กาฬสินธุ์ / ด้วยชมรมเครื่อข่ายวิทยุนักสื่อสารชุมชนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค จ.กาฬสินธุ์ ได้เป็นแกนดำเนินกิจกรรมการต่อต้านเหมืองแร่ทรายแก้วเถื่อนขึ้นในพื้นที่ตำบลเหล่าไฮงาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งดำเนินการมาขุดทรายแก้วมาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบันจนทำให้ทางนายทุนชะลอโครงการนี้ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนดซึ่งโครงการนี้สร้างผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์เป็นอย่างมาก และเป็นบริเวณกว้างเกือบสามสี่ตำบลในระแวกใก้ลเคียงโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานของภาครัฐให้การสนับสนุนกลุ่มนายทุนไม่ว่าจะเป็นนายก อบต.และผู้นำกำนันผู้ใหญ่บ้าน บางคนถูกซื้อตัวไปซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่และอุตสาหกรรมจังหวัดต่างก็เห็นดีงาม กับทางกลุ่มทุน โดยโกหกชาวบ้านว่าจะได้เป็นการสร้างงานให้ลูกหลานและคนในพื้นที่มีงานทำสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีในด้านการมีเหมืองทรายแก้วถ้ามีในพื้นที่ ซึ่งหาเป็นเช่นนั้นไม่ตามที่ทางชุมชนเครือข่ายวิทยุนักสื่อสารชุมชุนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและกลุ่มคนเหล่าไฮงามไม่เอาเหมืองแร่ ลงพื้นที่สำรวจดูโรงงานอีกที่หนึ่งในบริเวณใก้ลเคียงกันซึ่งอยู่ห่างกัน 12กม. ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด พื้นที่ต่อเขตกันการทำงานในเหมืองนั้นล้วนแล้วแต่ใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่หาได้ใช้แรงงานจากคนในพื้นที่ไม่ และสังเกตุดูในที่นาในบริเวณรอบๆตั้งโรงงานต้นข้าวและพื้นผลต่างๆของชาวบ้านแคร่ะแกร่นไม่งอกงามพืชผลผลิดไม่มีคุณภาพได้ผลตอบแทนต่อไร่น้อยกว่าแต่ก่อนที่มีเหมืองทรายแก้วอย่างเห็นชัดดินเทื่อมโทรมแข็งเป็นดานจากกระยวนการผลิดน้ำยาล้างทรายแก้วและจากการสอบถามชาวบ้านที่มีที่นาในบริเวณที่น้ำยาล้างแร่ซึมไปถึงในรัศมี 4-5 กม.ปู ปลา กูุ้ง หอย แต่ก่อนเคยอุดมสมบูณร์ก็หนีหายหมดไม่มีพบเห็นดังแต่ก่อนมีเหมืองแร่ ทางชมรมเครือข่ายวิทยุนักสื่อสารชุมชนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่ทางชมรมเราตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเหล่าไฮงามและชาวบ้านจึงลุกขึ้นมาปกป้องและอนุรักษ์ฝืนดินบ้านเกิดสู้กับกลุ่มทุนยักษ์
ผลนักนักสื่อสารชุมชน
นายเกียรติศักดิ์ ศิริเกตุ
ประธานเครือข่ายวิทยุนักสื่อสารชุมชนเพื่อการคู้มครองผู้บริโภค จ.กาฬสินธุ์










