ภาพร่างแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนบ่อนไก่
พอช. / พอช.จับมือภาคเอกชน บ.อสังหาริมทรัพย์เพื่อเตรียมออกแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์รองรับชาวบ่อนไก่ที่โดนไฟไหม้เมื่อปี 2565 และชุมชนแออัดในย่านซอยโปโล-พระเจน เขตปทุมวัน รวม 300 ครอบครัว ในรูปแบบที่อยู่อาศัยแนวใหม่ Mixed – Use เป็นอาคารสูง ผู้อยู่อาศัยสามารถทำมาค้าขายได้ ส่วนชุมชนโรงปูนที่โดนไฟไหม้ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ขณะนี้ พอช.ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปเตรียมกระบวนการรวมกลุ่มผู้เดือดร้อนเพื่อเตรียมสร้างบ้านใหม่
กรณีชาวชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ บ้านเรือนประสบเหตุไฟไหม้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด 84 ครอบครัว โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อนำไปจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราว ครอบครัวละ 18,000 บาท (การช่วยเหลือกรณีชุมชนโดนไฟไหม้ ไล่รื้อ) รวมเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 1.5 ล้านบาท และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเพื่อเตรียมพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่นั้น
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. (ยืนที่ 9 จากซ้ายไปขวา) มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวชุมชนบ่อนไก่เมื่อเดือนกรกฏาคม 2565
โมเดลที่อยู่อาศัยแนวใหม่-ค้าขายได้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้บริหาร พอช. ประกอบด้วย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ ‘บอร์ด พอช. ‘ นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษา พอช. นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ พอช. ร่วมประชุมกับผู้แทนภาคเอกชน เช่น บริษัทแมกโนเลีย บริษัทอะตอม ดีไซน์ เพื่อหารือโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน รวมทั้งชาวชุมชนแออัดที่อาศัยอยู่ในที่ดินใกล้เคียงที่มีความเสี่ยงที่อาจจะโดนไล่ที่ เนื่องจากที่ดินในย่านดังกล่าวมีราคาแพง
การประชุมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนบ่อนไก่ โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ประธานบอร์ด พอช. เป็นประธานการประชุม
ที่ผ่านมา พอช. ได้หารือกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพื่อขอใช้ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ รองรับผู้เดือดร้อนในย่านใกล้เคียง และได้ที่ดินบริเวณใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนถนนพระรามที่ 4 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งการประชุมในวันนี้ ผู้แทนบริษัทอะตอมดีไซน์ ได้นำเสนอรูปแบบการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวใหม่ หรือ ‘Mixed-Use’ ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัยรูปแบบอาคารสูงกับพื้นที่พาณิชยกรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถทำมาค้าขาย สร้างอาชีพสร้างรายได้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณโดยรอบโครงการเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และอยู่ระหว่างสวนเบญจกิตติ (ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) กับสวนลุมพินี มีศักยภาพในการพัฒนาได้หลายรูปแบบ
บริษัทอะตอมดีไซน์ได้เสนอแนวคิดการออกแบบ เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูง จำนวน 6 ชั้น รองรับผู้อยู่อาศัยได้ 300 ครัวเรือน ขนาดห้องเบื้องต้นต่อครัวเรือน 25 – 35 ตารางเมตร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเรื่องระบบการใช้ที่ดิน การพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงงบประมาณ (เบื้องต้นประมาณ 360 ล้านบาท) และการบริหารจัดการร่วม และจะต้องมีการหารือเรื่องการสร้างชุมชน ระบบสวัสดิการ ระบบเศรษฐกิจ ระบบความปลอดภัย ฯลฯ
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษา พอช.กล่าวว่า การออกแบบที่อยู่อาศัยภายใต้สถานการณ์และบริบทใหม่นี้ ต้องวางแนวทางและระบบแบบใหม่ หากทำได้จะเป็นโมเดลสำคัญ ซึ่งต้องใช้ความละเอียดอ่อนประณีตในการดำเนินการ เป็นการจัดการสร้างโอกาสระหว่างคนจนผู้มีรายได้น้อยกับคนรวยในการพัฒนา ทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างอาชีพ มีรายได้ สามารถประกอบอาชีพในอาคารได้ โดยการออกแบบให้มี Street Life/Urban Farm และอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสให้กับชุมชนในด้านเศรษฐกิจในอนาคต รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวนอกจากจะรองรับชาวชุมชนบ่อนไก่ที่ประสบเหตุไฟไหม้แล้ว ยังมีแผนรองรับชาวชุมชนต่างๆ ที่อยู่ในย่านใกล้เคียงถนนพระรามที่ 4 และถนนวิทยุ เขตปทุมวัน รวมทั้งหมดเกือบ 1,000 ครอบครัว เช่น 1.ชุมชนบ่อนไก่ 169 ครัวเรือน 2.ชุมชนกุหลาบแดง 50 ครัวเรือน 3.ชุมชนโปโล 470 ครัวเรือน 4.ชุมชนร่วมฤดี 132 ครัวเรือน 5.ชุมชนซอยพระเจน 178 ครัวเรือน
แนวสีเหลืองกลางภาพคือแปลงที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เนื้อที่ 3 ไร่เศษ ติดทางด่วนจุดขึ้น-ลงถนนพระราม 4 ที่จะใช้ทำโครงการ
ประสบการณ์จากชุมชนสวนพลู
นางพรทิพย์ วงศ์จอม ผู้นำชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู เขตสาทร และผู้ประสานงานที่ดินและที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ โซนใต้ บอกว่า ชุมชนสวนพลูเดิมเป็นชุมชนแออัด อาศัยอยู่ในที่กรมธนารักษ์ ชุมชนประสบเหตุไฟไหม้ในปี 2547 บ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 200 หลัง
ต่อมามีเจ้าหน้าที่ พอช. เข้ามาให้คำแนะนำการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหา มีการสำรวจข้อมูลครัวเรือน ผู้เดือดร้อนในชุมชน และนำไปสู่การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ เพื่อก่อสร้าง ‘บ้านมั่นคง’ โดยชาวบ้านร่วมกันออมทรัพย์เป็นรายครอบครัว เดือนละ 300-500 บาท ใครมีมากก็ออมมาก และแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อช่วยเหลือดูแลกัน และต่อมาได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อบริหารจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย
ในปี 2550 จึงเริ่มสร้างบ้านมั่นคง มีผู้เดือดร้อนและครอบครัวขยายเข้าร่วมรวมทั้งหมด 264 ครัวเรือน โดยเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนจากกรมธนารักษ์ (ตารางวาละ 9 บาท/เดือน) เนื้อที่ 6 ไร่ เศษ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค 14 ล้านบาทเศษ สินเชื่อเพื่อสร้างบ้าน 46 ล้านบาทเศษ มีรูปแบบบ้านให้เลือกหลายแบบบตามความเหมาะสมของรายได้และสมาชิกครอบครัว เช่น บ้าน 2 ชั้น 3 ชั้น และห้องชุด ผ่อนชำระสินเชื่อกับ พอช.ประมาณเดือนละ 2,000 บาทเศษ ก่อสร้างบ้านเสร็จและเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา
“ตอนนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ผ่อนชำระสินเชื่อกับ พอช.หมดแล้ว ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ไปไหนก็สะดวกสบาย อยู่ในเมืองได้ ลูกหลานไม่ต้องไปเรียนหนังสือไกล จึงอยากฝากถึงพี่น้องชาวชุมชนในเมืองที่ยังอยู่ในที่ดินของคนอื่นว่า เราจะต้องเตรียมตัวรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยตั้งแต่ตอนนี้ เพราะที่ดินในเมืองแพงขึ้น ชุมชนที่เช่าที่ดินหรืออาศัยที่ดินคนอื่นอยู่อาจจะถูกขับไล่ ต้องออกไปอยู่นอกเมือง เช่น ในเขตยานนาวา โดนไล่ไปแล้วหลายชุมชน” พรทิพย์บอก
ชาวชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลูในช่วงสถานการณ์โควิ-19 ได้จัดทำครัวกลางช่วยเหลือกัน
พรทิพย์บอกด้วยว่า หากชุมชนยังไม่เตรียมตัว เมื่อที่ดินแพงขึ้น คนจนจะอาศัยอยู่ในเมืองไม่ได้ โดยขณะนี้มีหลายชุมชนในเขตยานนาวา เช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เพื่อสร้างบ้านมั่นคงแล้ว เช่น ชุมเชื้อเพลิง 2 ร่วมใจ ชุมชนเย็นอากาศ 2
ส่วนชุมชนบ่อนไก่ที่โดนไฟไหม้นั้น พรทิพย์บอกว่า เธอและทีมงานที่ดินและที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ โซนใต้ ได้ให้คำแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่ชาวชุมชนบ่อนไก่ในการรวมตัวเพื่อทำโครงการบ้านมั่นคง เช่น รวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ แบ่งหน้าที่กันทำงาน เช่น ทำบัญชี แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อดูแลช่วยเหลือกัน โดยนำประสบการณ์จากการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงชุมชนสวนพลูมาใช้
พอช. หนุนชุมชนโรงปูนรวมกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่
ส่วนกรณีชุมชนโรงปูน (เป็นที่ดินเช่าการรถไฟแห่งประเทศไทย) เขตห้วยขวาง ที่เกิดเหตุไฟไหม้ เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้เดือดร้อน บ้านเรือนเสียหาย รวม 47 ครอบครัวนั้น นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. และเจ้าหน้าที่ พอช. ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวชุมชนตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา
นายกฤษดา ผอ.พอช. (ซ้าย) เยี่ยมชาวชุมชนโรงปูน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก พร้อมด้วยผู้แทนทีมผู้ประสานงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง (พทร.) ได้ลงพื้นที่ชุมชนโรงปูน เพื่อประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงของ พอช.
เช่น การช่วยเหลือเฉพาะหน้ากรณีไฟไหม้ พอช.จะสนับสนุนการจัดหาที่พักชั่วคราว ครอบครัวละ 18,000 บาท แผนงานการจัดทำโครงการบ้านบ้านมั่นคง โดยชาวบ้านจะต้องรวมกลุ่มกันจัดตั้งคณะทำงาน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ ร่วมกันรับรองข้อมูลผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ร่วมกันออกแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ ฯลฯ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ พอช. และพทร. จะลงพื้นที่เพื่อจัดประชุม ติดตามการทำงานร่วมกับชาวชุมชนโรงปูนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและก่อสร้างบ้านใหม่ให้ชาวชุมชนโรงปูนได้มีที่อยู่อาศัยใหม่โดยเร็ว
เจ้าหน้าที่ พอช. จัดประชุมเตรียมโครงการบ้านมั่นคงกับชาวโรงปูน
เรื่องและภาพ : สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์













