ชัยนาท : วันที่ 5 มกราคม 2565 นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา พร้อมด้วยนายสิน สื่อสวน นายวิชัย นะสุวรรณโน และนางสาวจรรยา กลัดล้อม นำทีมคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับระบบปฏิบัติงานและโครงสร้างการบริหารของ พอช. ลงพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้นำองค์กรชุมชนและเจ้าหน้าที่ภาคกลางและตะวันตก และร่วมแลกเปลี่ยนกับคณะทำงานฯ และผู้แทนภาคกลางผ่านระบบซูม เกี่ยวกับการจัดโครงสร้างการทำงานของภาคกลางและตะวันตก (กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน) ณ แฟนตาซีรีสอร์ท จังหวัดชัยนาท ผู้เข้าร่วมประมาณ 70 คน
ที่มาและวัตถุประสงค์ของการลงศึกษาพื้นที่
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และเป็นหนึ่งในคณะทำงานฯ กล่าวถึงที่มาของการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ พอช. และชุมชนเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งสถานการณ์ภายในที่ พอช.มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ หรือบอร์ด พอช. และผู้อำนวยการคนใหม่ รวมถึงการทำแผนยุทธศาสตร์การทำงาน 5 ปี เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย อาจจะต้องมีการจัดระบบเพื่อให้ขับเคลื่อนงานได้ตามเป้าหมายทิศทางดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ที่มีพื้นที่การทำงานมากขึ้น พอช.และขบวนองค์กรชุมชนเองก็ได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่มีจุดที่ต้องยกระดับการทำงานให้ก้าวหน้า ปรับปรุงบางอย่างให้สามารถขยับขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และจากการที่โครงสร้างปัจจุบันที่ทำงานกันมาไม่ต่ำกว่า 5 – 6 ปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทำงานกับระบบกลุ่มจังหวัดอย่างลงลึก เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองได้เต็มพื้นที่ ซึ่งต้องมีการออกแบบการทำงานและจัดระบบการบริหารใหม่ ประกอบกับการศึกษาออกแบบการบริหารของ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนในช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงกลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นจุดที่น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานที่ตัวตำบล จังหวัด แต่การทำงานที่ผ่านมายังออกแบบไม่สุด ไม่มีน้ำหนักการทำงานที่มากพอ
“คิดว่ากลุ่มจังหวัดเป็นจุดที่น่าสนใจที่เราต้องมีระบบไปหนุนให้ตำบล จังหวัดเกิดการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับที่ทีมบริหารคุยกันว่าภายใต้การบริหารใหม่ เราจะหนุนเสริมการทำงานของพี่น้องให้เกิดรูปธรรมได้มากขึ้น เกิดการจัดการตนเอง การยอมรับมากขึ้นได้อย่างไร ทีมบริหารเห็นตรงกันว่าน้ำหนักการทำงานที่กลุ่มจังหวัด จะทำให้เกิดการทำงานลงลึกไปถึงจังหวัด ตำบล เกิดระบบทีมร่วมระหว่างชุมชน เจ้าหน้าที่ ภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมกัน จึงเป็นที่ไปที่มาของการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันว่า ถ้าเราจะมีการออกแบบการทำงาน การบริหาร พอช. และขบวนองค์กรชุมชน เราจะคิดอ่านและวางระบบร่วมกันได้อย่างไร วัตุประสงค์ของการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อมาชวนพี่น้องในภาคกลาง โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนในการให้น้ำหนักกับออกแบบการทำงานที่กลุ่มจังหวัด เพื่อหนุนตำบล จังหวัด จัดการตัวเองได้เป็นแบบไหนอย่างไร ชวนกันคิดต่อยอดจากกลุ่มที่มีการออกแบบอยู่แล้ว ภาคกลางมีต้นทุนและมีการออกแบบนำไปสู่ระบบการทำงานร่วมกันได้อย่างไร และระบบของ พอช. จะออกแบบให้พื้นที่บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร การทำงานจะนำไปสู่โมเดลในการทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง” นายวิชัยกล่าว
นายสิน สื่อสวน คณะทำงานฯ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นจังหวะดีมีการเปลี่ยนบอร์ดและผู้อำนวยการสถาบันฯ จึงมาทบทวนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เน้นการเปลี่ยนระบบการบริหารและการปฏิบัติงานของ พอช. ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนจากข้างในแต่ฟังจากชาวบ้านด้วย ถ้าให้ พอช. ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านตามเจตนารมณ์ของสถาบันฯ จะเปลี่ยนอย่างไร ขณะเดียวกันจะชวนพี่น้องเปลี่ยนด้วย ให้ขบวนองค์กรชุมชนเป็นขบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชุมชนและสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม
“วันนี้เราจะมองเป้าหมายการพัฒนาอยู่ที่ภาคประชาชน คณะทำงานได้คุยกันมาระดับหนึ่ง เห็นว่าการออกแบบการทำงานให้พื้นที่เป็นตัวตั้งจะทำอย่างไร เรามีพื้นที่ตำบลเป็นหน่วยปฏิบัติการที่สำคัญมาก เรามีจังหวัดเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ เรื่องการจัดกลุ่มระดับจังหวัดจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทำอย่างไรให้โครงสร้างการทำงาน กลไกภาคประชาชนตอบสนองกลุ่มจังหวัดได้ แต่ทั้งคณะทำงานและพี่น้องต้องมาช่วยกันคิดว่าสิ่งที่ควรจะเป็นที่สุดคืออะไร เราจะประมวลเรื่องทั้งหมดที่ภาคประชาชนคิดว่าการออกแบบกลไกพัฒนางานในพื้นที่ควรเป็นอย่างไร แล้วนำมาสู่การออกแบบกลไกการบริหารใน พอช. เพื่อสนับสนุนการทำงานได้อย่างสอดคล้อง” นายสินกล่าว
“ระบบการบริหารกลุ่มจังหวัด” ที่คาดหวัง และเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ กล่าวว่า พอช.เป็นองค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นมาจากอุดมคติที่อยากสร้างโครงการแนวใหม่ สร้างระบบเจ้าหน้าที่ให้ทันกับระบบของชาวบ้าน ช่วงแรกมีการปรับโครงสร้างทุก 6 เดือน เพื่อปรับตัวเองให้เข้ากับขบวนองค์กรชุมชนและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยฐานคิดของ พอช. เป็นเชิงปฏิวัติ คือ การสร้างองค์กรขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือการเปลี่ยนแปลงของฐานราก ซึ่งต่างจากแนวคิดของรัฐที่บริหารแบบบนลงล่าง ทำให้เกิดความหลื่อมล้ำ ทำให้คนทิ้งถิ่นฐาน คนข้างล่างจนลงเรื่อยๆ จึงต้องมีวิธีคิดใหม่ให้คนข้างล่างเป็นตัวตั้งในการคิดค้นหาปัญหาของตัวเอง โดยต้องทำเป็นขบวนการมีการสร้างคณะทำงานระดับจังหวัด และเครือข่ายต่างๆ ขึ้นมา เพื่อให้เกิดกำลังและเกิดแรงพัฒนาที่สัมพันธ์กัน โดยกลุ่มจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยง ความรู้ ความร่วมมือ และการจัดการร่วมกันมากขึ้น เพื่อนำไปสู่โจทย์ข้อที่ 1 คือ การทำกระบวนการเชิงนโยบายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของหน่วยงาน ด้านที่ 2 จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดจะทำให้เกิดเนื้อหา อิสระภาพ การระดมความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปสร้างถิ่นฐานที่มั่นคงให้คนอยู่ในพื้นที่ได้ ซึ่ง พอช.มีเครื่องมืออยู่มากมาย ใช้การทำโครงการเป็นเครื่องมือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์และนโยบายของรัฐ ทั้งการเปลี่ยนแปลงจากข้างบน ข้างล่าง และตรงกลาง
“การประชุมครั้งนี้เป็นการปรับโครงสร้างที่สำคัญมาก เพื่อเพิ่มกำลังให้กับชาวบ้านอย่างคมชัดขึ้น และเป็นการปฏิรูป พอช. ที่ให้ชาวบ้านเป็นตัวตั้งมากขึ้น หากไม่คิดให้ชัด พอช.ก็บริหารโดยเจ้าหน้าที่ การพัฒนานี้ต้องไม่ใช่การพัฒนาโดยเจ้าหน้าที่ เวลานี้เราอยากให้ชาวบ้านมาจัดขบวนการกลุ่มจังหวัดที่มีกำลัง มีเนื้อหาการเปลี่ยนแปลงจริงและช่วยกันได้จริง โดย พอช.เป็นเลขาเป็นผู้ช่วยทำระบบเสริมไปกับชาวบ้านแล้วประกอบส่วนกันเป็นภาค เวลานี้โอกาสของชาวบ้านมีเยอะมาก เพราะแต่ละหน่วยงานยอมรับขบวนองค์กรชุมชนและกระจายงบประมาณลงสู่ชุมชน ทำให้พื้นที่จังหวัดมีโอกาสมากขึ้น หากใช้แนวนี้เป็นตัวตั้งแล้ว พอช.จะมาหนุนเสริมอย่างไร แล้วจัดระบบของชาวบ้านอย่างไร คณะทำงานชุดนี้จะรีบสรุปเนื้อหาจากการลงพื้นที่ ออกแบบเป็นหน้าตาโครงสร้างในรูปแบบใหม่” ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ กล่าว
บอกเล่าระบบการบริหารกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน
ในส่วนของภาคกลางและตะวันตก นายนาวิน สาตทรัพย์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานว่ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 607 ตำบล และมีกองทุนสวัสดิการชุมชน 352 กองทุน มีพื้นที่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท 47 โครงการ
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนมีวิสัยทัศน์ “ชุมชน องค์กรชุมชนเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน” มีแนวทางการขับเคลื่อนงานสำคัญที่จะไปถึงผลลัพธ์ที่ขบวนองค์กรชุมชนเป็นเจ้าของการพัฒนา นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนทท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ดังนี้ 1) การพัฒนาศักยภาพ คน กลไกในทุกประเด็นงาน สร้างทีมงานในพื้นที่ จังหวัด กลุ่มจังหวัด เพิ่มและพัฒนาแกนนำแถว 2 พัฒนาระบบการทำงานเป็นทีมร่วมระหว่างขบวนองค์กรชุมชนและเจ้าหน้าที่ 2) ยกระดับขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด โดยกำหนดเป้าหมายของขบวนอย่างชัดเจน ทบทวนยุทธศาสตร์การทำงานในทุกระดับ เปิดพื้นที่การทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคีทุกภาคส่วน อกแบบการทำงานร่วม ปรับบทบาททบทวนขบวนองค์กรชุมชนให้ชัดเจน ชุมชนเป็นแกนหลัก เจ้าหน้าที่มีบทในการเสริมหนุน มีการจัดทัพจัดทีม ระดับตำบล โซน จังหวัด ให้พร้อมกับงานเชิงปริมาณ จัดทำฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและบูรณาการกับภาครัฐ และติดตั้งระบบธรรมาภิบาลในทึกระดับ 3) การพัฒนาสร้างรูปธรรมการทำงานชุมชนท้องถิ่น โดยการสร้างพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนงานทึกประเด็น อย่างน้อยจังหวัดละ 1 พื้นที่ในทุกประเด็นงาน สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มจังหวัด และมีประเด็นร่วมของกลุ่ม คือ การจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน และยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4) สร้างความร่วมมือกับภาคีหน่วยงาน ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีหนุนเสริมการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน สร้างพื้นที่เรียนรู้การบูรณาการแผนร่วมกับภาคอย่างน้อย 1 จังหวัด 5) สื่อสารงานชุมชน สร้างนักสื่อสาร สร้างเครือข่าย และช่องทางการสื่อสารของขบวนองค์กรชุมชน นำเสนอผลการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมเผยแพร่สู่สาธารณะ
ส่วนกลไกการขับเคลื่อนงานของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ได้มีการจัดทีมทำงานที่สำคัญ จำนวน 3 ชุด ได้แก่
คณะกรรมการบริหารกลุ่มจังหวัด ประกอบด้วยยุทธศาสตร์จังหวัด กองเลขาจังหวัด เครือข่ายที่อยู่อาศัย ผู้แทนประเด็นงาน ภาคีพัฒนา และเจ้าหน้ที่ มีบทบาทในการกำหนดทิศทางการทำงานของกลุ่มจังหวัด ร่วมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ประสานเชื่อมโยงการทำงาน ติดตามประเมินผล หนุนเสริมเรื่องเร่งด่วนในระดับจังหวัด
Cor Team กลุ่มจังหวัด ที่ประกอบด้วยขบวนองค์กรชุมชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ภาค มีบทบาทในการออกแบบกระบวนการ รูปแบบ แนวทางการทำงาน แลกเปลี่ยนการทำงาน และร่วมพิจารณาเรื่องเร่งด่วน
คณะทำงานพิจารณาโครงการ ประกอบด้วยผู้แทนจังหวัด เครือข่ายเมือง ภาคประชาสังคม เลขานุการรวม เจ้าหน้าที่ภาค มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาโครงการ การพิจารณาและเห็นชอบโครงการ รับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลโครงการฯ
นอกจากนี้ นายนาวินยังได้เสนอกระบวนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งผ่านการจัดทำแผนพัฒนาตำบล/จังหวัด และการบริหารในรูปแบบกลุ่มจังหวัด ที่เน้นการเชื่อมโยงบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคี พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ข้อจำกัดการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาของขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน และข้อเสนอต่อ พอช.และสำนักงานภาค
สรุปสาระสำคัญจากการแลกเปลี่ยน
นายวิชัย นะสุวรรณโน คณะทำงานฯ ได้สรุปสาระสำคัญจากการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดระบบการบริหารร่วมของกลุ่มจังหวัดและระบบการหนุนเสริมของเจ้าหน้าที่ พอช. ดังนี้
การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนาที่แท้จริงต้องเกิดจากข้างล่าง เพราะเป็นผู้ที่รู้ปัญหาดีที่สุด “คันตรงไหนเกาตรงนั้น” ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด แต่การพัฒนาจากข้างบนลงล่างจะเป็นการ “เกาไม่ถูกที่คัน” เพราะไม่ใช่เจ้าของปัญหา จึงไม่รู้ปัญหาที่แท้จริง
ระบบการทำงานที่กลุ่มจังหวัด เป็นฐานการทำงานสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตำบล จังหวัด อยู่ที่การออกแบบของกลุ่มจังหวัด เพราะระบบอื่นจะใหญ่เกินไปไม่สอดคล้องกับการทำงานเชิงคุณภาพ หรือสร้างพลังจากข้างล่าง แต่ต้องมีเป้าหมายการทำงาน ภารกิจ บทบาท การเชื่อมโยง ระบบการทำงานเชิงพื้นที่ ตัวชี้วัด การจัดการในกลุ่มจังหวัดให้ชัดเจน
ระบบงบประมาณ สามารถออกแบบงบประมาณที่ลงมาได้ทุกโครงการ อนาคตหากบริหารที่กลุ่มจังหวัด เนื้อหาเกิดที่ตำบลจะมีงานใหม่ๆ ภายใต้งบประมาณของ พอช.ได้ ในขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่มีงานที่ตอบโจทย์ภายใต้บริบทสถานการณ์จังหวัดมากขึ้น หากคิดค้นงานใหม่ๆ มาเสนอของบประมาณจะทำให้เกิดประเด็นงานใหม่ๆ ทั้งนี้ ต้องเปิดพื้นที่งบประมาณระดับข้างล่าง เพื่อเป็นเครื่องมือเปลี่ยนระบบงบประมาณของรัฐเป็นของประชาชนได้
การทำงานกับภาคี ต้องออกแบบการทำงานกับภาคีใหม่ มีการประสานโยงภาคีสถาบันการศึกษามาทำงานร่วม
การยกระดับการทำงานทั้งขบวน เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนสร้างการเปลี่ยนแปลง เอาจริงเอาจังกับระบบการพัฒนาคนทำงานทั้งขบวน เจ้าหน้าที่ และคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ พอช.จะออกแบบระบบการบริหารและโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ของพื้นที่
รายงาน : เรวดี อุลิต












