
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / วันนี้ เวลา 09.30 น. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) นำโดยนางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ เจ้าหน้าที่ภาคกรุงเทพปริมณฑลตะวันออก ทีมสำนักบ้านมั่นคงและที่อยู่อาศัย ร่วมกันกับเครือข่ายขบวนที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร จัดเวที “เสวนาแลกเปลี่ยนเครือข่ายขบวนที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟู เชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายระดับเขต ระดับโซน สร้างทีมทำงานเพื่อขับเคลื่อนงานในกรุงเทพมหานคร ร่วมกันถอดบทเรียนการทำงานด้านที่อยู่อาศัย และจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในระดับเขต (ระยะ 3-5 ปี) ต่อไป โดยมีผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมธนารักษ์ และสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าร่วมรับฟังในเวทีในครั้งนี้ด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)

โดยในช่วงเช้าได้จัดกิจกรรมเวทีเสวนา “บทเรียนการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ กรุงเทพมหานคร” โดยผู้เข้าร่วมเสวนาเป็นผู้แทนจากชุมชน และเครือข่ายที่ทำงานด้านที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้แทนเครือข่ายเมืองบางบอน ผู้แทนเครือข่ายเมืองวังทองหลาง ผู้แทนเครือข่ายเมืองยานนาวา ผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค ผู้แทนสำนักงานเขตบางบอน ดำเนินรายการโดยนายประพจน์ ภู่ทองคำ โดยมีการนำเข้าข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากรุงเทพมหานคร ทั้งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การจัดขบวนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และข้อมูล แผนงานที่สำคัญ ดังนี้

- ชุมชนที่มีการจัดตั้งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,016 ชุมชน เป็นชุมชนที่เดือดร้อนที่อยู่อาศัย ชุมชนแออัด 641 ชุมชน และชุมชนที่ไม่จัดตั้ง 286 ชุมชน โดยมีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยแล้ว 15% ยังเหลืออีกกว่า 85% ที่ต้องการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในด้านนี้
- ชุมชนบ้านมั่นคงในกรุงเทพฯ มีการดำเนินการแล้ว 32 เขต 80 ชุมชน 10,257 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนการอนุญาตให้ใช้จากหน่วยงานรัฐ และการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์เพื่อซื้อที่ดิน
- จัดตั้งกลไกคณะกรรมการเมือง ระดับเขตแล้ว 25 เขต
- ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อสะสมทุนสร้างการเปลี่ยนแปลง 20 เขต 52 ชุมชน 6,507 ครัวเรือน
- ชุมชนที่อยู่บนที่ดินวัด 31 เขต 90 ชุมชน 23,153 ครัวเรือน
- ชุมชนที่อยู่บนที่ดินการรถไฟฯ 18 ชุมชน 2,080 หลังคาเรือน
- นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนในบริเวณชุมชนริมคลองแสนแสบ ลำรางสาธารณะ การแก้ไขปัญหาชุมชนเร่งด่วนที่ถูกไฟไหม้ ไล่รื้อ ฯลฯ

นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ
ในตอนท้ายของเวทีเสวนาในช่วงเช้า นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้กล่าวแนวคิดในหัวข้อ “ทิศทางข้างหน้าในการขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร และบทบาทของสถาบันฯที่จะหนุนเสริมการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน” ว่า กระบวนการพัฒนาของชุมชน การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย “ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก” เริ่มจากการวิเคราะห์ สำรวจข้อมูลภายในชุมชน เพื่อให้ได้ถึงข้อมูลผู้เดือดร้อน ปัญหา เพื่อการแก้ปัญหาชุมชนแออัดเชื่อมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ชุมชนเข้มแข็งทั้งเมือง จากกระบวนการ “ออมทรัพย์” และการ “พัฒนากลไกความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน” โจทย์สำคัญคือการออกแผนการพัฒนาบ้าน ที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สวัสดิการ ซึ่งชุมชนต้องมีความเข้มแข็งเพื่อให้สามารถออกแบบแผนการพัฒนาในพื้นที่ คนจนสามารถอยู่ในเมืองได้อย่างไรให้มีความมั่นคง

ต่อมาในช่วงบ่ายของเวทีเสวนา เป็นการแบ่งกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนการทำงานระดับเขตของเครือข่ายที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร (6 โซน) ของภาคประชาชนและกลุ่มย่อยหน่วยงาน เพื่อออกแบบทิศทางการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งหัวข้อดังนี้
- ทบทวนสถานการณ์การขับเคลื่อนงานที่ผ่านมา รวมถึงแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหา และอุปสรรคในทุกประเด็นงาน
- กลไกการขับเคลื่อนงานขบวนที่อยู่อาศัย ในปี 2566 ร่วมกันอย่างไร และสถานการณ์การจัดตั้งคณะกรรมการเมือง (ตั้งใหม่ ฟื้นฟู )
- ออกแบบเป้าหมายแต่ละประเภทที่ดิน และแผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในอนาคต 3-5 ปี
- ข้อตกลงการทำงานของเครือข่ายร่วมกัน
- ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (พอช./กรุงเทพมหานคร/หน่วยงานเจ้าของที่ดิน (สำนักงานทรัพย์สินฯ/กรมธนารักษ์/มหาเถรสมาคม)

กลุ่มย่อยหน่วยงาน (พอช./กรุงเทพมหานคร/หน่วยงานเจ้าของที่ดิน ได้แก่ สำนักงานทรัพย์สินฯ/กรมธนารักษ์/มหาเถรสมาคม) ในหัวข้อ
- ทิศทางการขับเคลื่อนงานที่อยู่อาศัย
- บทบาท และแนวทางการสนับสนุน
- ปัญหาข้อติดขัด และข้อเสนอต่อการทำงานร่วมกัน
ในช่วงท้ายของเวทีหลังจากการแบ่งกลุ่มย่อย เป็นการกล่าวหลักคิดสำหรับการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยนางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน ในหัวข้อ “หลักคิด แนวทางการขับเคลื่อนงานที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร ในอนาคต ”

นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน (กลางภาพ)
นางสาวสมสุข กล่าวว่า “กรุงเทพมหานคร มีผู้ว่าราชการคนใหม่ มาพร้อมความคิดใหม่ การคิดในภาพใหม่ การตั้งคณะกรรมกลาง และคณะกรรมการเขตร่วมระหว่าง พอช. และกรุงเทพมหานคร เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้งเขต ร่วมกับหน่วยงานภาคีพัฒนา สถาบันการศึกษา”
“วาระการเปลี่ยนแปลงที่ชาวบ้านจะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน” สิ่งสำคัญในการทำโครงการบ้านมั่นคงตลอดมา คือ คนจน ผู้เดือดร้อนต้องลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของปัญหาที่พร้อมจะแก้ไขปัญหาของตนเอง เครือข่ายชุมชนจะมีส่วนที่เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง หนุนเสริมกระบวนการแก้ไขปัญหาให้ผู้เดือดร้อนได้มาจัดการ มาแก้ไข เชื่อมต่อ เคลื่อนตัว เจรจาต่อรอง สร้างการยอมรับโดยตัวผู้เดือดร้อนเอง มีข้อมูล มีแผน มีข้อเสนอ อย่างมีขบวนการ
– การทำงานรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงคนทำงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อร่วมทำงานกับชาวบ้าน
- การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาแต่ละด้าน ฟื้นฟูการทำงานทั้ง 50 เขต
- การตั้งกรรมการร่วมระหว่างพอช. และกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ปัญหามิติ
- สร้างความเข้มแข็ง (ทีมทำงาน กระบวนการ การจัดการ)ในพื้นที่ทั้ง 50 เขต และเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคี
- วางแผนการทำงานและกลไกร่วมกันทั้ง 50 เขต
- จัดสัมมนาเพื่อวางแผน ออกแผน และทิศทางการดำเนินงาน / แก้ไขปัญหา
- ชาวบ้านต้องเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนงาน
การทำงานที่ผ่านมายังสามารถพัฒนาโครงการแก้ไขปัญหาได้น้อย เครือข่ายเมืองต้องมีการจัดทัพ จัดทีมในแต่ละเขตเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนกันอย่างคึกคักของชุมชน ชุมชนที่เดือดร้อนกันทั้งเขต ช่วยกันปลุกให้คนจนลุกขึ้นมา ตื่นขึ้นมาจัดขบวนการ จัดกลไก จัดระบบเงิน จัดการความรู้ เมืองที่มีชุมชนแออัดมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร ซึ่งตอนนี้กรุงเทพมหานครเปิดนโยบายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาร่วมกับเรา ดังนั้น เราต้องสร้างขบวนการในการแก้ปัญหาให้ได้กว้างขวางและมากขึ้น โดยการจัดกลไก จัดทีมทำงาน มีคณะทำงานหลากหลาย จัดตั้ง จัดพื้นที่ทำงานให้เครือข่ายในพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกระดับเขต การเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอนโยบายต่อ กรุงเทพมหานคร ต้องคิดในภาพใหม่ของกรุงเทพที่เปลี่ยนไป จัดกลไก ระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง ถ้าจัดกลไกที่กล่าวมานี้สำเร็จ การจัดการปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครจะเป็นผลดีอย่างมากกับพี่น้องในชุมชน












