เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 มีการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนงานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ครั้งที่ 1/2566 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และผ่านระบบซูม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตติ มงคลชัยอรัญญา ประธานอนุกรรมการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตติ มงคลชัยอรัญญา ประธานอนุกรรมการ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการสนับสนุนงานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นคณะนี้ เป็นคณะอนุกรรมการชุดใหม่ที่เกิดขึ้นในองค์กร พอช. โดยคณะกรรมการสถาบันฯ หรือ ‘บอร์ด พอช.’ ให้ความสำคัญกับงานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจึงได้มีมติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ขึ้นมา
คณะอนุกรรมการชุดนี้ ได้มีการออกแบบให้มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วยผู้แทนสถาบันวิชาการที่มีประสบการณ์ทำงานเชิงพื้นที่ ผู้แทนหน่วยงานจัดสรรทุน วิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี หน่วยงานที่จะรับทุนไปบริหารต่อ และมีผู้แทนจากชุมชนร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีความสำคัญมาก อยากให้ชุดนี้วางแนวทาง การสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องการพัฒนางานวิชาการผ่านกระบวนการที่หลากหลาย ที่ผ่านมามีการจัดทำเรื่องการจัดการความรู้ ถอดพื้นที่รูปธรรม ผ่านงานวิจัย พอช.มีการดำเนินการแต่ความเข้มข้นอาจยังไม่เพียงพอ หวังว่าคณะอนุกรมการชุดนี้จะช่วยให้มีความเข้มข้นขยายผลได้มากขึ้น
ผลงานการจัดความรู้และงานวิจัยของ พอช.
พอช.มีผลการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้และงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาและแผนปฏิบัติการ พัฒนา วิจัย นวัตกรรม จัดการความรู้ การสื่อสารระยะ 5 ปี (2566-2570) ได้แก่
1.สนับสนุนงานพัฒนาความรู้ วิชาการ จัดการความรู้และนวัตกรรมในการดำเนินงานของขบวนชุมชนและสถาบันฯ มีกระบวนการเปิดวงแลกเปลี่ยนบทเรียน ประสบการณ์ ผ่านโครงการ/หลักสูตรการพัฒนาผู้นำในขบวน การถอดบทเรียนจากพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อสะท้อนถึงรูปธรรมความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พัฒนาผู้นำให้เป็น “นักจัดการความรู้” การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ การสนับสนุนกระบวนการจัดการความรู้ให้กับสถาบัน ระบบการจัดการความรู้ออนไลน์ มีการสนับสนุนการจัดการความรู้ของพื้นที่ ดำเนินการร่วมกับชุมชนและนักวิชาการส่วนกลาง มีรูปธรรมผ่านการจัดการความรู้ไม่น้อยกว่า 500 พื้นที่
2.ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา/หน่วยงานวิชาการ (เชิงนโยบายและพื้นที่) ส่งเสริมและพัฒนางานด้านวิชาการ โดยร่วมกับนักวิชาการ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม พัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง ภายใต้ 4 กรอบใหญ่ คือ 1) คนมีแนวคิดและความสามารถเพิ่มขึ้น (ความรู้/ทัศนคติ/ทักษะ) 2) คุณภาพชีวิตคนในชุมชนดีขึ้น 3)ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์โครงสร้าง/นโยบาย 4)องค์กรชุมชนเข้มแข็ง/มีความสามารถในการบริหารจัดการ
ปี 2563 มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมชุมชน มีการเชิญนักวิชาการร่วมให้นิยาม และเติมเต็มในมุมมอง “นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” คุณลักษณะและองค์ประกอบของนวัตกรรม ดังนี้ เป็นสิ่งใหม่ เกิดจากการมีส่วนร่วม เกิดประโยชน์ส่วนรวม สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ง่ายต่อความเข้าใจ ใช้ทุนในชุมชน สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม และนวัตกรเป็นคนในชุมชน
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้โครงการ “Social Innovation Village Idea Hacks” และร่วมกับภาคีวิชาการ และเอกชน ส่งเสริมขบวนองค์กรชุมชนนำเสนอบทเรียน / รูปธรรมสู่เวทีระดับชาติ
3.งานวิจัยของชุมชนท้องถิ่น สถาบันฯ มีภารกิจและงบประมาณ เพื่อทำการศึกษาวิจัยและประเมินผล ปี 2563 – ปัจจุบัน ได้มีการร่วมกระบวนการพัฒนากรอบและจัดทำโครงการศึกษาวิจัย และสนับสนุนงบประมาณในการเผยแพร่งานวิจัย/งานวิชการที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนา
4.การส่งเสริมให้เรื่องการจัดการความรู้และงานศึกษาวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่
มุมมองของอนุกรรมการ
คณะอนุกรรมการได้แลกเปลี่ยนให้ข้อคิดเห็นว่า สิ่งที่พอช.ทำไป เรื่องการสร้างความรู้นวัตกรรม หากมองในเชิงประเด็น ที่พอช.ทำมาตลอดคือเรื่องที่อยู่อาศัย การบริหารกองทุนชุมชน เศรษฐกิจชุมชน สินเชื่อชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน ภัยพิบัติ และมีประเด็นอื่น ๆ การจัดการความรู้กว่า 500 เรื่อง พอช.มีจุดแข็ง เพราะทำงานครบทุกพื้นที่ในประเทศไทย มีขบวนชุมชนอยู่ทั่วประเทศ มีชุมชนที่มีความโดดเด่น มีความเข้มแข็งเป็นพิเศษ
สิ่งที่ พอช.ดำเนินการอีกเรื่อง คือ ระบบข้อมูลของชุมชนทั่วประเทศ เวทีนี้จะเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เราจะใช้ระบบข้อมูลอย่างไร ? ต้องรู้ว่าใครมีระบบข้อมูล เช่น เรื่องความยากจน สังคมสูงวัย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง จุดแข็งของพอช. คือ มีคนจริง พื้นที่ปฏิบัติการจริงของประเทศ กลไกชุมชน การพัฒนาศักยภาพกลไกให้อยู่ในระดับพื้นที่ หากเขาแข็งแรง ประเทศจะแข็งแรงขึ้น
ระบบฐานข้อมูล หลายหน่วยงานพยายามทำ พอช.น่าจะเป็นนวัตกรรมทางสังคม ใช้องค์ประกอบและคุณลักษณะคำว่า “นวัตกรรมชุมชน” เครื่องมือภายใต้ 4 กรอบใหญ่ และสมรรถนะของ 500 พื้นที่ ในแต่ละพื้นที่มีจุดแข็งอย่างไร จัดลำดับ จะทำให้เราเห็นความเด่น บ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน บางมิติสามารถเชื่อมโยงเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน จะทำให้เห็นนวัตกรรมทางสังคมชัดขึ้น
นอกจากนี้คณะอนุกรรมการได้ให้ความเห็นต่อโครงการศึกษาวิจัยการบูรณาการภาคีร่วมพัฒนาเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วยวัย (จ.ตราด จ.สระบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.สตูล จ.ยะลา) มีใจความสรุปว่า นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทางพอช.จะใช้เป็นต้นแบบ พื้นที่ 5 จังหวัด มีการทำงานในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยินดีสนับสนุนด้านข้อมูล มีข้อสังเกตว่า โครงการนี้ไม่มีจังหวัดในภาคอีสานจะทำให้งานมีความสมบูรณ์ครบถ้วนเชิงพื้นที่หรือไม่ ? คาดว่างานวิจัยชิ้นนี้ จะทำให้เห็นการบูรณาการร่วมกันทั้งภายในและภายนอกพอช.
แนวทางสนับสนุนการพัฒนางานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามแผน 5 ปี
มีความเห็นจากคณะอนุกรรมการว่า เรื่องที่น่าจะทำได้ คือ ทำผ่านงานโคงการวิจัย โดยอาจเลือกพื้นที่ต้นแบบให้คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้มีส่วนร่วมเห็นภาพเชิงระบบ เพื่อช่วยหนุนเสริมขบวนองค์กรชุมชนที่พร้อมจะยกระดับไปสู่ระดับนโยบาย ร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาในพื้นที่ น่าจะช่วยหนุนเสริมพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่เป็นจริงได้
ช่วงท้ายของการประชุม ผศ.จิตติ มงคลชัยอรัญญา กล่าวว่า การบูรณรการการทำงานต้องใจกว้าง ใจใหญ่ ในโอกาสต่อไป อาจมีการนำเสนอพื้นที่รูปธรรมของแต่ละหน่วยงาน
“ขอฝากเป็นการบ้านว่า สิ่งที่น่าจะร่วมดำเนินการ ตัดสินใจ ข้อเสนอบางอย่างของแต่ละหน่วยงาน อะไรที่ผสานกันได้พอดี มีคนทำ มีคนใช้ประโยชน์ มีการสนับสนุน เพื่อจะได้เห็นเป็นแนวทางในการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต” ผศ.จิตติกล่าวในตอนท้าย












