
นครนายก / เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ณ ที่ว่าการอำเภอปากพลี และ ที่ว่าการอำเภอเมือง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นำโดย นายยุทธพงษ์ เขื่อนเมือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานภาคกรุงเทพ ปริมณฑลและตะวันออก ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครนายก ร่วมกันจัดพิธีมอบบ้านพอเพียงจังหวัดนครนายก ประจำปีงบประมาณ 2565 ยอดรวมบ้านพอเพียงของจังหวัดนครนายกในปี 2565 มีจำนวน 737 หลัง โดยวันนี้ เป็นพิธีมอบบ้านในระดับอำเภอ มี 2 อำเภอ คือ 1.อำเภอปากพลี มีบ้านพอเพียงทั้งหมด 162 หลัง 2.อำเภอองครักษ์ มีบ้านพอเพียง 264 หลัง

โดยมี นายอำเภอของทั้ง 2 อำเภอเป็นประธานในพิธีรับมอบบ้านพอเพียง ทางด้านนายยุทธพงษ์ เขื่อนเมือง ผช.ผอ. ได้กล่าวถึงบริบทหน้าที่การทำงานภายใต้ภารกิจของสถาบันพัฒนาองค์กรขุมชน ว่ามีเครื่องมือใดบ้างในการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องรายได้ เรื่องสุขภาพ เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งประชาชนสามารถรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดย พอช. มีส่วนช่วยในการเสริมหนุนการทำงานของสภาฯ ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นให้ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองได้ และได้เน้นย้ำสิ่งที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา คือ 1.คน (คณะทำงาน) 2.กลุ่มเป้าหมาย (ผู้เดือดในประเด็นต่าง ๆ ต้องชัด) 3.ข้อมูล (ข้อมูลที่มีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) 4.การเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย (เสริมหนุนในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อน)

นายสรณต ณ ศรีโต นายอำเภอ อ.ปากพลีและ นายปรีชา ดิลกพรเมธี นายอำเภอ อ.เมือง ได้เน้นย้ำตรงกันเรื่องของการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน นำเข้าสู่ระบบ TPMAP โดยต้องเกิดการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหลายๆ หน่วยงาน เช่น พอช. พช ท้องที่ ท้องถิ่น เป็นต้น เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำมากที่สุดในการแก้ไขปัญหาและรวดเร็วทันตามความต้องของผู้เดือดร้อน และยังเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยได้สุดท้าย ทางแกนนำขบวนจังหวัดนครนายก ได้ร่วมกันวาง Road Map การดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงและโครงการอื่นๆ ในปีถัดไป โดยจะใช้กลไกอำเภอในการขับเคลื่อนงาน ตั้งแต่กระบวนการการสำรวจข้อมูลผู้เดือด การคัดเลือกลำดับผู้เดือด ถึงกระบวนการสุดท้ายจนปิดโครงการ และการทำข้อมูลร่วมกันกับทั้ง 4 อำเภอในจังหวัดนครนายก ในทุกประเด็นการแก้ไขปัญหา เพื่อข้อมูลที่นำมาใช้ในการแก้ไขมีความแม่นยำมากที่สุด และเพื่อการเสริมหนุนเรื่องงบประมาณของแต่ละหน่วยงานได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างตรงจุดและยั่งยืน







