้เกิดข้อกังวลหลายด้านต่อชาวบ้าน จนเกือบจะเป็นภาพจำไปแล้วว่า ในทุกๆเดือนกันยายน – ตุลาคม ของทุกๆปี เหตุการณ์น้ำท่วมจะวนมาซ้ำอีกหรือไม่ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้มีความต่างจากอดีตอย่างมาก เพราะในครั้งอดีตแม้จะเคยเกิดน้ำท่วม แต่ก็เป็นเพียงการไหลบ่าประกอบกับความรุนแรงและความถี่ไม่ได้เกิดบ่อยเหมือนเช่นทุกวันนี้
แม้ว่าปีนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำโดดมใหญ่จะยังอยู่ในสภาพปกติ ยังไม่มีความน่ากังวลเกี่ยวกับน้ำที่จะท่วม อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ฤดูปลายหน้าฝนของทุกปี ชาวบ้านที่นี่ต้องเตรียมรับมือภัยน้ำท่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่างที่ดูสถิติย้อนหลังในเบื้องต้นก็เห็นแล้วว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้ถี่ขึ้นและแรงขึ้นทุกปี และเมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ชาวบ้านจึงไม่อาจนิ่งนอนใจต่อภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้
นางวิภาวี คำสา ผู้ใหญ่บ้านไร่เหนือ ต.ไร่ใต้ หนึ่งในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมู่บ้านได้ลงพื้นที่สำรวจชุมชน และพบว่าขณะนี้กำลังมีการปรับปรุงถนนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ถนนเส้นที่กำลังปรับปรุงมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคือเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วม โดยเป็นลักษณะถนนเสริมคอนกรีตที่ยกให้มีระดับความสูงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามแม้วัตถุประสงค์การปรับปรุงจะเป็นไปเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วม แต่ความกังวลก็คือขณะนี้ความก้าวหน้าในการดำเนินการนั้นชาวบ้านมองว่าค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากช่วงเวลานี้กำลังเข้าสู่ปลายฤดูฝนที่น้ำมักจะท่วมในช่วงนี้ แต่ความคืบหน้าในการปรับปรุงยังดำเนินงานไม่ถึง 50 % นี่จึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านมีความกังวล
“ตอนนี้จะเห็นได้ว่าถนนยังดำเนินการไปไม่ถึงไหน โดยเฉพาะในจุดซึ่งเป็นที่ลุ่มอย่างบริเวณแก้มลิงร่องนางงอบ ซึ่งเดิมทีจุดนี้จะเป็นจุดรับน้ำก่อนที่น้ำจะไหลลงไปลำโดมใหญ่ แต่ตอนนี้ถนนยังไม่แล้วเสร็จ จึงหวั่นว่าถ้าน้ำมามากถนนที่กำลังก่อสร้างอาจชำรุด และไม่สามารถใช้งานตามเป้าหมายได้ จึงอยากขอความร่วมมือให้ผู้รับเหมาเร่งดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำในปีนี้ ซึ่งเราก็คาดเดาไม่ถูกว่าน้ำมาเยอะหรือมาน้อย” เสียงสะท้อนจากนางวิภาวี คำสา ผู้ใหญ่บ้านไร่เหนือ ซึ่งได้ฝากข้อความไปหาหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้เร่งดำเนินการ
จากการลงพื้นที่เพิ่มเติมของนางวิภาวีและคณะ พบว่าถนนสายนี้มีการดำเนินการปรับปรุงเป็นระยะ และสาเหตุบางส่วนที่มีความล่าช้าเนื่องจากขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งการจราจรในชุมชนที่มีผู้คนสัญจรตลอดเวลา จึงอาจทำให้การทำงานปรับปรุงเป็นไปอย่างยากลำบาก รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมาก็มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างล่าช้า และจากการสอบถามนายสุเวช จันทร์จิตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ ก็ได้รับคำตอบว่าถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงชนบท ซึ่งรายละเอียดในการส่งมอบงานว่าจะแล้วเสร็จวันไหนยังไม่แน่ใจในรายละเอียด อย่างไรก็ตามนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ ได้ให้คำตอบว่าถนนน่าจะแล้วเสร็จทันแน่นอน เพราะจุดที่ยังเป็นปัญหาคือจุดที่จะนำท่อคอนเวิร์ตลงไปเป็นทางระบายน้ำ โดยจุดนี้รอแค่ขั้นตอนการยกท่อลงแล้วนำดินกลบและเททับด้วยซีเมนต์ตามสเปกก็จะสามารถใช้การได้แล้ว
ที่เล่ามาทั้งหมดคือการเตรียมความพร้อมของชุมชนตำบลไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีย้อนหลังที่น้ำท่วมถี่ขึ้นมาก ทั้งที่ในอดีตไม่เคยเจอปัญหาหนักขนาดนี้มาก่อน ซึ่งสาเหตุของน้ำท่วมนั้นก็มาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ที่ดิน จากเดิมที่บริเวณนี้เคยมีต้นไม้อุดมสมบูรณ์ แต่ช่วงหลังจากมีโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ จำนวนต้นไม้ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากชาวบ้านตัดต้นไม้แล้วหันมาปลูกมันสำปะหลัง นอกจากนี้ลักษณะการทำนาซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมยังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ท้องนาเคยมีจุดพักน้ำหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “คันนา” อันเป็นแนวคันที่มีไว้เพื่อพักน้ำไม่ให้น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำเร็ว แต่ปัจจุบันคันนาได้ถูกไถออกให้เป็นแปลงนาขนาดใหญ่เพื่อจะให้รถไถนาขนาดใหญ่ลงได้ ซึ่งทำให้การทำนาในยุคนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และเหตุผลใหญ่ที่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตคือการเกิดขึ้นของเขื่อนลำโดมใหญ่ที่ห่างจากชุมชนออกไปทางด้านตอนล่างของแม่น้ำประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนที่จะไหลลงไปบรรจบกับแม่น้ำมูล โดยชาวบ้านมองว่าเขื่อนคือวัตถุที่กีดขวางทางน้ำไม่ให้น้ำไหลสะดวก และหากปีไหนน้ำในแม่น้ำมูลเยอะก็ยิ่งจะทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า จึงทำให้การระบายน้ำช้ามาก ดังนั้นจะพบว่าหากปีไหนที่น้ำในแม่น้ำมูลเยอะก็จะทำให้น้ำท่วมนาน และความเสียหายก็จะมากตามไปด้วย เพราะนอกจากจะท่วมในเขตพื้นที่หมู่บ่านแล้ว ในพื้นที่นาและแปลงเกษตรอื่นๆก็ได้รับความเสียหาย ฉะนั้นถ้าให้ดีชาวบ้านที่นี่จึงไม่ต้องการน้ำท่วม แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้วิธีการที่ดีที่สุดก็คือการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมมากที่สุด ซึ่งการปรับปรุงผิวถนนก็เป็นหนึ่งวิธีที่รัฐเข้ามาช่วยเหลือ แต่มันจะไม่ได้ผลเลยหากการปรับปรุงล่าช้าและอาจไม่ทันท่วงทีต่อการใช้งาน
#ผลงานนักสื่อสารชุมชน
วิภาวี คำสา












