พอช.จัดทัพปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. พร้อมปรับโครงสร้าง และระบบการบริหาร พอช. เพื่อสนับสนุนการสร้างชุมชนเข้มแข็ง เน้นการทำงานแนวราบ สร้างระบบและทีมทำงานร่วมกันให้มากขึ้น
วันนี้ (18 สิงหาคม 2566) ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ มีการประชุมคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประจำเดือนสิงหาคม โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานในที่ประชุม มีคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ ผู้แทนชุมชน และผู้บริหารพอช. เข้าร่วมประชุมในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์กว่า 40 คน
การปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. นั้น มุ่งในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนระดับตำบล เชื่อมโยงสู่ระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัด มีระบบการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคีพัฒนาในท้องถิ่น รวมถึงภาครัฐ โดยองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา ในปี 2566 ผู้อำนวยการสถาบัน ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับระบบการปฏิบัติงาน และโครงสร้างการบริหารองค์กรของสถาบันฯ ที่มีองค์ประกอบทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม เพื่อศึกษา รวบรวมข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอถึงแนวทางการปรับระบบการการปฏิบัติงานฯ ในเบื้องต้น สนับสนุนการจัดกระบวนการ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาคี บุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบในการปรับระบบการปฏิบัติงานฯ ตลอดจนจัดทำข้อเสนอในการออกแบบระบบการปฏิบัติงานและโครงสร้างการบริหารองค์กรของสถาบัน ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสถาบัน และกลไกที่เกี่ยวข้อง โดยมีการจัดเวทีสัมมนาเพื่อทำการศึกษาและจัดทำข้อเสนอที่จะนำมาสู่การออกแบบระบบการสนับสนุนงานของขบวนองค์กรชุมชนและ พอช. ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์องค์กรทั้งในส่วนกลางและระดับภูมิภาค
น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา
น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาคณะกรรมการ และประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับระบบการปฏิบัติงาน และโครงสร้างการบริหารองค์กรของสถาบันฯ ระบุว่า “การปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. ในครั้งนี้เป็นเหมือนการสร้างเครือข่ายและมีระบบข้อมูลจากข้างล่างเพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน การปรับโครงสร้างครั้งนี้ทำให้เกิดระบบชุมชนที่จังหวัด และมีการออกรายงานเชิงพื้นที่ ภาพรวมการพัฒนาในระดับจังหวัดของขบวนองค์กรชุมชนนั้นได้ เช่น ชัยนาท พังงา อำนาจเจริญ สตูล เหล่านี้เป็นระบบของชุมชนที่เชื่อมโยงกันจากชุมชน จังหวัด กลุ่มจังหวัด และกลุ่มจังหวัดมีบทบาทในการเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ ผนวกรวมกับการบริหารจากส่วนกลางมาสร้างระบบมาร่วมกันที่เป็นระบบทั่วประเทศไทย”
อย่างไรก็ตามหลักคิดสำคัญของการปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. นั้นมองถึงการสนับสนุนการพัฒนาที่องค์กรชุมชนเป็นเจ้าของ องค์กรชุมชนและภาคีมีส่วนร่วมการบริหารจัดการงานพัฒนาร่วมกันทั้งในพื้นที่ และงานประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ ใช้โครงการพัฒนา งบประมาณ เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นขบวนการ เพื่อสร้างคุณภาพ สถานภาพ ได้รับการยอมรับและปรับความสัมพันธ์ เกิดความร่วมมือในการพัฒนาที่เท่าเทียม และมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน ท้องถิ่น ประชาคม และหน่วยงานรัฐทั้งในจังหวัด และส่วนกลาง เป้าหมายสำคัญเพื่อการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ มีกลไกกลางในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ระดับจังหวัด ขบวนองค์กรชุมชนเป็นหุ้นส่วนการทำงานสำคัญ มีบทบาทในการสร้างกระบวนการเพื่อเกิดการจัดทำแผน และผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคี สร้างกระบวนการเรียนรู้แนวราบให้เกิดพื้นที่รูปธรรม จัดทำรายงานการพัฒนาจังหวัดของภาคประชาชน เชื่อมโยงรูปธรรม
นายวิชัย นะสุวรรณโน
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช. และคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับระบบการปฏิบัติงาน ระบุเพิ่มเติมว่า ในระดับจังหวัด มีการกำหนด 10 คุณสมบัติสำคัญของจังหวัดจัดการตนเอง ประกอบด้วย (1) การรวมกลุ่ม และเชื่อมโยงกันขององค์กรชุมชน และภาคีที่หลากหลายในระดับจังหวัด (2) การจัดทำและเสนอแผนพัฒนาระดับจังหวัดของขบวนชุมชน และประชาสังคมให้เป็นที่ยอมรับของภาคี หน่วยงาน เพื่อได้รับบรรจุในแผน หรือนโยบายการพัฒนาในจังหวัด (3) มีระบบข้อมูล และตัวชี้วัดการพัฒนาของชุมชนท้องถิ่น มีการรายงานความก้าวหน้า สื่อสารอย่างต่อเนื่อง (4) ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา และนโยบายสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นในจังหวัด และจัดทำข้อเสนอ แนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (5) โครงสร้าง และกลไกการทำงานที่มีส่วนร่วม ครอบคลุมหลากหลายประเด็นงาน เป็นที่ยอมรับ ของขบวนชุมชนท้องถิ่น ภาคีทุกภาคส่วน (6) ระบบการบริหารจัดการ การทำงานร่วมกันระดับจังหวัด และการส่งเสริม กำกับให้ขบวนชุมชนในจังหวัด เป็นระบบที่เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ (7) การทำงาน และตัวแทนของขบวนชุมชนจังหวัดเป็นที่รู้จักยอมรับของทุกฝ่าย (visibility) มีที่ทำการศูนย์ที่สามารถใช้ติดต่อ ประสานงานกลางที่ชัดเจน (8) ส่งเสริม สนับสนุนชุมชนเข้มแข็งครอบคลุมทั้งจังหวัด เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการทำงานระหว่างชุมชน และกับภาคีที่หลากหลาย ทำงานเชื่อมโยงกับกลุ่มจังหวัด ภาค และประเทศ (9) พัฒนาคนทุกรุ่น ทุกกลุ่ม มีระบบการเรียนรู้ จัดการความรู้ และการสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง (10) ประชุมร่วมกันของชุมชน เครือข่ายชุมชน และภาคีอย่างสม่ำเสมอ และจัดประชุมประจำปีเป็นสมัชชาจังหวัด ระหว่างขบวนชุมชน ประชาสังคม และภาคีทุกภาคส่วน
ทั้งนี้มีการพิจารณาความพร้อมในการบริหารจัดการโครงการ งบประมาณของ พอช. ร่วมกันระดับจังหวัด ซึ่งมองว่า ใน 77 จังหวัดนั้น ได้มีการเสนอพื้นที่ในกลุ่มจังหวัด เป็นพื้นที่นำร่องขับเคลื่อน ใน 20 จังหวัด ดำเนินการในปี 2567 เพื่อให้เกิดการรับรองสถานภาพในระดับจังหวัด เกิดการพัฒนาแลกเปลี่ยนกันระหว่างจังหวัด กลุ่มจังหวัด ตลอดจนงบประมาณปี 2567 จะต้องออกแบบให้สอดคล้องกับจังหวัดนำร่อง และจังหวัดขยายผลต่อไป ในส่วนของการปรับโครงสร้างระบบการบริหารของ พอช. นั้น จะเป็นการสนับสนุนสร้างชุมชนเข้มแข็ง สอดคล้องกับทิศทางสถานการณ์ของขบวนองค์กรชุมชน โดยเฉพาะโครงสร้างการบริหารและการทำงานแบ่งเป็น (1) ระดับกลุ่มจังหวัด เป็นพื้นที่ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ร่วมกับภาคี มีความหลากหลาย มีภาคส่วนต่างๆ มาร่วม ทั้งขบวนองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาคีในพื้นที่ ที่ทำงานเชื่อมโยงกัน ภายใต้กลไกดังกล่าวจะทำให้เกิดกลไกร่วมในการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนวาระและการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ (2) ระดับภาค มีคณะส่งเสริมการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน ประชาสังคม และภาคี มีบทบาทในการเชื่อมโยงเครือข่ายและขบวนชุมชนในจังหวัด กลุ่มจังหวัดเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ภาคประชาชนทั้งเชิงพื้นที่ และเชิงประเด็น ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อการแก้ไขปัญหาของขบวนชุมชน ประสานความร่วมมือกับภาคีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัด การสร้างกระบวนการเรียนรู้ภาคประชาชน (3) ระบบการบริหาร พอช. มีการเสนอโครงสร้างใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และการปรับการขับเคลื่อนงานพัฒนาในพื้นที่ให้มากและหลากหลายมากขึ้น แบ่งเป็น 4 กลุ่มงาน ประกอบด้วย กลุ่มสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม กลุ่มพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชุมชน กลุ่มบริหารเงินทุนและสินเชื่อเพื่อการพัฒนา กลุ่มนโยบาย และบริหารองค์กร ที่จะมีพื้นที่กลางกลไกการบริหารร่วมกัน
นายกฤษดา สมประสงค์
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. ระบุเพิ่มเติมว่า การปรับโครงสร้างใหม่ เป็นการปรับที่ก่อให้เกิดกระบวนการที่องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก ส่งผลให้การทำงานในพื้นที่นั้นมีการขับเคลื่อนอย่างมีคุณภาพ และให้เกิดการเกื้อหนุนการทำงานในพื้นที่ให้มากขึ้น
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ ระบุว่า ในการขับเคลื่อนงานของ พอช. นั้นอยากให้ความสำคัญกับเรื่อง IT และ social media เป็นองค์กรสู่อนาคต รวมถึงกลุ่มงานสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม ที่มีการขับเคลื่อนในระดับกลุ่มจังหวัด และมีทีมส่วนกลาง สำนักประสานขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม เพื่อพัฒนาผู้นำและนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนและสังคม มองถึงการปรับปรุงเรื่องคนและกระบวนทัศน์ ถือเป็นการปรับกระบวนการ ให้ขบวนองค์กรชุมชนเข้าถึง และนำระบบ IT มาช่วย ในขณะเดียวกันมีกลุ่มบริหารเงินทุนและสินเชื่อเพื่อการพัฒนา ที่มีเรื่องของเงินที่สนับสนุน ทั้งในระบบงบประมาณ และการสนับสนุนจากแหล่งอื่นๆ ส่วนการบริหารภายใต้โครงการ ที่จะมีมากขึ้น อยากให้มีระเบียบการทำงาน หรือธรรมนูญระดับภาค จังหวัด ตำบล ให้มีเรื่องของ “ชุมชนเข้มแข็ง” นั้นเข้าไป มีการทดลองใช้ นำร่อง สุดท้ายเราจะมีกระบวนทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับพื้นที่ จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และประเทศ ต่อไป
อย่างไรก็ตามหลังจากคณะกรรมการสถาบัน ได้รับทราบถึงผลการศึกษาแนวทางการปรับระบบการปฏิบัติงานและโครงสร้างการบริหาร พอช. พร้อมทั้งเห็นชอบให้ฝ่ายบริหารนำผลการศึกษาไปพิจารณาดำเนินการจัดทำข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และขั้นตอนกระบวนการของการบริหารที่เกี่ยวข้องต่อไป














