
กาญจนบุรี : วันที่ 28 ธันวาคม 2565 เครือข่ายขบวนสวัสดิการชุมชน ร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก และคณะทำงานโครงการมอบรางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน : ผู้สรรสร้างความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิตปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ระดับภาค (ภาคกลางและตะวันตก) ประจำปี พ.ศ. 2565 จัดประชุมเพื่อพิจารณาองค์กรสวัสดิการชุมชนผู้สรรสร้างความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิด ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิตปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ภาคกลางและตะวันตก ประจำปี 2565 ณ ห้องประชุมพีลูส รีสอร์ท ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
นายมณเฑียร สอดเนื่อง คณะทำงานสวัสดิการชุมชน กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิของพี่น้องสวัสดิการชุมชน เพราะกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุนที่ชาวบ้านคิดทำขึ้นโดยที่ยังไม่ห็นบทความ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ที่ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรได้เขียนไว้ ด้วยเจตนารมณ์ที่อยากเห็นคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สองเรื่องนี้จึงทับซ้อนกันอย่างไม่น่าเชื่อ และการได้รับรางวัลจากมูลนิธิอาจารย์ป๋วย เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีการเลือกเฟ้นที่เข้มงวด หลายองค์กรต้องการรับรางวัลนี้ แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนกลับถูกเชิญไปรับรางวัล จึงถือเป็นเกียติยศสูงสุดของกองทุนสวัสดิการชุมชน

“ตอนที่ผู้แทนสถาบันป๋วยฯ ประสานมา เราตอบรับทันที ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นในการรับรางวัลของมูลนิธิอาจารย์ป๋วยมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 6 เจตนารมย์หรือเป้าหมายสำคัญของการรับรางวัล มีความสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1) เป็นการยกระดับการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน เช่น การยกระดับความคิดการทำงานเชิงระบบ การบริหารจัดการกองทุนที่ดีมีมาตรฐาน การประสานความร่วมมือการทำงาน เนื่องจากใช้พลังของชุมชนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเชื่อมโยงการทำงานกับส่วนอื่นๆ 2) การชี้ทิศทางให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชน ด้วยการยกระดับเรื่องสวัสดิการให้ข้ามพ้นเรื่องเกิดแก่เจ็บตาย ขยับไปสู่การสร้างนวัตกรรมสวัสดิการชุมชน จาก 10 ประเด็นรางวัล 3) รองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก ดังจะเห็นได้จากรางวัลบางประเภทรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย เช่น การรองรับสังคมสูง นอกจากนี้ยังจะเป็นการเผยแพร่รูปธรรมการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนสู่สาธารณะอีกด้วย ทั้งนี้ ต้องการให้คนทำงานสวัสดิการชุมชนคิดเชิงระบบให้ได้ เพื่อให้มีพลังในการขอรับรางวัลและมีพลังในการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ” ผู้แทนคณะทำงานสวัสดิการชุมชนกล่าว
ต่อมานายธนพล ศรีใส คณะทำงานสวัสดิการชุมชนภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า การพิจารณาปีนี้มีเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย เกณฑ์หลักด้านที่ 1 คุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งพิจารณาจาก 5 เรื่อง ได้แก่ 1) ความสามารถในการเข้าถึงประชาชนในชุมชนท้องถิ่น 2) การมีส่วนร่วมของประชาชน 3) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 4) ธรรมาภิบาลองค์กร 5) การสร้างความร่วมมือและบูรณาการ หลักเกณฑ์ด้านที่ 2 เกณฑ์ในการวิเคราะห์ การสร้างสรรค์นวัตกรรมและความโดดเด่น ได้แก่ 1) รูปแบบการจัดสวัสดิการ ที่ทำให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 2) กองทุนสร้างการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิต ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน 3) กองทุนเป็นกลไกกลางการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนในพื้นที่ และหลักกณฑ์การพิจารณาในแต่ละประเภท ได้แก่ 1) ข้อมูลจำนวนกลุ่มเป้าหมาย (ความเป็นธรรมทางสังคม) ที่ได้รับการพัฒนา ได้รับประโยชน์ มีรูปแบบ/วิธีการดูแลจากกองทุนฯ ผลที่ได้เป็นที่เป็นรูปธรรมนำไปสู่การพัฒนาและเป็นบทเรียน 2) กิจกรรม/โครงการของกลุ่มเป้าหมายที่มีการดำเนินการ (ชาวบ้าน สมาชิกมีการรับรู้และมีส่วนร่วมในกิจกรรม) 3) ผลความสำเร็จสิ่งที่ทำสามารถสื่อสารต่อสาธารณะได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน 4) กลุ่ม เป้าหมายที่ได้รับผลประโยชน์จากการให้สวัสดิการ สามารถนำไปขยายผลต่อกับผู้อื่นได้ 5) การนำเสนอตรงตามประเด็นการประกวด/การมีข้อมูลที่เพียงพอ

ในครั้งนี้ ภาคกลางและตะวันตกมีกองทุนเสนอรับรางวัลฯ จำนวน 5 กองทุน ใน 2 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภทที่ 3 ด้านการพัฒนาสังคมสูงวัย จำนวน 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยทราย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกองทุนสวัสดิการวันละ 1 บาท ชุมชนตำบลห้วยไผ่ จังหวัดราชบุรี 2) ประเภทที่ 9 ด้านการสร้างสังคมที่เป็นธรรม จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี ผลจากการพิจารณา กองทุนที่ผ่านเข้ารอบมี 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านใหม่ และกองทุนสวัสดิการชุมชนวันละ 1 บาท ชุมชนตำบลห้วยไผ่
จากการจัดเวทีดังกล่าว พบว่าหลายกองทุนสามารถเล่าเรื่องราวการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีและน่าสนใจ แต่ยังมีข้อติดขัดในการเรียบเรียงเนื้อหา การดึงจุดเด่นมานำเสนอ และการจัดเป็นเอกสาร คณะทำงานจึงได้ให้คำแนะนำแก่กองทุนสวัสดิการที่เสนอรับรางวัล เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการนำเสนอและแนวทางการขับเคลื่อนงานต่อไป นอกจากนี้ยังได้คำแนะนำต่อคณะทำงาน สำนักงานภาค และส่วนกลาง อาทิ ควรมีเวทีสร้างความเข้าใจการขอรับกองทุนในระดับภาค เพื่อให้กองทุนที่เสนอขอรับงบประมาณเข้าใจในทิศทางเดียวกัน และควรมีการลงพื้นที่ช่วยเหลือพื้นที่ในการจัดทำข้อมูล เพื่อให้การจัดทำเอกสารนำเสนอตรงกับความเป็นจริง และสามารถดึงจุดเด่นของกองทุนมานำเสนอให้กรรมการมองเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น


รายงาน : เรวดี อุลิต
ภาพ : กิตติพงษ์ สวนสมศรี / วศัลย์ศยา บุญเกิน






