
วิกฤตโควิด-19 ส่งผลอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนตำบลชะอวด ผลผลิตตกต่ำและไม่สามารถจำหน่ายตามปกติได้ตำบลชะอวดเป็นตำบลค่อนข้างยากจนมีผู้ออกไปทำงานต่างถิ่น ต่างจังหวัดจำนวนมากและเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 หลายคนก็กลับมาอาศัยบ้านเกิดโดยมียอดผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงประมาณ 200กว่าคน ทำให้ผู้คนอยู่ในสภาวะระวังตัวเอง รวมถึงผลกระทบวงกว้างทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เลิกการจ้างงาน ตำบลชะอวดจึงเป็นพื้นที่รองรับลูกหลานที่ไปทำงานในเมือง

สภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด พลิกวิกฤติโควิด-19 สร้างฐานอาหารปลอดภัยถึงประตูบ้าน หวังหยุดโควิดด้วยระบบเศรษฐกิจชุมชนออนไลน์ซึ่งได้สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่ม “หยุด COVID-19 ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อทำหน้าที่เก็บข้อมูลแหล่งผลิตอาหารในชุมชน ทั้งที่เป็นวัตถุดิบ และบริโภคได้ทันที และตั้งไลน์กลุ่ม “คนชะอวดไม่ทอดทิ้งกัน” รวบรวมผลผลิตโพสต์ขายอาหาร ผัก ปลา ในกลุ่มไลน์ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่คนในชุมชน แม้ในช่วงแรก ๆ จะมีสมาชิกเพียง 10กว่าคน แต่ปัจจุบันมีสมาชิกหลายร้อยคนไปแล้ว

วัชระ เกตุชู (ครูเลี่ยม)
วัชระ เกตุชู (ครูเลี่ยม) รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด ได้เล่าให้ฟังว่า วิธีการนี้ทำให้พี่น้องตำบลชะอวด ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิถีเดิมจากการเร่ขายหรือขายในตลาด มาเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อ นัดแนะการซื้อขาย ส่งสินค้า และมีตัวแทนอาสาทำหน้าที่ส่งสินค้าไปยังครัวเรือนต่าง ๆ โดยใช้การสื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการสร้างระยะห่างทางสังคม นอกจากการซื้อขาย แลกเปลี่ยนอาหารปลอดภัยแล้ว ยังเริ่มขยายไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการเกษตร และสื่อสารข่าวสารของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับโควิด 19 ให้สมาชิกได้รับทราบกันนี่เป็นเพียงหนึ่งรูปธรรมเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งคนชะอวดกำลังช่วยกันขยายผลไปสู่การยกร่างเป็น “ธรรมนูญสุขภาพสู้ภัย COVID-19 ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” จุดประกายความคิด จากการลงมือปฏิบัติจริงของคนตำบลชะอวดกำลังถูกนำไปสู่การหารือเพื่อขยายผลต่อในเวที Kick Off “ปักหมุดพื้นที่ปลอดภัย” นับว่าตำบลชะอวดเป็นพื้นที่บูรณาการการทำงานของประชาชน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งมหาดไทยสาธารณสุข สปสช. พอช. สสส สช. ไทยพีบีเอส สภาองค์กรชุมชนตำบล กขป.เขต 11 และสมาคมสื่อชุมชนภาคใต้เรียกได้ว่าเป็นการ “รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด19”

ครูเลี่ยม เล่าต่อไปอีกว่า ข้อค้นพบสำคัญคือ มีการสั่งปุ๋ยคอกจากกลุ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นคือสัญญาณที่บอกว่า คนชะอวด ได้วางแผนการสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยในครัวเรือนไว้สำหรับอนาคตแล้ว การสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย เพื่อจำหน่ายกันภายในชุมชน สร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ตัดพ่อค้าคนกลางออกจากระบบ สร้างอาชีพใหม่บนฐานทุนชุมชน เน้นการพึ่งพาเกื้อกูลกัน จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ทุกคนสามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ โดยมีแผนในการหารือเพื่อสร้างความยั่งยืนให้ระบบเศรษฐกิจชุมชนออนไลน์ร่วมกับ อบต. และ อบจ.ต่อจากนี้จากแนวทางดังกล่าวของสภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด ได้มีการขยายแนวคิดไปสู่ตำบลอื่นๆ ในอำเภอชะอวด เช่น ตำบลท่าประจะ ตำบลวังอ่าง ตำบลขอนหาด เนื่องจากเป็นพื้นที่การเกษตร โดยมีกลุ่มองค์กรชุมชนในพื้นที่เป็นแม่งานสำคัญในการกระจายผลผลิตเกษตรปลอดภัยสู่ผู้บริโภคในตำบลของตนเอง ส่วนการจำหน่ายภายนอกผ่านเพจ “เครือข่ายตลาดเกื้อกูลออนไลน์” (Network Support Online Market)

โดยเพจนี้มีเจตนารมณ์ที่สำคัญคือ การสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าในชุมชน ทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในชุมชนเพื่อให้ชุมชนสามารถมีอาชีพ มีรายได้ ที่ดีขึ้น และจะเน้นสินค้าที่มีความสะอาด ปลอดภัย ในราคาที่ยุติธรรมที่สำคัญคือ การแบ่งปันรายได้ส่วนหนึ่งนำไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในชุมชน รวมทั้งทำกิจกรรมอื่นๆเช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมด้านการศึกษา เป็นต้น เป็นสิ่งใหม่สำหรับชาวบ้านเรื่องของตลาดออนไลน์คนต้องการปลูกผักอินทรีย์มากขึ้น ก็มาหาเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยหมัก ที่จะบริการให้กับคนที่ต้องการปลูก เพื่อที่จะให้125เขาได้ขายสินค้า ขายผัก ขายปลา ที่เป็นอาหารปลอดภัยให้กับพี่น้อง ตำบลชะอวด และสิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาคนให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้อย่างไร

ครูเลี่ยม กล่าวทิ้งท้าย “การจัดการชุมชนโดยกระบวนการใหม่ เมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่สามารถกลับไปทำแบบเดิมได้อีกแล้วเนื่องจากคนมีบทเรียน มีการวางฐานทรัพยากรในชุมชนๆ จะสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น เมื่อนำรูปแบบและวิธีการใหม่ มาใช้กับพื้นที่หรือชุมชน จนเกิดเป็น “สังคมใหม่” ที่คนในชุมชนมีความ “ตื่นรู้” มากขึ้นจึงถือเป็น“นวัตกรรมใหม่” สำหรับชุมชน”










