สระแก้ว/วันนี้(22ก.พ66) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ และคณะผู้บริหาร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยนายกิจจา เสาวรส นายอำเภอวังน้ำเย็น ร่วมเปิดสถาบันการเงินชุมชนตำบล และศูนย์ช่วยเหลือทางสังคมตำบลตาหลังใน โดยมีนางกัญญารัตน์ จิรจินดา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว นายณัชฐปกรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์ ผู้แทนกลุ่มบริษัท สวนกิตติ จำกัด นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง คณะทำงานเครือข่ายที่อยู่อาศัยชนบทภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก นายเทพฤทธิ์ ศรีนาค ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน ภาค13 ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว และพี่น้องชาวชุมชนตำบลตาหลังใน เข้าร่วมงานกว่า 600 คน ณ ตลาดชุมชนบ้านตาหลังใน ตำบลตาหลังใน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว
สถาบันการเงินชุมชนตำบลตาหลังใน ได้รับการพัฒนาและยกระดับจากกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนไปสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน เกิดจากรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทตำบลตาหลังใน ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2564 มีสมาชิก 541 คน กองทุนตำบลมีเงินทุน 1.2 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 1 ปี นำไปสู่การพลิกฟื้นระบบทุนภายในชุมชนตำบลกลับมา สู่การฟื้นฟูสภาองค์กรชุมชนตำบล แผนการจัดการที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางสังคมระดับตำบล รวมถึงการยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนตำบลตาหลังใน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาทางสังคม ปัญหาหนี้สิน ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยให้กับคนในตำบล และบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับภาคี หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มองค์กรการเงินชุมชนของคนตาหลังใน โดยมีธนาคารออมสินเป็นที่ปรึกษาด้านการวางแนวทางการดำเนินงาน การให้ความรู้ด้านการบริหารการเงิน การบริการด้านการฝาก – ถอนเงิน การสนับสนุนสินเชื่อในการประกอบอาชีพและใช้จ่ายยามฉุกเฉิน การจัดสรรสวัสดิการให้แก่สมาชิกและชุมชน รวมถึงการจัดทำบัญชีที่ถูกต้องและโปร่งใส
- ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงาน ของสถาบันการเงินชุมชนจะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน ให้ทุกคนเชี่อมั่นว่าเราสามารถเก็บออมกันเองได้ ที่เราจนอยู่ทุกวันนี้คือมีหนี้นอกระบบเข้ามา แต่ถ้าเราสามารถช่วยเหลือกันเองได้จะทำให้องค์กรของเรายั่งยืน มีการช่วยเหลือกันในชุมชนแบบพึ่งพากัน การเก็บออมของคนแค่วันละ1 บาท จะเป็นทุนในการดูแลกันที่ยั่งยืนในอนาคต นำกำไรมาแบ่งปันกัน ทุกคนช่วยกันเก็บออม บริหารงานให้ดี และอยากเห็นบริษัทของคนไทย ที่ช่วยคนไทยแบบนี้อีกหลายๆที่“ไม่มีบ้านก็ไม่มีชีวิต” กิจกรรมที่ตำบลดำเนินการเรื่องคุณภาพชีวิต ปลูกไม้เมืองหนาวเป็นกิจกรรมที่ดี สามารถส่งเสริมรายได้การหาภาคีข้ามาช่วยเหลือจะยิ่งทำให้ตำบลเรามีความเข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนมากขึ้น
นายกิจจา เสาวรส
นายกิจจา เสาวรส นายอำเภอวังน้ำเย็น กล่าวว่า ปัจจุบัน ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เป็นปัญหาพื้นฐานของทุกชุมชนทั้งในเมืองและชนบท โดยในพื้นที่ของอำเภอวังน้ำเย็น มีประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนทั้งด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ทั้งบ้านที่ก่อสร้างมานานแล้วมีสภาพชำรุดทรุดโทรม แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอ อีกทั้งไม่มีที่ดินทำกิน เช่นเดียวกับตำบลตาหลังใน ซึ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ของชุมชนส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่อยู่ภายใต้พื้นที่ปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และมีพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่ป่าโซน C ทำให้มีข้อจำกัดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยของชุมชนตำบลตาหลังใน ในนามอำเภอวังน้ำเย็น มีความยินดีที่จะร่วมให้การสนับสนุน และเชื่อมโยงภาคีต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อยภายใต้โครงการมั่นคงชนบท ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการเชื่อมโยงหน่วยงานหลากหลายภาคส่วนในการทำงานร่วมกัน ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินชุมชนตำบลตาหลังใน จะเป็นองค์กรทางการเงินที่เป็นกลไกสำคัญในการจัดการตนเองของคนในตำบลให้เกิดความเข้มแข็ง และเกิดการประสานงานเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในตำบลผ่านศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลตาหลังใน ภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทตำบลตาหลังใน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลไกขับเคลื่อนงานดังกล่าวจะบรรลุวัตถุประสงค์ดังที่ตั้งไว้ และสามารถขยายผลไปยังพื้นที่ตำบลอื่น อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตได้
นางชูศรี แนวสุข
นางชูศรี แนวสุข ประธานกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทตำบลตาหลังใน กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงชนบท โดย ชุมชนซึ่งมาจากกลุ่มผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน 21 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลตาหลังใน เกิดรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทตำบลตาหลังใน มีแผนการจัดการที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย โดยพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงชนบทแล้วจำนวน 188 ครัวเรือน รูปแบบการพัฒนาปรับปรุงในที่ดินเดิม รวมถึงขยายผลเพิ่มเติม ในพื้นที่เดิมจำนวน 50 ครัวเรือน ทั้งนี้เนื่องจากชุมชนยังมีความเดือดร้อนได้พัฒนาโครงการเพิ่มเติมโดยมีแนวทางก่อสร้างในที่ดินใหม่ โดยใช้พื้นที่ป่าสวนกิตติ (185 ไร่) ในการพัฒนา จำนวน 98 ครัวเรือน ส่วนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมระดับตำบล รวมถึงการยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนตำบลตาหลังใน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาทางสังคม ปัญหาหนี้สิน ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยให้กับคนในตำบล และบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับภาคี หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มองค์กรการเงินชุมชนของคนตาหลังใน
นอกจากนี้ นายณัชฐปกรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์ ผู้แทนกลุ่มบริษัท สวนกิตติ จำกัด ได้ส่งมอบที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสวนกิตติ เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินตามแนวทางบ้านมั่นคงชนบทแก่กลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชนบทตำบลตาหลังใน จำนวน 185 ไร่ ให้กับชุมชน และหลังจากนั้น ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และคณะได้มอบถุงกำลังใจให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จำนวน 42 ชุด และได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมระบบการบริหารจัดการที่ดินตามแนวทางคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ณ หมู่ 14 บ้านคลองตะขบ ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว
นายณัชฐปกรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์
























