
นครราชสีมา / 25 มิถุนายน 2564 พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ และโครงการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ณ ห้องประชุมสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 2 (ชั้น 3) อาคารยุพราชเบญจมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และหน่วยงานภาคี 21 หน่วยงานเข้าร่วมในพิธี

นายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา บรรยายหัวข้อ การขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการและการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา โดยกล่าวว่า ในโอกาสที่หน่วยงานต่างๆจะร่วมมือกัน จากวาระแห่งชาติของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความยากจน เรื่องนีเป็นเรื่องสำคัญจังหวัดนครราชสีมาจะยกให้เป็นวาระของจังหวัดเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหา ซึ่งเรื่องนี้มีคำสำคัญอยู่ 4 คำ 1) การขับเคลื่อนการพัฒนาต้องขับเคลื่อนร่วมกัน 2) เข้มแข็งอย่างบูรณาการ เพราะเรามีบทเรียนของการต่างคนต่างทำ 3) การแก้ไขปัญหาความยากจน และ 4) แบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ต้องแก้ให้เสร็จ แม่นยำ และช่วยให้คนพ้นความยากจนและมีความเข้มแข็ง
รองผู้ว่าฯ กล่าวต่อว่า หนึ่ง ทุกรัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาความยากจนมาทุกรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้เดือดร้อนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่เนื่องเพราะความไม่ต่อเนื่อง วันนี้เราอยากให้เป็นพันธะว่า หากรัฐบาลจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน แต่เราการให้เป็นวาระของจังหวัดนครราชสีมา ที่คนโคราชจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เราต้องการความผูกพันธ์เป็นคำมั่นสัญญา สอง ต้องให้ความสำคัญกับฐานข้อมูล เพราะในการลงทะเบียนจะมีทั้งบุคคลที่ยากจนและอยากจน จากที่รัฐเริ่มทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อปี 2561 สิ่งที่พบจากชุดปฏิบัติการอำเภอ คือ จะพบเจอคนที่ลงทะเบียนน้อย และบางส่วนไม่อยากให้เจอเพราะไม่ใช่ตัวจริง เรื่องฐานข้อมูลจึงสำคัญและต้องแม่นยำ ผ่านระบบข้อมูล TPMAP เป็นงานที่ต้องช่วยกัน
สาม เราต้องมีการลงพบเยี่ยมเยียนกลุ่มเป้าหมาย และจัดทำสมุดพกครอบครัว สนับสนุนชุดปฏิบัติการและคนในพื้นที่ สี่ เมื่อเจอแล้ว เราจะวิเคราะห์สาเหตุของความเปราะบาง ความยากจน เราต้องวิเคราะห์สาเหตุให้ตรงจุด เพื่อเกาให้ถูกที่คัน ห้า การบันทึกข้อมูล ทำแฟ้มข้อมูลแบบประวัติคนไข้ในโรงพยาบาล เป็นฐานข้อมูลเพื่อช่วยเหลือได้ตรงจุด หก การแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ มีเมนูที่เหมาะสมหลากหลาย เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย หน่วยงานต่างๆ ที่ลงนามในบันทึกความร่วมมือ ต้องคิดค้นเมนูการช่วยเหลือให้เหมาะสมและหลากหลาย เจ็ด การดูแลติดตามอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด จำเป็นความจำเป็นอย่างมาก แปด ต้องมีการบันทึกผลทั้งแบบแมนนวลและอิเล็คโทนิก เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลไม่ให้สูญหาย เราไม่ต้องการให้คนจนที่ได้รับการช่วยเหลือกลับไปจนอีก ทำอย่างไรคนเหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกัน ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเก้า ประเด็ นที่เป็นหลักคิดในการช่วยเหลือแก้ปัญหาความยากจน ที่เป็นปัญหางูกินหาง แต่วันนี้เราจะทำให้จบ แต่เป็นวาระของคนนครราชสีมา เราจะร่วมมือกันแก้ปัญหากลุ่มคนเปราะบางให้สำเร็จ รองผู้ว่าฯ กล่าวในตอนท้าย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า
พันธกิจมหาวิทยาลัยราชภัฎ เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ ที่มีความรับผิดชอบไม่เพียงแค่การผลิตบัณฑิต การวิจัย และการบริการทางวิชาการ แต่ยังต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะขอทำหน้าที่ในการประสานงานหน่วยงานภาคีเพื่อให้เกิดความร่วมมือกัน จากการค้นหาเก็บข้อมูลคนยากจน ส่งเสริมนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้บทเรียนจากประเทศจีนในการแก้ไขปัญหา และปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ประเทศไทย เพราะไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้เพียงหน่วยงานเดียวเพียงลำพัง นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในหน้าที่พันธกิจที่จะร่วมมือกันตามบันทึกข้อตกลงต่อไป
นายสมพงษ์ แสงศิริ ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวแนะนำการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่า เป็นขบวนองค์กรชุมชนที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล ปี พ.ศ.2551 ที่มุ่งส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้ โดยจังหวัดนครราชสีมา มี 32 อำเภอ 333 อปท. ปัจจุบันมีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 332 สภาองค์กรชุมชน ขาดอยู่ 1 พื้นที่คือเทศบาลเมืองปากช่อง กองทุนสวัสดิการชุมชน 133 กองทุน สมาชิก 126,000 คน เงินสมทบจากสมชิก 218 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการดำเนินการบ้านพอเพียงตั้งแต่ปี 2561-2564 รวม 70 ตำบล 749 ครัวเรือน และดำเนินโครงการบ้านมั่นคง 44 โครงการ 4,445 ครัวเรือน โดยหลักคือ สภาองค์กรชุมชนตำบล คือภาคประชาชนที่เป็นนักปฏิบัติการชุมชนอยู่ในพื้นที่ระดับตำบล ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ภาควิชาการจะมาเติมเรื่องความรู้ในเชิงวิชาการ รวมทั้งหน่วยงานภาคีก็จะมาร่วมกันแก้ปัญหาและสร้างความเข้มแข็งต่อไป

นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ความเข้าใจเรื่องความยากจน ในมิติหนึ่งเกิดจากความเหลื่อมล้ำในเชิงโครงสร้าง จึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ และยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ด้วยแล้ว เราต้องสร้างความร่วมมือ และใช้ข้อมูลนำแก้ปัญหา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เน้นเป้าหมายที่ชุมชนท้องถิ่นให้มีความสามารถจัดการปัญหาได้ทั้งครัวเรือนและโครงสร้าง
ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวต่อว่า ในการร่วมมือครั้งนี้ เสนอ 6 ร่วม ร่วมที่ 1 คือ การใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ให้ชุมชนมีบทบาท ร่วมที่ 2 ต้องอาศัยพลังจากการมีส่วนร่วม วิเคราะห์ปัญหา ตั้งคำถามสร้างการมีส่วนร่วมตัดสินใจ ร่วมที่ 3 ความร่วมมือหลายฝ่าย จะเป็นการใช้จุดแข็งของภาคส่วนต่างๆ มาแก้ปัญหาความยากจน ร่วมที่ 4 การมีข้อมูลร่วมกัน คนยากจนมีส่วนร่วมจัดทำข้อมูล ร่วมที่ 5 การมีแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และร่วมที่ 6 ต้องมีกลไกร่วมในการกำกับติดตามแก้ไขปัญหา ผู้มีรายได้น้อยคนยากจนในพื้นที่
และต้องใช้ข้อมูลแก้ปัญหา สร้างกระบวนการให้หน่วยงานมาร่วมมือกัน เพราะเราจะพลิกความยากจนจากวิกฤตให้เป็นโอกาส หันมามองข้อเท็จจริงในพื้นที่ และทำการศึกษาวิจัยควบคู่น่าจะสามารถหยุดยั้งความยากจนได้ ซึ่ง จุดสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจน น่าจะอยู่ที่พื้นที่ตำบล วิเคราะห์พื้นที่ สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ปรับวิธีคิดใหม่ๆ อาศัยพลังชุมชน แก้ปัญหา เริ่มจากจุดเล็กๆ ขอให้ทุกกน่วยงานมีความหวัง และร่วมใจกัน ผอ.พอช.กล่าวในตอนท้าย
อย่างไรก็ตาม ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ได้จัดทำขึ้นเป็น 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 เป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และฉบับที่ 2 การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อ ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการและโครงการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ปรกอบด้วย 1. กองทัพภาคที่ 2 2. สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา 3. องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา 4. ปกครองจังหวัดนครราชสีมา 5. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา 6. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 7. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา 8. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา 9. สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา 10. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา 11. สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา 12. สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา 13. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา 14. สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา 15. สำนักงานแรงงานจังหวัดนครราชสีมา 16. สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา 17. สำนักงานสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา 18. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา 19. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา 20. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 21. ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา









