
สระบุรี : วันนี้ (19 กรกฎาคม 2565) ต่อเนื่องเป็นวันที่สองกับเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชน โดยความร่วมมือระหว่างเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี และสำนักงานภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
นางสาวพรรณทิพา ฤทธิ์แก้ว ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเจริญธรรม กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเจริญธรรม ขับเคลื่อนการป้องกันและต่อต้านการทุจริต โดยเชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชนตำบล องค์กรชุมชนโดยเฉพาะกองทุนด้านการเงิน และหน่วยงานภาคีในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ผ่านการจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนงาน ติดอาวุธทางปัญญาให้กับคนในตำบลให้ตระหนักรู้ถึงความรุนแรงของการทุจริต วิธีการและช่องทางการเขียนร้องเรียนเพื่อสร้างระบบการสอดส่องดูแลร่วมกันในตำบล
“ในส่วนการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชน เน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการทีดีโดยจัดเก็บเอกสารการเงินให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชุมชน ส่งผลให้คนเจริญธรรมมีความตื่นรู้และตระหนักต่อการป้องกันและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตในพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้ มุ่งหวังอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะเจ้าของโครงการลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบการดำเนินงานร่วมกับคณะทำงานตำบล เพื่อหนุนเสริมการทำงานร่วมกันด้วย” ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเจริญธรรมกล่าว
นอกจากนั้นแล้ว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี เชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาชนในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต จำนวนทั้งสิ้น 7 เครือข่าย ได้แก่ ได้แก่ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ชมรมสตรองจิตอาสาจังหวัดสระบุรี สมัชชาสุขภาพ อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)

พ.ต.อ.เรืองฤทธิ์ มาลีการ ประธานชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ถึงแม้ชมรมสตรองจิตอาสาจังหวัดสระบุรี จะถูกจัดตั้งโดยสำนักงาน ปปช. จังหวัดสระบุรี แต่การขับเคลื่อนงานในพื้นที่มาจากการทำงานร่วมของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจับตามอง ส่งข่าว สอดส่องดูแล และแจ้งเบาะแสการทุจริตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และการสร้างความร่วมมมือในระดับเครือข่ายตำบล อำเภอ และจังหวัด โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายภาคประชาชนไปสู่เครือข่ายชมรมเยาวชน STRONG ถือเป็นการรวมพลังชุมชน สร้างพลังทางสังคมให้กล้าทำ และมีจุดยืนในการต่อต้านการทุจริตอย่างเปิดเผย
ในช่วงท้าย ความคาดหวังของคนสระบุรีต่อการป้องกันและต่อต้านการทุจริต จะต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับภาคประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายในระดับตำบล/ อำเภอ ให้กระจายครอบคลุมทั้งจังหวัด เพื่อสร้างพลังทางสังคมในการต่อสู้กับการทุจริตทั้งเชิงรับและลุกอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือทัศนะคติเป็นเรื่องที่ทุกคนยอมไม่ได้และไม่ปล่อยปะละเลยต่อการประพฤติผิด ขบวนองค์กรชุมชนถือเป็นกลไกภาคประชาชนสำคัญในการนำพาสังคมซึ่งสามารถเริ่มต้นได้จากการบริหารจัดการที่ดี สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในเชิงปฏิบัติการเพื่อร่วมทำหน้าที่ในการรับรู้สถานการณ์ แลกเปลี่ยนเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานโดยเฉพาะผู้ถูกบังคับให้กระทำความผิดเพื่อแก้ไขปัญหาและนำไปไปในแนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินภารกิจให้เป็นไปอย่างสุจริตและถูกกฎหมายด้วย
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี ร่วมกับทบทวนโครงสร้างคณะทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและต่อต้านการทุจริตจังหวัดสระบุรี บทบาทภารกิจ แนวทางการทำงาน และวิเคราะห์ประเด็นสถานการณ์ที่ส่อทุจริตในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เช่น โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ การบุกรุกพื้นที่สาธารณประโยชน์ การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ (ม.167) โครงการจัดซื้อถุงยังชีพให้กับประชาชน การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง การศึกษาดูงานของส่วนราชการ เป็นต้น เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนการขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัดร่วมกับภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ศรสวรรค์ เฉลียว รายงาน






