
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / วันนี้ 10 มีนาคม 2565 เวลา 09.30 น. สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อวางทิศทาง (ร่าง) แผนวิจัยฯ เป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. ภาคีเครือข่ายนักวิชาการ เข้าร่วมประชุม กว่า 20 คน ณ ห้องรับรอง ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม และผ่านระบบ Zoom meeting เป็นการจัดทำแผนต่อเนื่องจากเวทีการจัดทำแผนวิจัยฯ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา
พอช. เล็งเห็นว่าการจัดการความรู้ การวิจัย และนวัตกรรมชุมชน เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาองค์กรสมัยใหม่ การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในโลกยุค VUCA ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและคาดเดายาก การผลักดันนโยบายสาธารณะและการสร้างภาคีเครือข่ายทางวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ

ภายในเวทีดังกล่าวมีคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เคยร่วมงานกับ พอช. และมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ดังนี้ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการ รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง นักวิชาการ ศ. ดร. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ดร.สักรินทร์ แซ่ภู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดร. โอฬาร อ่องฬะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ.ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ อ.ชัยวัฒน์ รักอู่ คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ผศ.ดร.มณีรัตน์ วงษ์ซิ้ม คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผศ.ดร.สุปรียา หวังพัชรพล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีประเด็นและข้อเสนอแนะดังนี้
รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้คำแนะนำว่า งานวิจัยและนวัตกรรมจัดการความรู้ จะต้องเข้าไปมีส่วนส่งเสริมภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง นวัตกรรมชุมชนต้องมีลักษณะของการมีส่วนร่วม ง่ายต่อการทำความเข้าใจ พอช. ควรช่วยกันตั้งโจทก์ว่า สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนองค์กรภาคประชาสังคมอย่างไร?
รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาถ้าดูเรื่องการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารข้อมูล พอช. สามารถ สื่อสารได้ดี มีหลายรูปแบบ หลายลักษณะ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเข้าถึงชุมชน ในอนาคตการวางระบบของข้อมูล ควรวางไว้สัก 3 ระดับ ระดับที่ 1. จะนำองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการพัฒนาไปสู่การสื่อสารได้อย่างไร ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นเครื่องมือยกระดับการทำงานของชุมชนและคนทั่วไป 2.ชุดความรู้ KM ไปสู่การทำงานวิจัยคุณภาพ ลึก ร่วมกับภาควิชาการอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลได้รับการยอมรับ มีความถูกต้องและเห็นมิติใหม่ๆ ทางเลือกใหม่ๆ ในการพัฒนา 3.จะทำอย่างไรให้ชุดความรู้หรืองานวิจัยเหล่านี้ถูกยกระดับไปสู่การสื่อสารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง การที่เราจะทำอย่างนี้ได้ ต้องออกแบบร่วมกับขบวนชุมชน ดึงภาคีเข้ามาเกี่ยวข้อง

ชัยวัฒน์ รักอู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
อาจารย์ชัยวัฒน์ รักอู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า อยากเห็นสถาบันการศึกษา กับ พอช. มีโอกาส มาออกแบบการเรียนรู้ร่วมกัน สร้างโจทก์ร่วมกัน อาจจะเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้น อีกมุมหนึ่งคือสร้างคนรุ่นใหม่ ให้มาสนใจงานด้านพัฒนามากขึ้น อยากให้เปิดพื้นที่ เพื่อใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาไปร่วมกัน
ผศ.ดร.สุปรียา หวังพัชรพล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การทำวิจัยแบบ action research จะก่อให้เกิดพลังสาธารณะ เป็นการทำงานร่วมกันแบบภาคี การพัฒนาข้อมูลชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้การนำข้อมูลมาใช้ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นที่การส่งต่อความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ และต้องหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรจึงจะยกระดับความรู้จากชุมชนสู่การเกิดวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ นำไปสู่นโยบายที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้
ผศ.ดร.สักรินทร์ แซ่ภู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าว พอช. ก่อตั้งมาเป็นเวลาถึง 22 ปี ถึงเวลาควรที่จะทบทวนองค์กร Re concept องค์กรชุมชน ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย คนรุ่นใหม่อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น แต่เราต้องคิดอย่างกล้าหาญ ระบบสังคมที่มันเปลี่ยนไป ระบบคิดเป็นสิ่งที่สำคัญ

ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด นักวิชาการ
ศ. ดร. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เสนอแนะใน 3 ประเด็นสำคัญสำหรับ พอช. คือ 1. การวิจัย พอช. ซึ่งได้ก่อตั้งมาเป็นเวลา 22 ปี มีการปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง เพื่อค้นหาพลังของ พอช. 2. วิจัยความเข้มแข็งของ พอช. เกี่ยวกับความสำเร็จ สิ่งที่ทำไม่สำเร็จ สภาองค์กรชุมชน การเงินชุมชน ที่อยู่อาศัย ว่าสัมพันธ์กับบริบททางสังคมในแต่ละช่วงเวลาอย่างไร 3. วิจัยการรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนและสังคม เป็นการหยุดเพื่อทบทวนตัวเอง และสิ่งสำคัญคือ “พอช. จะต้องไม่ถูกจำกัดด้วยจินตนาการของตนเอง ถูกทำให้กลายเป็นข้าราชการมากขึ้น”
รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง ได้ให้ข้อคิดเห็นว่างานวิจัยของ พอช.ต้องเสริมขบวนประชาสังคม นำองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วไปสื่อสารให้น่าสนใจ สร้างการรับรู้ร่วมกันและควรแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัย พอช.ควรทบทวนบทบาทของตนเอง ประเมินความเปลี่ยนแปลง ผลิตงานวิจัยที่มีส่วนร่วมกับชุมชน ควรศึกษาสภาองค์กรชุมชนอย่างละเอียดร่วมถึงในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสภาองค์กรชุมชนด้วย
ผศ.ดร.มณีรัตน์ วงษ์ซิ้ม คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ให้ข้อเสนอแนะว่าด้วยกำลังคนจำนวนน้อยของ พอช. ควรจะมี platform ในการทำงานร่วมกันกับชุมชน เช่น เรื่องข้อมูลเพื่อให้ชุมชนสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ สามารถใช้ข้อมูลได้ การคิดค้นนวัตกรรมต้องทำเพื่อแก้ปัญหาที่แท้จริงของชุมชน และในการทำงานร่วมกับ พอช.ที่ผ่านมาในเรื่องการพัฒนาสินค้าชุมชน ต้องพัฒนาเรื่องคุณภาพ มาตรฐานสินค้า โดยใช้องค์ความรู้มาช่วยส่งเสริมในเรื่องนี้
ผศ.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้เน้นย้ำเรื่องการสื่อสารที่มีคุณภาพ การถอดบทเรียนต้องดูว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรกับใคร ต้องสังเคราะห์ประเด็นที่มีผลกระทบจริงๆ ทั้งเรื่องบ้าน เรื่องสภาองค์กรชุมชน บทบาทกลไกที่สำคัญ และสิ่งที่ได้ต้องนำมาจัดกลุ่ม ปรับปรุงอาจจะทำเป็นหลักสูตรในการเรียนรู้ให้กับคนกลุ่มต่างๆ มาเรียนรู้ชุมชน เพราะคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันมาศึกษาดูงานในพื้นที่จริงจะเกิดแรงบันดาลใจได้มากกว่า เช่น เรื่องบ้านมั่นคง เป็นต้น
ทั้งนี้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำต่างๆจากนักวิชาการทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)จะนำข้อเสนอแนะมาร่วมคิดวิเคราะห์ในการจัดทำแผนพัฒนาวิจัย นวัตกรรมชุมชน จัดการความรู้และการสื่อสารของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พ.ศ. 2566- 2570) แผน 5 ปี เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องในชุมชนต่อไป






