
ประจวบคีรีขันธ์ / สำนักงานภาคกลางและตะวันตก จัดเวทีพัฒนาศักยภาพผู้นำสภาองค์กรชุมชนในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 11-12 มีนาคม 2565 ณ ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ผู้นำ/ตัวแทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล จำนวน 24 ตำบล ของจังหวัดประจวบฯ ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกระบวนการอบรม รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 7 ผู้แทนชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดประจวบฯ เครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดประจวบฯ และผู้แทนสำนักเลขานุการยุทธศาสตร์ชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแลกเปลี่ยนเติมเต็ม

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็น 1 ใน 17 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (Big Rock) โดยการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการต่อต้านการทุจริตในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ในการขับเคลื่อนงานโดยใช้ชุมชนเป็นแกนหลัก ผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบล จำนวน 8 อำเภอ 24 ตำบล โดยมีเป้าหมายเพื่อ 1.สร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต 2.สร้างระบบพื้นที่เปิดเผยและโปร่งใส ให้ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการการใช้งบประมาณ 3.สร้างธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่ดีของเครือข่ายภาคประชาชนและองค์กรชุมชน 4.การปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เน้นบทบาทการเฝ้าระวัง ป้องกัน และต่อต้านการทุจริต 5.การจัดเวทีด้วยความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการต่อต้านการทุจริตในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและให้กำลังใจ กล่าวว่า นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของภาคประชาชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลผ่านหน่วยงานต่างๆ เป็นงบประมาณของแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนทุกคน ทั้งยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ให้มีสำนึกพลเมืองที่ดี เพื่อสร้างสังคมสุจริต และต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ

ด้านนายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาสถาบัน พอช. กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก อยากให้ทุกคนได้เข้าใจว่าเป็นช่องทางสำคัญที่จะทำให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม และเป็นแกนหลักในการที่จะเฝ้าระวังผลประโยชน์อันชอบธรรมของเราในพื้นที่ ตรวจสอบการทุจริตในพื้นที่ตำบล/จังหวัด โครงการต่างๆที่มีเป็นประโยชน์กับเราหรือไม่ มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และทำอย่างไรที่จะทำให้การทุจริตลดน้อยจะลง ซึ่งประชาชนจะมีจิตสำนึกที่ดี รู้สึกไม่ยอมทนต่อการทุจริต และตื่นตัวกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร มีเป้าหมายที่สำคัญ คือ การสร้างสังคมสุจริต และต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยองค์กรของเราเองจะต้องมีการทำงานที่สุจริต ยึดหลักธรรมาภิบาลเปิดเผยโปร่งใส และถ้ามีการทุจริตในพื้นที่ ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสข้อมูลการทุจริต แต่ก็ต้องระวังความปลอดภัยของพวกเราด้วย และทำอย่างไรในการที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่มาร่วมกันขับเคลื่อน

นอกจากนี้ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี ร่วมแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนงานเครือข่ายภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตทั้งในระดับจังหวัดและระดับตำบล ได้นำเสนอกระบวนการทำงานและปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้นจริงจากการเป็นพื้นที่นำร่องขับเคลื่อนในปี 2564 ที่ผ่านมา
ด้านนางสาวปภรดา เขียวประดิษฐ์ ผอ.กลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ ปปท.เขต 7 ร่วมเติมเต็มให้ความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังและการแจ้งเบาะแสการป้องกันและต่อต้านการทุจริต มาตรการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ และสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของ ปปช. ปปท. และกลไกในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน รวมถึงให้แนวทางการมีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชน (สอดส่อง สงสัย ส่งข่าว) เครื่องมือและช่องทางในการแจ้งเบาะแสการทุจริตอีกด้วย

สุดท้าย ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้าร่วมการอบรม ได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อวางแผนการขับเคลื่อนงานระดับจังหวัด ระดับตำบล ร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ จากสถานการณ์การทุจริตใน จ.ประจวบฯ และนำมาวางเป้าหมายและวางแผนร่วมในการขับเคลื่อนในระยะต่อไป
กมลรัตน์ สุตตสันต์ รายงาน
พอช. สำนักงานภาคกลางและตะวันตก






