
แผนแม่บท ‘การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี’ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมด้านที่อยู่อาศัย ประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21.32 ล้านครัวเรือน ในจำนวนนี้มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยประมาณ 15.45 ล้านครัวเรือน ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยประมาณ 5.87 ล้านครัวเรือน (อาศัยอยู่ในที่ดินเช่า ที่ดินบุกรุก บ้านเช่า ห้องเช่า ไร้ที่อยู่อาศัย ฯลฯ)
จากปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลจึงมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ขึ้นมา มีวิสัยทัศน์ คือ “ประชาชนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579”

ล่าสุดวันนี้ (8 ธันวาคม 2564) นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบบ้านมั่นคงชนบท บ้านโคกสำราญ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 38 หลังคาเรือน มอบงบประมาณการจัดการภัยพิบัติขบวนองค์กรชุมชนนครราชสีมา มอบหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ที่ดิน มอบงบประมาณช่วยเหลือผู้เปราะบาง อีกทั้งร่วมปลูกต้นไม้มงคล และกล่าวให้กำลังใจ มอบนโยบายการสร้างความมั่นคงที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตโดยขบวนองค์กรชุมชน โดยมี นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. นายบัลลังก์ ไวยย์ศิริ นายอำเภอปักธงชัย นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา นายขวัญชัย อุตตะเวช ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนลำพระเพลิง ตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายสมพงษ์ แสงศิริ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา นายสยาม นามปัญญา กำนันตำบลตะขบ ชาวบ้านโคกสำราญ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนภาคอีสาน กว่า 200 คน เข้าร่วมงาน

นายไมตรี อินทุสุต
นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวแสดงความยินดี กับพี่น้องบ้านโคกสำราญ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยกล่าวว่า ต้องขอชื่นชม ในความสำเร็จของพี่น้องขบวนองค์กรชุมชน หน่วยงานต่างๆ และท้องถิ่น ที่ได้มีการดำเนินงานร่วมกันในลักษณะการบูรณาการการทำงานภายใต้นโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งได้เชื่อมโยงการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล และขับเคลื่อนนโยบาย โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนภัยพิบัติ สู่การแก้ปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาสในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นคงในที่อยู่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวทุกภาคส่วน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วน ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย เพราะเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง ชุมชนและท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของปัญหา เป็นเจ้าของการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานรัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญของแผ่นดินในการแก้ไขปัญหา และร่วมพัฒนาสังคมไทยให้รุ่งเรืองตลอดไป

แม่ลำดวน ฉัตรตะขบ ชาวบ้านโคกสำราญที่ประสบภัยน้ำท่วม บอกความรู้สึกให้ฟังว่า “ยายดีใจที่ได้ย้ายขึ้นมาเพระาไม่ต้องลำบากกับน้ำท่วม ดีใจสุดๆ ที่ทางการเค้ามาดูแล ไม่ต้องเดือดร้อนกับน้ำขึ้นท่วมบ้าน มดกัด งูขึ้นบ้าน อะไรประมาณนั้นนะ”
นายวิโรจน์ โคกเกษม ชาวบ้านโคกสำราญ ช่างชุมชนบอกเล่าการสร้างบ้านที่นี่ว่า “ดีใจที่เขาจัดสรรที่ให้ ภูมิใจครับ ในการสร้างบ้าน ชาวบ้านจะช่วยกันขนขึ้นย้ายมาจากข้างล่าง แล้วทุกคนในหมู่บ้านจะมาช่วยกันขึ้นโครงสร้าง เสร็จจากโครงสร้างเจ้าของบ้านก็จ้างช่างมาช่วยนิดหน่อย และเวียนขึ้นไปทีละหลังจนครบทุกหลัง”
นางสุกัญญา โคกเกษม ชาวบ้านโคกสำราญที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่กล่าวว่า “อยากขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด และทีม พอช.ที่หางบประมาณมาให้ ชาวบ้านรายได้น้อยไม่มีเงินพอที่จะรื้อย้ายบ้านขึ้นมาเพราะค่าใช้จ่ายสูง อยากขอบคุณ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงชนบทที่นี่เริ่มทำโครงการเดือนมีนาคม 2564 และเริ่มก่อสร้างบ้านในเดือนกรกฏาคม 2564 ตอนนี้สร้างเสร็จไปแล้วประมาณ 80 % โดยชาวบ้านได้รับงบประมาณรวมหลังคาเรือนละ 58,000 บาท โดยชาวบ้านจะใช้วัสดุจากบ้านหลังเก่า สมทบกับที่ได้รับงบประมาณ ซึ่งชาวบ้านได้รับการจัดสรรแปลงที่ดินที่อยู่อาศัย หลังคาเรือนละ 0-1-25 ไร่ (1 งาน 25 ตารางวา) ชาวบ้านใช้วิธีการแบ่งล็อคเขียนเบอร์จับสลาก เมื่อจับได้แล้วใครอยากสลับอยู่ใกล้พ่อใกล้แม่ก็แลกกันเอง ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน”

ทั้งนี้ สภาพพื้นที่บ้านโคกสำราญ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา อยู่บริเวณทางตอนเหนือของตำบลตะขบ และมีพื้นที่ปลูกบ้านอยู่บริเวณริมขอบอ่างของเขื่อนลำพระเพลิง ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ในที่ดินของกรมชลประทาน โดยเมื่อปี 2563 เกิดพายุฝนในพื้นที่ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วม บ้านโคกสำราญก็ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเป็นจำนวน 38 หลังคาเรือน จากนั้นทางจังหวัดนครราชสีมาโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มอบนโยบายการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาชุมชนกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ รวมถึง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. จนเกิดกระบวนการบูรณาการการแก้ไขปัญหาชุมชนร่วมกัน โดย ส.ป.ก. นครราชสีมา จัดสรรที่ดินให้ 38 ครัวเรือน เพื่ออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม และ พอช. สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,682,800 บาท (สองล้านหกแสนแปดหมื่นสองพันแปดร้อยบาทถ้วน)

อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขและพัฒนาความมั่นคงที่ดินที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิต ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา และสภาองค์กรชุมชนตำบลตะขบ ได้จัดทำข้อเสนอแผนพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยในระดับจังหวัด และแผนพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตตำบลตะขบ ต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ในระดับจังหวัดต่อไป

ต่อจากนั้น นายไมตรี และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชุมชน ให้กำลังใจกับสมาชิกกลุ่มชุมชนสองข้างทางรถไฟ (ไบเล่ย์) เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม ณ เทศบาลเมืองนครนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา และประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ร่วมกับเทศบาลนครนครราชสีมา, เทศบาลตำบลหัวทะเล, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นครราชสีมา, กองบำรุงทางเขตจังหวัดนครราชสีมา การรถไฟแห่งประเทศไทย, เครือข่ายริมรางเมืองย่า พร้อมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พอช. เพื่อรับฟังสถานการณ์ ผลกระทบ การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา และการพัฒนาชุมชนรถไฟ

การพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำให้เกิดการเวนคืนที่ดิน ส่งผลกระทบกับชุมชนที่อยู่บริเวณริมรางรถไฟเมืองโคราช ที่อยู่อาศัยนานกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาไปพร้อมๆ กับเมืองได้ และขาดพื้นที่รองรับในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชน ในการดำเนินแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ปัญหาเมือง ลงพื้นที่สำรวจรายชื่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบร่วมกับเทศบาลเมืองนครราชสีมา ภาคี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและเครือข่ายสลัม 4 ภาค

จากการสำรวจข้อมูลพบว่า มีผู้อยู่อาศัยอยู่ในที่ดินรถไฟ จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสี่คิ้ว อำเภอปากช่อง อำเภอเมือง รวม 12 ชุมชน จำนวน 403 ครัวเรือน ซึ่งจากการสำรวจชุมชนในครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดการส่งเสริมกระบวนการกลุ่มการประสานงานเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ เกิดการจัดตั้งกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาทีอยู่อาศัยตามแนวทางบ้านมั่นคง จำนวน 1 โครงการ โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย สำหรับ 166 ครัวเรือน งบประมาณ 12,823,500 บาท (สิบสองล้านแปดแสนสองหมื่นสามพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ เฟสที่ 1 จำนวน 166 ครัวเรือน ประกอบด้วย 8 ชุมชน 1) กลุ่มถนนเลียบนคร 8 ครัวเรือน 2) ชุมชนประสพสุข 24 ครัวเรือน 3) ชุมชนสองข้างทางรถไฟ (ไบเล่ย์) 31 ครัวเรือน 4) ชุมชนหลังจวนผู้ว่าฯ 13 ครัวเรือน 5) ชุมชนราชนิกูล 1 23 ครัวเรือน 6) ชุมชนราชนิกูล 3 18 ครัวเรือน 7) ชุมชนเบญจรงค์ 29 ครัวเรือน และ 8) ชุมชนทุ่งสว่าง-ศาลาลอย 20 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ขบวนองค์กรชุมชน ได้เสนอแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเสนอขอใช้ที่ดินการรถไฟฯ พื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านพะไล ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ขนาดพื้นที่ 7 ไร่ 1 งาน 61 ตารางวา ซึ่งสามารถรองรับได้ทั้ง 166 ครัวเรือน ซึ่งที่ผ่านมา รฟท.แขวงบำรุงทางนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านพะไล ทำเอกสารประกาศสำนักงานที่ดินจังหวัด (ท.ด. 3) เพื่อเสนอเข้าบอร์ดการ รฟท. เพื่อพิจารณาพื้นที่รองรับผู้เดือดร้อนในเฟสที่ 1 จำนวน 166 ครัวเรือน ทั้งนี้ผู้เดือดร้อนที่ยังไม่เข้าร่วมกระบวนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานเพื่อดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือจำนวน 176 ครัวเรือนต่อไป







