
ประจวบคีรีขันธ์ : วันที่ 28 กันยายน 2565 เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานภาคกลางและตะวันตก จัดเวทีสมัชชาเครือข่ายภาคประชาชนในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้เป้าหมายสำคัญ คือ “ประจวบคีรีขันธ์ เมืองสังคมแห่งความสุจริต” มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชนใน 8 อำเภอ 24 ตำบล โรงเรียน และหน่วยงานภาคีความร่วมมือในพื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์) เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขตพื้นที่ 7

ตามที่ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ ผนึกกำลังการป้องกันและต่อต้านการทุจริต โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จำนวนทั้งสิ้น 8 อำเภอ 24 ตำบล งบประมาณรวม 1,582,100 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนแปดหมื่นสองพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน) ซึ่งได้มีการจัดตั้งคณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานและเชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาชน ได้แก่ การรวมกลุ่มผู้ก่อการดีโดยทำความเข้าใจและสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตจากการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างพันธมิตรความร่วมมือกับภาคีหน่วยงานและเครือข่ายคนทำงาน จำนวน 3 เครือข่าย ได้แก่ สภาองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน และสภาเด็กและเยาวชน ประกอบกับการพัฒนาศักยภาพผู้นำสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมาย การใช้จ่ายงบประมาณ สร้างสังคมสุจริตและต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ จากนั้นได้มีการวิเคราะห์ปัญหาร่วมกันเพื่อวางเป้าหมายในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตระดับตำบล เช่น ความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การเรียกร้องผลประโยชน์ ช่องว่างทางกฎหมาย เป็นต้น การรณรงค์ต่อต้านการทุจริต สร้างช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน เช่น การจัดตั้งศูนย์แจ้งเบาะแส ติดตั้งตู้รับเรื่องร้องเรียน หรือที่เรียกว่า “ตู้แดง” หรือ “ตู้โวยวาย” “กล่องเอ็กซเรย์” เป็นต้น พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้เป้าหมายร่วมของคนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “คนประจวบ ไม่ทน ไม่จำนน ต่อการทุจริต”

ในการนี้ ได้รับเกียรติจากนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการเปิดงานพร้อมให้กำลังใจพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต พร้อมมอบป้ายบ้านพอเพียงให้กับพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จำนวน 26 ตำบล 367 ครัวเรือน งบประมาณรวม 7,134,000 บาท (เจ็ดล้านหนึ่งแสนสามหมื่นสี่พันบาทถ้วน) ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการแก้ไขและพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยร่วมกัน
ต่อมาเป็นการจัดเวทีเสวนา “การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการและภาคประชาชน ดังนี้ นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นางสาวปภรดา เขียวประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ปปท.เขต 7 นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางวรรณา ศรีจุฬากูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และ นางสาวปิยะพร ศรีพงศ์อยู่ เลขานุการสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกิตติพงษ์ สวนสมศรี เป็นพิธีการดำเนินการเสวนา

นายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า “โครงการป้องกันและต่อต้านการทุจริตเป็นเครื่องมือในการต่อยอดงานของขบวนองค์กรชุมชน โดย พอช. เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมขับเคลื่อนการป้องกันและต่อต้านร่วมกับพี่น้องประชาชน ถือเป็นอีกงานหนึ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน ในการทำงานโดยปราศจากการทุจริตกว่า 17 จังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้การมีเป้าหมายร่วมกัน คือ เปลี่ยนประชาชนให้เป็นพลังพลเมืองในการสร้างสังคมสุจริต โดยทำหน้าที่ในการป้องกันและเฝ้าระวังผลประโยชน์ระดับพื้นที่ ตั้งแต่การส่งเสริมให้ประชาชนเป็นแกนหลักในการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน และยกระดับการทำงานในการสร้างความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ พวกเราจะต้องกลั่นกรองผู้ก่อการดีที่ไว้เนื้อเชื่อใจและเป็นที่ยอมรับ เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายฝั่งตรงข้าม รวมไปถึงการรวมพลังทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องส่งเสริมเพิ่มมากขึ้น”
นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตามการสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (นายเสถียร เจริญเหรียญ) ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตกับส่วนราชการภายใต้แนวคิด ‘สุจริต โปร่งใส จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ใสสะอาด’ พร้อมทั้งมุ่งหวังให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการแสงหาข้อมูลและแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสอดส่อง ดูแล และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประโยชน์และการสร้างความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงสร้างการตื่นรู้ของประชาชนให้ไม่นึ่งเฉยต่อการแสวงหาหรือเรียกรับผลประโยชน์ส่วนตัว ส่งผลให้เกิดความรู้และพัฒนาคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน
“ในส่วนของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มีการขับเคลื่อนงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ครอบคลุมทั้ง 60 พื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาคอรัปชั่นยังเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศและการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เราในฐานะผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่ทำหน้าที่ดูแลปัญหาทุกเรื่องของตำบล และผู้ประสานหลักของภาคประชาชนในการขยายเครือข่ายให้ครอบทุกพื้นที่ จึงเป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงเครือข่ายให้เกิดความตระหนักรู้ มีจิตสำนึกร่วม ทำงานอย่างสร้างสรรค์ สร้างความร่วมมือภายในตำบลทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและท้องที่ ซึ่งต้องขยายผลการพัฒนาให้ครอบคลุมทั้ง 60 ตำบลต่อไป” นายทวีศักดิ์กล่าว
การเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นการบอกเล่าการขับเคลื่อนและกิจกรรมการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคีความร่วมมือในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น การพัฒนาเครื่องมือเพื่อสำรวจและจัดเก็บข้อมูล การพัฒนาศักยภาพ การประสานเครือข่ายเพื่อสร้างจิตสำนึกและสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กร การเปิดช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ การเฝ้าระวังและสอดส่องดูแล การรณรงค์ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และช่องทางออนไลน์ เป็นต้น
ปิดท้ายกิจกรรมได้มีการจัดพิธีลงนามประกาศเจตนารมณ์ในการสร้าง “ประจวบคีรีขันธ์ เมืองสังคมแห่งความสุจริต” พร้อมอ่านคำแถลงการณ์เครือข่ายภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นการใช้กฎหมายในการลงโทษผู้กระทำความผิด การบรรจุหลักสูตรการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในสถาบันการศึกษา การบรรจุแผนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนในแผนพัฒนาของหน่วยงาน การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีสัดส่วนในกลไกจังหวัด การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและหนุนเสริมเครือข่ายภาคประชาชน รวมไปถึงการวางมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต พยานบุคคล และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลในการแจ้งเบาะแส เพื่อสร้างสังคมสุจริตต่อไป

รายงาน : ทีมวิชาการ สำนักงานภาคกลางและตะวันตก






