
สระบุรี : คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี ร่วมกับพัฒนาสังคมและคมของมนุษย์จังหวัดสระบุรี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชน ปี 2565 ระหว่างวันที่ 18 – 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ณ ห้องประชุมศุภาลัยรีสอร์ท อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน ประกอบด้วย กองทุนสวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสระบุรี เพื่อเชื่อมโยงกลไกภาคประชาชน และจัดทำแผนการป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชน สามารถหนุนเสริมภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต

นางสาวน้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี กล่าวเปิดเวที “การป้องกันและต่อต้านการทุจริตต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและภาคประชาชนในการสร้างจิตสำนึกและปฏิบัติการให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร ภายใต้ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ “ในฐานะพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี มีความพร้อมในการช่วยเหลือ สงเคราะห์ และหนุนเสริมพี่น้องประชาชน ให้เกิดการปฏิบัติการเชิงรุกอย่างมีคุณภาพทั้งระดับพื้นที่และนโยบาย ซึ่งจากการทำงานร่วม องค์กรชุมชนเกิดความภาคภูมิใจจากการขับเคลื่อนงานจนสามารถทำให้จังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดนำร่อง และเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัดสระบุรีในปี 2566 โดยขยายผลการทำงานในระดับอำเภอต่อไป” พมจ.สระบุรีกล่าว
ทั้งนี้ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี ถือเป็นจังหวัดนำร่องในการขับเคลื่อนโครงการป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนและองค์กรชุมชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีผลการดำเนินต่อเนื่องจากปี 2564 – 2565 ใน 10 พื้นที่ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 601,600 บาท ส่งผลให้เกิดการพัฒนากลไกคณะทำงานต่อต้านการทุจริตจังหวัดสระบุรี มีภารกิจในการขับเคลื่อนการป้องกันและต่อต้านการทุจริตร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสระบุรีจำนวน 7 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ชมรมสตรองจิตอาสาจังหวัดสระบุรี สมัชชาสุขภาพ อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)
นายธัญญ์จามร วรวงษาพิทักษ์ ผู้แทนคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลตะกุด อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ตำบลกะกุด เป็นพื้นที่นำร่องที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนต่อเนื่องจากปี 2564 ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองของตำบลที่ดำเนินการร่วมกับเครือข่ายในตำบล มีการพัฒนาและสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตให้ลดน้อยลงในพื้นที่
ด้านนายอมรเดช สมานมิตร ประธานอาสาสมัครแรงงานจังหวัดสระบุรี กล่าวว่าการป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชน ได้เชื่อมโยงและขยายผลการทำงานในระดับอำเภอ/ ตำบล โดยเสริมสร้างช่องทางการรับเรื่องหรือแจ้งเหตุการณ์ทุจริตเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมจังหวัดเป็นประจำทุกสามเดือน นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการพัฒนาศักยภาพให้กับเยาวชนโดยเฉพาะโรงเรียน ถือเป็นการสร้างโมเดลให้เกิดการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมและขยายผลไปยังกลุ่มอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
ในช่วงปีที่ผ่านมา เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ “โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้” และสร้างการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์สถานการณ์และโครงการที่เป็นความเสี่ยงต่อชุมชน คือ การแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมการทำงานของด่านช่างบริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนัก เฉลิมพระเกียรติ ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี รวมถึงพัฒนาช่องทาง Page Facebook : คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรีและการรับเรื่องร้องเรียนของพี่น้องภาคประชาชนด้วย
นอกจากนี้ ยังได้รับสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพขบวนองค์กรชุมชนจากสำนักงาน ปปท. เขต 1 ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 2 รุ่น รวมทั้งสิ้น 36 คน อีกทั้ง งบประมาณจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี จำนวน 112,575 บาท ส่งผลให้ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรีมีความเข้าใจในหลักการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชน สร้างการตื่นรู้ให้กับองค์กรชุมชนและเยาวชน ปฏิบัติการร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนในสร้างความโปร่งใสและเฝ้าระวังการทุจริตในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ศรสวรรค์ เฉลียว รายงาน






