วันที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพมหานคร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดย นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยนายสามารถ สุขบรรจง หัวหน้าสำนักยุทธศาสตร์ขบวนองค์กรชุมชนเข้มแข็ง พอช. เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 สู่การปฏิบัติ ในระดับพื้นที่และตำบล ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนา จัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อเสริมสร้างความรู้เข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่และตำบล รวมทั้งระดมความเห็นต่อประเด็นการพัฒนาและพื้นที่นำร่องสำหรับแต่ละหมุดหมายที่ภาคีการพัฒนาจะร่วมกันขับเคลื่อนในช่วงปีงบประมาณ 2567 ต่อไป
นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการ สศช. ได้ชี้แจงความสำคัญและรูปแบบของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ผ่านกลไกเชิงพื้นที่ รวมถึงความเชื่อมโยงของกลไกเชิงพื้นที่กับกลไกเชิงยุทธศาสตร์และกลไกเชิงภารกิจในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13
ช่วงที่ (2) การเสวนาเรื่องบทบาทของเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ ที่สามารถสนับสนุนภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ในการนำกลยุทธ์การพัฒนาของ 13 หมุดหมายในแผนพัฒนาฯ 13 ไปดำเนินการในระดับพื้นที่และตำบล โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย
(1) รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเด็น“กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ บนฐานขององค์ความรู้” โดยสรุปใจความว่า การให้ความสำคัญกับงานวิจัยเชื่อมโยงแผนปฏิรูป ขับเคลื่อนในทุกระดับ โดยเป็นความสัมพันธ์ใหม่ที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ โดยความรู้ใหม่นวัตกรรมที่เหมาะสมโดยข้อมูลระดับชุมชนเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติของทุกภาคีที่มีส่วนร่วมเช่น พอช. และมหาวิทยาลัย ร่วมทั้งการบริหารจัดการที่เป็นระบบศักยภาพชุมชนพื้นที่ รายได้และการสะสมทุนในพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มสิ่งแวดล้อมดี คนมีความรู้ความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาตนเองชุมชนท้องถิ่นร่วมมือต่อยอดให้เกิดความร่วมมือทางสังคม
(2) นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ประเด็น “องค์กรชุมชนกับการพัฒนา โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง” โดยสรุปใจความว่า การให้ขบวนองค์กรชุมชนเป็นข้อต่อสำคัญของงานพัฒนาให้เกิดขึ้นจากระดับเชิงพื้นที่สู่นโยบายจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย พอช. ขับเคลื่อนงานภายใต้วิสัยทัศน์ 2570 “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ เห็นจากปัจจุบัน พอช. ขับเคลื่อนเรื่อง (1)การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กปฐมวัย นำร่อง 60 ศูนย์ เน้นการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning ให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญา ร่วมทั้งจะขับเคลื่อนร่วมกับการเข้าถึงการศึกษาของเยาวชนกับกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (2) การขับเคลื่อนการจัดการป่าชุมชน รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ ที่มีกลไกการพัฒนา โดยทำอย่างไรให้เกิดการยกระดับระบบการผลิตและออกสู่ระบบตลาดภายนอกได้อย่างยั่งยืน ยกตัวอย่างรูปธรรมเกษตรอินทรีย์หรือฟักทองแปรรูปต่างๆ ที่ตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน (3) การจัดการสิ่งแวดล้อมหรือการจัดการขยะชุมชนที่ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนได้ในการทำให้เป็นเรื่องร่วมของคนในจังหวัด ร่วมกำหนดทิศทาง ยกตัวอย่างแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ตเกาะสวรรค์ ที่เกิดการเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดภูเก็ตเชื่อมโยงเครือข่ายข้าวจากจังหวัดชัยภูมิ ฯลฯ ทั้งนี้ พอช. ขอเป็นหน่วยงานอาสาเชื่อมภาคี เชื่อมผู้นำชุมชน โดยมีฐานทำเนียบผู้นำที่เข้าถึง ในการเชื่อทการทำงานและสร้างกลไกในระดับพื้นที่และทุกระดับไปด้วยกัน
(3) ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ประเด็น “เทคโนโลยีและนวัตกรรม กับการขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับพื้นที่” สรุปใจความว่า การเป็นส่วนหนึ่งของช่างเชื่อมร่วมกับสภาพัฒน์ โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่มีอยู่แล้วเทคโนโลยีสารสนเทศ และข้อมูลที่มีการออกแบบคิดค้น/ผลิตในประเทศไทยตามที่ยกตัวอย่างข้างน้น (ยกระดับ วทน, สร้างงาน, สร้างคน, สร้างอุตสาหกรรม) โดยปรับปรุงธรรมาภิบาลข้อมูล การให้บริการข้อมูล และจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ตามกฎหมายหรือระเบียบสิ่งสำคัญ คือ การปรับปรุงข้อมูล และ การเชื่อมโยงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ส่วนนโยบายควรปรับปรุงกฎหรือระเบียบเพื่อให้ท้องถิ่น
ทำงาน และ แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น โดยกระบวนการบริหารจัดการมีการปรับปรุงตัวชี้วัดการประเมินหน่วยงานและบุคลากรให้เชื่อมโยงแผนฯ 13 (ภายในและเครือข่าย) เป็นต้น
โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้กล่าวถึงบทบาทของเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ ที่สามารถสนับสนุนภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ในการนำกลยุทธ์การพัฒนาของ 13 หมุดหมายในแผนพัฒนาฯ 13 ไปดำเนินการในระดับพื้นที่และตำบล ได้แก่ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เครือข่ายองค์กรชุมชน และเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูล ตลอดจนวิธีการที่ภาคีการพัฒนาต่าง ๆ จะนำเครื่องมือและกลไกดังกล่าวไปใช้เป็นประโยชน์
ช่วงที่ (3) การเสวนาในประเด็นการนำเสนอตัวอย่างของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่และตำบล ในประเด็นการส่งเสริมเยาวชนนอกระบบการศึกษา การทำงาน และการฝึกอบรม (Youth Not in Education Employment or Training: NEETs) ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพและเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่นำร่องตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนจำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วย ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นายอำนวย อินทรธิราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาพู่ จังหวัดอุดรธานี นายเฉลิมภัทร์ วุฒิวัฒน์ ผู้จัดการศูนย์อบรมสยามคูโบต้า บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และนางสาววิลสา พงศธร เจ้าหน้าที่พัฒนาวัยรุ่นและการมีส่วนร่วม องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ประเทศไทย
สุดท้ายในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกันใน 13 กลุ่มย่อย ซึ่งแบ่งตาม 13 หมุดหมายของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เพื่อกำหนดประเด็นการพัฒนาและพื้นที่นำร่องที่เหมาะสมในแต่ละหมุดหมาย ซึ่งภาคีการพัฒนาจากภาคส่วนต่าง ๆ จะดำเนินการร่วมกันในช่วงปีงบประมาณ 2567 รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายผู้ขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในแต่ละหมุดหมาย ในระดับพื้นที่และตำบล ร่วมกันต่อไป
พิชยาภรณ์ หาญวณิชานนท์ เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูลอาวุโส มอบหมายหน้าที่เลขา ผอ.พอช. รายงาน











