พอช. : วันที่ 30 มิถุนายน 2566 ณ ห้องประชุม 301-302 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ครั้งที่ 7/2566 มีผู้เข้าร่วมประชุมรูปแบบ Onsite และ Online กว่า 40 คน โดยมีประเด็น/สาระสำคัญในการบริหาร มีดังนี้
- การพัฒนาและบริหารโครงการบ้านมั่นคง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า พอช. เรื่องของบ้านมั่นคงที่เป้าประเด็นถือเป็นโอกาสของ พอช. และ พอช. เองมีกระบวนการจัดการปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ เราต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และ พอช. ต้องทำระบบ รวมถึงการรายงานให้เรียบร้อย
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ พอช.
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ พอช. รายงานเพิ่มเติมว่า จากกรณีมีการร้องเรียนผ่านสื่อฯ ได้มีการประชุมอย่างเร่งด่วน ทำให้พบว่ามีโครงการที่พบความเสี่ยง 76 โครงการ และเราจะต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย 1) สมาชิก ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับสมาชิกเพื่อเข้ามาร่วมโครงการ 2) เครือข่าย จะต้องมีการตั้งกลไกเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลร่วมกันกว่า 1,000 แห่ง 3) การฟื้นฟูขบวน มีการเสนอสินเชื่อเร่งด่วน 4) มีการทำงานร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ท้องถิ่น และ พอช. จะมีการส่งเสริมระบบการออมทรัพย์ การติดตามประเมินผล การยกระดับการบริหารจัดการ และจะมีการยกระดับคู่มือเพื่อให้เกิดการบริหารโครงการให้เกิดคุณภาพมากขึ้น รวมถึง 5) การวางข้อ กม. เพื่อใช้ขับเคลื่อนเพื่อให้ขบวนบ้านมั่นคงนั้นมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความโปร่งใส เป็นต้น
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช.
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจาก พอช. อนุมัติสินเชื่อให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ ที่ผ่านมาอาจจะไม่มีระบบติดตาม ซึ่งต่อไปจะมีทีม/เครือข่ายที่มีผู้แทนจากขบวนองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ ร่วมกับ พอช. ลงไปให้ความรู้และติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงและให้เกิดการบริหารจัดการในรูปแบบสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิผล
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษา คณะกรรมการสถาบัน ระบุว่า จากประเด็นที่เกิดขึ้น เห็นจุดอ่อนที่เราให้ชุมชนริเริ่มและจัดการ ซึ่งประเด็นสำคัญก็เป็นจุดแข็ง ที่อยากให้ชุมชน/ชาวบ้านนั้นร่วมจัดการตนเองได้ บางทีโครงการที่ริเริ่มแล้วมีความเป็นอิสระ ไม่มีคนเข้าไปช่วยถ่วงดุลได้มากพอ ก็เกิดปัญหานี้ได้ ปัญหาดังกล่าว กลายเป็นการฉายภาพรวมไปทั้งประเทศ ซึ่งทำให้เราได้เห็นถึงความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้นที่ไหนบ้าง จะจัดการดูแลร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ประการที่สอง โครงการที่เกิดโดดๆ แบบนี้ จะมีความเสี่ยงสูงในตัวของมันเอง ซึ่งการติดตั้งกลไกและการร่วมบริหาร ทำงานร่วมของเครือข่ายด้วยกัน เป็นการบริหารโครงการให้อยู่ในสายตาของคนอื่นๆ ร่วมกัน เป็นการมองถึงระบบ การเชื่อมโยงหน่วยทั้งหลายที่เข้ามาตั้งแต่เริ่มต้น เช่น ระบบของเมือง ระบบกลไกร่วม การพัฒนาระบบเช่นนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบบริหารจัดการที่ดี เป็นส่วนหนึ่งที่ท้องถิ่น เครือข่าย มาร่วมดำเนินการ จะทำให้ความเสี่ยงลดลง ปัญหาทั้งหลายคลี่คลายไปได้
- การประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน โดย บ. TRIS
บ.TRIS นำเสนอกรอบการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน ของ พอช. พร้อมระบุว่า เมื่อทำเรื่องนี้ หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นแผนที่จะพัฒนาองค์กรต่อไป ซึ่งผลกระทบที่นำเสนอนั้นอาจจะมีผลกระทบที่เป็นภาพใหญ่กว่านี้ได้เช่นกัน ตัวที่เป็นปัจจัยสำคัญในการวัดทางสังคมมีมิติ และความซับซ้อนมากมาย ซึ่งระยะ 3 ปี บางเรื่องอาจจะยังไม่เห็นผล แต่สิ่งที่ท่านประธานได้นำเสนอมานั้น กพร. ได้เห็นถึงทิศทาง/ผลลัพธ์ที่ พอช. ตั้งไว้นั้นมาถูกทิศทาง อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ
ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า การทำงานกับ TRIS เป็นสิ่งที่ดี เป็นการมองจากข้างนอกเข้ามา จะทำให้ พอช. เห็นบทบาทของตนเองชัดเจนขึ้น บางทีมองต้นไม้ใกล้เกินไป แล้วบอกว่าใช่แล้วในสิ่งที่ทำ ซึ่งการที่คนข้างนอกมาช่วยมอง เราจะมองบทบาทของเราชัดขึ้น จะนำไปสู่การวางแผนบริหารองค์กรได้ชัดเจน และตรงเป้าหมาย และสิ่งสำคัญคือผลลัพธ์ การสร้างผู้นำชุมชน การสร้างองค์กรชุมชน และการสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยมองว่า พอช. เองจะต้องตั้งเป้าและผลลัพธ์ เพื่อเป็นทิศทางร่วมกันในการบริหารงานที่เป็นหัวใจสำคัญของ พอช. ประกอบด้วย
เป้าหมายที่ 1 ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง องค์กรชุมชนเข้มแข็ง เครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง
ผลลัพธ์
- ฐานข้อมูลทำเนียบผู้นำ ปราชญ์ชาวบ้าน
- เกิดและขยายคนรุ่นใหม่ในขบวน
- โรงเรียนผู้นำ
เป้าหมายที่ 2 คุณภาพผู้นำ/คุณภาพการรวมกลุ่ม เช่น เงินออมของชุมชนเพิ่มขึ้น ทรัพยากรชุมชนเพิ่มขึ้น การบริหารจัดการการเงิน ชุมชนมีความสามารถในการแก้ไขปัญหา มีระบบการจัดการปัญหาหนี้ลดลง
ผลลัพธ์
- NPL ลดลง
- หนี้สินลดลง
เป้าหมายที่ 3 ชุมชน องค์กรชุมชนมีรายได้ มีระบบเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่น การเป็นผู้นำทางการตลาด
ผลลัพธ์
- วิสาหกิจชุมชน การค้าขายชุมชน
- พัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ดี
- เห็นรายได้สุทธิ(รายได้หลังหักทุกอย่างแล้ว ไม่ติดลบ)
“พอเพียง เลี้ยงตนเองได้ ไม่เป็นหนี้ มีรายได้” เมื่อมี 3 ตัววัดดังกล่าว จะสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชน พอช. เองจะต้องเป็นสะพาน มีบทบาทในการเชื่อมประสานและเชื่อมโยง ทั้งภาคี และงบประมาณ เพื่อมาสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชน โดยเราจะทำฐานข้อมูลว่ารัฐบาลมีงบประมาณที่ลงสนับสนุนชุมชนนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง เกิดผลอย่างไรบ้า แล้วเราจะนำมาวิเคราะห์และนำมาสู่การหนุนเสริมขบวนองค์กรชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งได้ และสิ่งที่เราจะทำคือการทำกระบวนการในการกระจายแนวคิดในการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนทั่วไทยได้จะเป็นพลังสำคัญ ซึ่งค่อยๆ ทำ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านช่องทาง Social Media ตลอดจนขบวนผู้นำของเราได้อย่างไร เป็นต้น”
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กล่าวเสริมว่า องค์การมหาชนเป็นองค์การมหาชนขนาดเล็ก และงานที่ดำเนินการขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั่วประเทศ บทบาทของ พอช. ไม่ได้ไปทำงานพัฒนาในรูปแบบองค์กรพัฒนาแบบเดิม โดยบทบาทของ พอช. มีบทบาทเชื่อมโยง ให้เกิดเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน โครงการเป็นเครื่องมือในการหล่อหลอมผู้นำชุมชนมาเป็นขบวนองค์กรชุมชน เป็นการเกิดขบวนองค์กรชุมชนสร้างความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการคิดและออกแบบร่วมกัน เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนความสัมพันธ์ พอช.มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ท้ายสุดแล้ว พอช. ควรมีส่วนสำคัญในการให้ผู้นำมีความสามารถ มีฐานข้อมูลผู้นำและฐานงานพัฒนา มีแผนที่เชื่อถือได้ เชื่อมโยงกับข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งอาจจะทำโดย พอช. องค์กรเดียวไม่ได้ แต่ทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาระบบในระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งนั้นกว้างขวาง หลากหลายมิติ ให้รัฐบาล ประชาสังคม และขบวนองค์กรชุมชนร่วมขับเคลื่อนร่วมกันได้
- พอช.ตั้งเป้า “การพัฒนาศักยภาพของคนในขบวนองค์กรชุมชนและผู้ปฏิบัติงาน” จัดตั้ง CODI Academy เพื่อให้ พอช. เป็นองค์กรเชิงยุทธศาสตร์ เป็นองค์กรนวัตกรรม องค์กรแห่งการเรียนรู้ และองค์กรแห่งความสุข แนวทางการพัฒนาศักยภาพ คนในขบวนองค์กรชุมชน (1) มุ่งสร้างและพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน จนท.พอช. คนรุ่นใหม่ และบุคคลทั่วไป เพื่อขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย และ (2) มุ่งให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้ทิศทางการปฏิรูปโดยการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ซึ่งมีการวางวิธีการสำคัญคือ (1) มีการ mapping พื้นที่รูปธรรม ใช้ศูนย์เรียนรู้เป็นฐานการเรียนระดับพื้นที่ (2) จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อยกระดับความรู้เดิม ผสมผสานกับความรู้ใหม่ (3) การเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติโดยมีการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และ (4) การจัดตั้งหน่วยสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรโดยกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคคลทั่วไป
ดร.กอบศักดิ์ ระบุเสริมว่า เราควรมีการติดตั้งระบบการพัฒนาศักยภาพทั้ง (1) คนในขบวนองค์กรชุมชน (2) การทำหลักสูตรภายใน พัฒนาคนทำงาน-เจ้าหน้าที่ พอช. (3) วิทยาลัยผู้นำชุมชน เพื่อเชิญหน่วยงานต่างๆ มาประสานงานกับเรา ทำเป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำ เป็นการสร้างโครงข่าย ถือเป็นการสร้างกองทัพผู้นำ
- การส่งเสริมงานวิชาการและงานวิจัย เพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง โดยให้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการสนับสนุนงานวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ให้มีบทบาทและหน้าที่ในการเชื่อมโยงกับหน่วยงานวิชาการ รวมไปถึงการสร้างโครงข่ายนักวิชาการ มหาวิทยาลัย ทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ ที่จะส่งเสริมการศึกษาและวิจัยชุมชนเข้มแข็ง โดยเปิดพื้นที่ให้อาจารย์จาก มหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมในการศึกษาวิจัย “ชุมชนเข้มแข็ง” พอช. ควรจัดระบบ และมีเวทีให้ชัดเจน ในอนาคตจะต้องมีหน่วยที่ทำเรื่องงานวิจัย มีบทความดีๆ เรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนเข้มแข็ง ทำเป็นบทความวิชาการ เรื่องชุมชนเข้มแข็ง ก็จะดี อาจจะทำในรูปแบบ eLibrary เป็นต้น

















