สงขลา / วันที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 11 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหมายให้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจการดำเนินงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง กับ หน่วยงานภายในกระทรวงการพัฒนาสังคมที่มีโครงการดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ 9 จัหวัด ประกอบไปด้วยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดตรัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดพัทลุง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงพุทธจังหวัดปัตตานีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดยะลา และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดนราธิวาส สำนักงานส่งเสริมและสนุนวิชาการที่ 10 และ 11 หน่วยงานวันโฮมจังหวัดสงขลา สำนักงาน พอช.ภาคใต้ และทีม พทร.บมค. รวมจำนวน 50 คน การประชุม เป็นการซักซ้อมความเข้าใจโครงการพัฒนาระบบรางที่มีผลกระทบต่อประชาชน ในพื้นที่เก้าจังหวัดพักใต้ 171 ชุมชน 15,168 ครัวเรือน แนวทางการดำเนินโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง การวางแผนร่วมกันในการทำงานระหว่างสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ และเป็นการรับนโยบายจากฝ่ายบริหารของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ ชี้แจงแนวทางการทำงานระบบราง หลักเกณฑ์ และรูปแบบในการพัฒนาโครงการ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย มีการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงการพัฒนาย่านสถานี (TOD) เป็นต้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้ดำเนินการเสนอโครงการ เข้า ครม. และได้รับอนุมัติงบประมาณในการพัฒนาโครงการเมื่อวันที่ 14 มีค 2566 รวมระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2566-2570) โดย พอช. ร่วมขับเคลื่อนงานกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค และหน่วยงานพัฒนาสังคมจังหวัดรวม 9 จังหวัด ในพื้นที่ภาคใต้ที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากระบบราง ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ใน 35 จังหวัด 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน จากนโยบายดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชน และ การทำงานโดยมีกรรมการเมือง มีสัดส่วนจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันขับเคลื่อนงาน
นายธนพล เมืองเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานภาคใต้ ได้พูดถึงบทบาทหน้าที่ ของหน่วยงานที่ขับเคลื่อนงานร่วมกับ พมจ.แต่ละจังหวัด เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนงานด้านนโยบาย ไปพร้อมๆ กัน ในส่วนของภาคใต้ ที่มีผู้ได้รับผลกระทบริมรางรถไฟ ครอบคลุม 9 จังหวัด 73 เมือง 171 ชุมชน รวม 15,168 ครัวเรือน ซึ่งแผนในการดำเนินงานในการพัฒนาโครงการเน้นขบวนการและขั้นตอน ภายใต้แนวทางโครงการบ้านมั่นคง ในระบบริมราง รวม 14 ขั้นตอนที่จะดำเนินงาน และเกิดการบูรณาการ โดยมีเครือข่ายใน 9 จังหวัด และเครือข่ายสลัม 4 ภาค สิ่งสำคัญคือการสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ให้แล้วเสร็จ ซึ่งแผนของภาคใต้ในปี 2566 ระดับที่ 1 คือจะดำเนินการกับชุมชนที่มีความพร้อมก่อน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีฯ จังหวัดตรัง และจังหวัดอื่นๆ อยู่ในขั้นตอนเตรียมความพร้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถพัฒนาโครงการได้ตามแผน นอกจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว ก็จะเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปพร้อมๆกัน
นายกันตพงศ์ รังสีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมการผู้แทน พม.ในคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ประธานในการประชุม กล่าวว่า งานพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้เป็นงานสำคัญของกระทรวง ขอให้ทุกหน่วยถือว่าเป็นภาระกิจหลักในพื้นที่ จังหวัดที่จะต้องวาวแผนร่วมกัน เอื้ออำนวยโดยใช้กลไกคณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยของจังหวัดมาสนับสนุน สนับสนุนให้ชุมชนเป็นแกนหลัก การพัฒนาที่อยู่อาศัยดังกล่าว เป็นสิ่งสำคัญของชุมชน เพื่อพัฒนาให้กับผู้ได้รับผลกระทบในด้านที่อยู่อาศัย รวมถึงกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ การทำงานแบบมีส่วนร่วมในการช่วยกันสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และรีเช็คข้อมูลให้ครอบคลุมและชัดเจน เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการช่วยเหลือได้ครบถ้วน ซึ่งทางผู้แทนกระทรวงพม.( พมจ. 9 จังหวัด) เน้นไปถึงการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงให้กับมนุษย์ ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย และด้านที่ดินทำกิน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างร้ายได้ในทุกมิติ
การพัฒนาโครงการในที่ดินรถไฟ ให้ดีกว่าเดิม โดยมีพื้นที่รูปธรรมที่ชัดเจน โดยสสว. พมจ และ พอช จับมือกันเพื่อบูรณาการทำงาน เช่น ในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลรายครัวเรือนผู้ได้รับผลกระทบภาพรวม ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 มิติ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการพัฒนาดังกล่าว พอช.เป็นพี่เลี้ยง ให้ชุมชนที่เป็นเจ้าของปัญหา เห็นถึงปัญหา และร่วมกันแก้ไข โดยมีหลักการมีส่วนร่วม ใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นการพูดคุยสื่อสารนำไปสู่การพัฒนาชุมชนนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางพอช.มีการพัฒนาโครงการบ้านมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านนมั่งคงริมคลองลาดพร้าว และบ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากร รวมถึงโครงการที่กำลังจะดำเนินการคือ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยระบบราง เป็นต้น










