
กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุนที่ริเริ่มจัดตั้งโดยเครือข่ายองค์ชุมชน โดยเน้นที่การจัดสวัสดิการให้สมาชิก การดำเนินการของกองทุนอยู่ภายใต้หลักคิด “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” สมาชิกทุกคนเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อมกัน ไม่ใช่รอรับแต่การช่วยเหลือ เพราะทุกคนบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนเท่ากันและมีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือเมื่อยามจำเป็นเท่ากัน ช่วยเหลือผู้อื่นและตนเองในยามเดือดร้อน จัดการโดยองค์กรชุมชน มุ่งไปสู่การจัดการตนเอง

ล่าสุด วันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 65 เครือข่ายสวัสดิการชุมชน จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค
เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของปีที่ผ่านมา พร้อมออกแบบกำหนดทิศทางการทำงานในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พร้อมพัฒนาศักยภาพคนทำงาน สามารถหนุนเสริมการทำงานของเครือข่ายกองทุนสวัสดิการในทุกระดับ ผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วย ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค ที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่ พอช. และกองเลขาสวัสดิการชุมชน กว่า 40 คน ณ ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านวังใหม่ ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว

นายแก้ว สังข์ชู
นายแก้ว สังข์ชู ประธานเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน ทีมสนับสนุนทำงานกันอย่างหนักหน่วง ซึ่งถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ทำร่วมกัน และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปีงบประมาณ 2565 จึงได้มีการเพิ่มอัตรากำลังของทีมสนับสนุน คือทีมกองเลขาสวัสดิการชุมชน 5 ภาค และมีความมุ่งหวังให้ทีมกองเลขาสวัสดิการชุมชนเป็นทีมที่เข้มแข็ง และเป็นนักจัดกระบวนการ ไม่ใช่แค่ทีมเลขาสนับสนุนงานข้อมูลเพียงอย่างเดียว พร้อมสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน รองรับการทำงานแทนผู้อาวุโสต่อไปในอนาคต ส่วนการกำหนดทิศทางและออกแบบทำงาน เป็นการกำหนดทิศทางการทำงานเฉพาะหน้าและอนาคต ให้รู้เท่าทันกันไม่ว่าจะเป็นคณะทำงาน คนทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดให้กองทุนสวัสดิการเป็นองค์กรหลักในการเปลี่ยนแปลงสังคม ให้เกิดความเท่าเทียม

นายแก้ว กล่าวต่อไปอีกว่า เป้าหมายการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนในอนาคต คือ 1. ต้องการให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นองค์กรหลักที่รองรับโครงสร้างทางสังคม เพราะกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นองค์กรแห่งการช่วยเหลือคนที่ลำบาก ตกทุกข์ได้ยาก และเราเป็นกลุ่มองค์กรที่มีทุนของตนเอง 2.พัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน ให้รองรับการแก้ไขปัญหาความยากจนของผู้ที่เป็นและไม่เป็นสมาชิกกองทุน เรื่องที่อยู่อาศัย ความยากจนต้องแก้ด้วยกระบวนการ แก้ด้วยความรู้ กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นของคนทุกคนในชุมชน แต่ไม่เท่าเทียมกันขึ้นอยู่กับบริบทและข้อตกลงร่วมกันในชุมชน การแก้ปัญหาความยากจนเราต้องให้คนจนเข้ามาเป็นเจ้าของ 3.พัฒนากลไกกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้เป็นมืออาชีพ เกิดความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอก กลไกที่สำคัญคือคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน พัฒนาจิตสำนึกของสมาชิกและกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้เข้าใจหลักคิด หลักการ ของคำว่า “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” สร้างความสามัคคี ประชาธิปไตยขึ้นพื้นฐาน 4. สร้างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนสวัสดิการชุมชนทุกระดับ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการทำงานอย่างดีที่สุด ดังคำที่ว่า “นกต้องมีขน คนต้องมีเพื่อน” เราต้องก้าวไปด้วยกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

นายสิน สื่อสวน
นายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาเครือข่ายสวัสดิการชุมชน กล่าวว่า รากของสวัสดิการเกิดขึ้นจาก ชาวบ้านคิดที่จะทำงานร่วมกันทั้งประเทศ โดยคิดถึงต้นทุนเดิมที่เคยทำงาน คือองค์กรการเงิน ใช้แนวคิดจากการออมเงิน จนมาถึงการทำกองบุญสวัสดิการ สามารถประกาศเป็นนโยบายของรัฐบาล สมทบกองทุน ยกระดับกรรมการในระดับจังหวัดให้มีบทบาทสำคัญ ภายใต้ สโลแกน “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” ฟื้นขบวนสวัสดิการ ให้สอดคล้องกับวิถีชาวบ้าน ชุมชนเป็นเจ้าของ ส่วนเป้าหมายที่สำคัญของกองทุนสวัสดิการ คือ สวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างความเสมอภาคและโอกาสทางสังคม สวัสดิการชุมชนเป็นระบบสวัสดิการทางเลือก สวัสดิการชุมชนเป็นแกนหลักในการจัดสวัสดิการในพื้นที่

ส่วนเรื่องที่ต้องดำเนินการ มีอยู่ด้วยกัน 6 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ประกอบด้วย เติม/เพิ่ม เพิ่มเจตนารมณ์ อุดมการณ์ ซึ่งพบว่าลดน้อยถอยลง การจัดสวัสดิการชุมชนให้มีความทันสมัย (ดูว่าสวัสดิการใหนที่มีความสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างเปิดเผย โปร่งใส มีธรรมาภิบาล การพัฒนาคนและกลไก ระบบข้อมูล (มีความสำคัญเป็นอย่างมาก) หลายหน่วยงานมีความต้องการในการข้อมูลของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเป็นอย่างมาก 2.การพัฒนาเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ประกอบด้วย ระดับจังหวัด ( เครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด , คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด) เป็นกลไกที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่/ระดับภาค/ระดับประเทศ 3.การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม 4.การสื่อสารสังคม เราต้องคำนึงว่าเราจะสื่อสารอย่างไรให้เขาเข้าใจง่ายทั้ง เนื้อหา สาระ วิธีการ ช่องทางและกลุ่มเป้าหมาย 5.พัฒนาความร่วมมือภาคี ทั้งการขับเคลื่อนงาน การหนุนเสริมงาน การพัฒนาความร่วมมือจุดที่สำคัญคือระดับจังหวัดและระดับประเทศ 6.การพัฒนากฎหมายและนโยบาย สิ่งที่เราทำไปแล้ว สวัสดิการชุมชนได้รับการบรรจุในรัฐธรรมนูญไทย มาตรา 43(4) รัฐธรรมนูญเปิดแล้ว และเรื่องที่จะต้องดำเนินการ คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน การลดหย่อยภาษีให้กับผู้สมทบงบประมาณให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชน การยกเลิกสมทบ 3 รอบ เป็นการสมทบแลลถ้วนหน้า นายสิน กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับแนวทางการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ มีข้อสรุปดังนี้คือ ต้องสร้างความเข้าใจ สร้างการรับรู้อย่างเท่าเทียมกันการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่และเครือข่ายสวสัดิการชุมชน การทบทวน ฟื้นฟูเจตนารมณ์ อุดมการณ์การสวัสดิการชุมชน ให้กับทั้งเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน สู่การขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน สู่ความเข้มแข็ง คณะทำงานในทุกระดับ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับกองเลขาสวัสดิการชุมชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน “รู้ เข้าใจ เข้าถึง นำไปสู่การพัฒนา” สมาชิกกองทุน กรรมการกองทุน คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน เครือข่ายจังหวัด ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ อุดการณ์สวัสดิการชุมชน สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำ “แผนพัฒนาสังคมสู่แผนพัฒนาจังหวัด” การจัดทำคู่มือการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน









