
นครพนม / 21 มีนาคม 2565 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัด “เวทีเรียนรู้การพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม ท้องที่ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สภาองค์กรชุมชน ตำบลโพนสวรรค์ ตำบลโพนบก ตำบลโพนจาน และตำบลนาใน อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านโครงการบ้านมั่นคงชนบท โดยมี นายมนตรี จารุธำรง ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอโพนสวรรค์ นายชัชวาล เอื้อสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม ผู้แทนสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 จังหวัดนครพนม ดร.คณิน เชื้อดวงผุย และอาจารย์อนุวัฒน์ พลทิพย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม คณะทำงานที่ดินที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองนครพนม และผู้แทนตำบลโพนสวรรค์ ตำบลโพนบก ตำบลโพนจาน และตำบลนาใน อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท จากตำบลวังตามัว สู่การขยายผลเพิ่ม 4 ตำบล ในพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม


นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. ระบุว่า การขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย ประเด็นสำคัญของจังหวัดนครพนม ที่ส่งให้เห็นปัจจัยความสำเร็จ ในการแก้ปัญหาประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ป่า จนชาวบ้านสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้อง จากความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครพนม ท้องที่และท้องถิ่น เป็นการผนึกกำลังซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดินทำกินในเขตป่าได้อย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ คือองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก มีสภาองค์กรชุมชนตำบลที่เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงผู้คน และหน่วยงานภาคี ซึ่งจังหวัดนครพนมมีกลไกสภาองค์กรชุมชนครบทุกตำบล รวมทั้งมีกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งจะมีบทบาทในการเชื่อมโยงองค์กรชุมชน จากประสบการณ์ในรการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย โครงการบ้านมั่นคงชนบท เช่นบ้านมั่นคงชนบทตำบลวังตามัว เป็นการสร้างความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย ที่มีการส่งเสริมการใช้ที่ดินที่ตอบโจทย์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ซึ่งมีการดูแลโดยระบบชุมชน นอกจากนั้นยังมีเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาชีพ รายได้ เศรษฐกิจ ปากท้องของชุมชน

ในเรื่องที่กำลังทำเป็นการสร้างกลไกความร่วมมือ ชุมชน ที่ดิน หน่วยงานรัฐ ท้องที่ท้องถิ่น เป็นการบูรณาการเชื่อมโยงการทำงาน ซึ่งต้องอาศัยพลังของทุกภาคส่วน โดยโครงการบ้านมั่นคงชนบทนั้น ชุมชนเป็นพระเอกผู้มีบทบาทหลักในการแก้ปัญหา และมีหน่วยงานเป็นพี่เลี้ยง ที่มาช่วยกันแก้ปัญหาทั้งตำบล ไม่เฉพาะหมู่ใดหมู่หนึ่ง มีการมาดูข้อมูล มาร่วมกันวางแผน วางผังตำบล การจัดการที่ดิน การจัดการป่า สร้างระบบทุน พัฒนาอาชีพ ฯลฯ ที่มีสภาองค์กรชุมชนเป็นแกนกลาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการบ้านมั่นคงชนบท โดยพอช. มีบทบาทในการเชื่อมประสานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับนโยบาย และเชื่อมโยงการทำงานในระดับพื้นที่

นายชัชวาล เอื้อสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม กล่าวถึงโครงการการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) พื้นที่ 39 ล้านไร่ ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2558 ที่จังหวัดนครพนม มีพื้นที่หนึ่งแสนกว่าไร่ ครอบคลุม 12 ป่าสงวนแห่งชาติ 2 อุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่ 10 อำเภอ โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่มีการดำเนินงานทั้งประเทศ เพราะปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยซ้อนทับพื้นที่ป่าเป็นปัญหามาทุกยุคทุกสมัย โดยโครงการนี้จะทำให้ประชาชนมีกรรมสิทธิ์ในการอยู่อาศัยทำกินได้อย่างมั่นคง แต่มีเงื่อนไขไม่ให้ซื้อขาย สามารถเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานได้ จากการที่รัฐบาลมีความต้องการแก้ปัญหา เพราะเล็งเห็นว่าหากชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ์ นอกจากความไม่มั่นคงในชีวิตแล้ว ชาวบ้านก็ขาดโอกาสในการเข้าถึงโครงการพัฒนาต่างๆ ของภาครัฐได้เนื่องจากที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์
เรื่องที่กำลังจับมือบูรณาการภาคีหน่วยงาน โดยจะดำเนินการเกี่ยวกับ 3 ที่ ที่ๆ 1 คือ ที่ดินทำกิน ต้องมั่นคง มีกรรมสิทธิ์ถูกต้อง ที่ๆ 2 ที่อยู่อาศัยต้องมีความมั่นคง และที่ๆ 3 ที่ทำมาหากิน หมายรวมถึงถนนหนทาง ไฟฟ้า ระบบน้ำ น้ำกินน้ำใช้ทางการเกษตร พี่น้องต้องมีความมั่นคงใน 3 ที่ โดยทาง ทสจ.นครพนม ทำในเรื่องที่ๆ 1 เรื่องที่ดิน จังหวัดนครพนม มีภารกิจดำเนินการพื้นที่หนึ่งแสนกว่าไร่ ขณะนี้เหลือขั้นตอนการออกใบอนุญาต คาดว่าจะได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาบัญชีรายชื่อ และส่งให้กระทรวงเกษตรฯ เพื่อดำเนินการ โดยในระหว่างนี้ได้จับมือกับ พอช. เพื่อร่วมกันดำเนินการที่ตำบลวังตามัว และพื้นที่ขยายผล 4 ตำบลนี้ต่อไป

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์ สภาพปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย จากพื้นที่ 4 ตำบล ตำบลโพนสวรรค์ ตำบลโพนบก ตำบลโพนจาน และตำบลนาใน ซึ่งมีผู้เดือดร้อนรวมประมาณ 500 หลังคาเรือน ทั้งนี้แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย ในพื้นที่จังหวัดนครพนม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้วางแผนการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ป่าในปี 2565 จากตำบลวังตามัว ขยายผล 4 ตำบล และในปี 2566 จะดำเนินการเพิ่มใน 4 ตำบล ตำบลกุรุคุ ตำบลปลาปาก ตำบลมหาชัย และตำบลรามราชต่อไป








