
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 – 2563 ชาวบ้านตำบลบางกลัดประสบสภาวะภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทำนา ทำไร่อ้อยโรงงาน และการทำสวน ในช่วงตลอด 2 ปี เกษตรกรมีความยากลำบากในการประกอบอาชีพ เนื่องจากกรมชลประทานไม่สามารถที่จะผันน้ำเขาคลองส่งน้ำที่มีอยู่ในตำบลถึง 2 คลองได้ คือ คลองส่งน้ำ 1 ซ้าย และคลองส่งน้ำ2 ซ้าย แต่กลับสามารถปล่อยน้ำเข้าสู่คลองบางกระแส (คลองหลักที่สามารถส่งน้ำไปยังคลองส่งน้ำที่ 1- 5 ) เพื่อจ่ายน้ำไปยังพื้นที่จังหวัดอ่างทองได้ตลอดทั้งปี
จากการวิเคราะห์ตำบลร่วมกัน พบว่า ด้วยตำบลเชิงกลัดมีคลองชลประทานและแม่น้ำน้อยไหลผ่านตลอดตำบล จึงเหมาะแก่การทำการเกษตร แต่เนื่องจากปัญหาภัยแล้งทำให้น้ำไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตร และปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับประเท ที่ส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในตำบลเชิงกลัดไม่เกิดผลเท่าที่ควร ซ้ำร้ายเกษตรกรในบางพื้นที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ อีกทั้ง การมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น การซื้อน้ำเพื่อนำมาใช้ในภาคการเกษตร เป็นต้น และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ประชากรในตำบลประสบปัญหาความยากจน มีการกู้หนี้ยืมสินจากทุนนอกระบบ รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย
ซึ่งปัญหาดังกล่าวข้างต้น สภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด ได้เปิดเวทีกลางในการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรร่วมกับแกนนำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ผู้แทนกลุ่มองค์กรต่างๆ เกษตรกรผู้ใช้น้ำ ซึ่งส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทั้งสิ้น และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี และเจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตำบล
ในส่วนของกระบวนการได้มีการสำรวจสภาพปัญหา รวบรวมข้อมูล จัดทำข้อมูล และนำข้อมูลมากองรวมกัน เพื่อช่วยกันวิเคราะห์ แยกแยะเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลเชิงกลัด มุ่งหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลทำให้ “คน” ในตำบลเชิงกลัด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานให้มีชีวิตความเป็นอยู่และมีความสุขที่ดีขึ้น ซึ่งปัญหาสำคัญที่คนในชุมชนมีความต้องการแก้ไขปัญหาเป็นอย่างมาก คือ เกษตรกรขาดรายได้ เพราะไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เป็นผลมาจากการที่กรมชลประทานไม่ปล่อยน้ำให้ทำการเกษตรในพื้นที่ตำบลเชิงกลัด ทั้งที่มีปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอจนสามารถส่งผ่านไปให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอ่างทองได้ โดยคนสิงห์บุรีได้แต่มองน้ำเลยผ่านไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด ภายใต้การนำของนางสาวนันท์นภัส รุ่งแสง ในฐานะประธานสภาองค์กรชุมชน ได้ชักชวนพี่น้องเกษตรกรในตำบลเชิงกลัด ร่วมกันหารือถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมหาวิธีการแก้ไขปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำทางการเกษตรร่วมกัน ผ่านการประชุมชนสภาองค์กรชุมชนตำบลเขิงกลัด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- มอบหมายให้เลขาสภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด จัดทำหนังสือสอบถามเหตุผลที่ไม่ปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ตำบลเชิงกลัดและตำบลใกล้เคียง ไปยังสำนักงานชลประทาน เพื่อรับทราบเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงาน
- จัดทำแผนงาน/ โครงการ ขอใช้เครื่องจักรกลในการกำจัดวัชพืชออกจากคลองส่งน้ำเพื่อเปิดทางน้ำ โดยขอรับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงหลัด ในการช่วยประสานงานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อขอใช้เครื่องจักรและคนขับในการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางการไหลของทางน้ำ
- จัดประชุมผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีน้ำในการทำการเกษตร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคลองทุกสายที่สำนักงานชลประทานไม่ได้ผันน้ำเข้า เพื่อหารือ จัดทำแผนการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรร่วมกัน โดยมีหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทาน ท้องที่/ ท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมด้วย เพื่อสะท้อนปัญหาจากการดำเนินงานดังกล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ด้วย
- จัดทำข้อเสนอต่อกรมชลประทาน พร้อมทั้งติดตามทวงถาม เกี่ยวกับการนำแผนและข้อเสนอแนะการบริหารจัดการน้ำจากเวทีประชาคม ที่ยื่นเสนอต่อกรมชลประทาน เพื่อขอให้กรมชลประทานจัดสรรน้ำให้เกษตรกรสำหรับการประกอบอาชีพเกษตร และสนับสนุนเครื่องสูบน้ำในการผันน้ำเข้าคลองส่งน้ำชลประทาน
- พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลเชิงกลัดและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมมือลงแรงในการกำจัดวัชพืชบริเวณคลองส่งน้ำ ก่อนที่เครื่องจักกลในการกำจัดวัชพืชจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรีจะมาถึง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน และใช้ประโยชน์จากน้ำที่มีการขุดลอกกำจัดวัชพืชออกไปแล้วในเบื้องต้น โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่เครื่องจักรกลในการกำจัดวัชพืชไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือทั้งแรงกาย แรงใจของพี่น้องในชุมชนตำบลเชิงกลัด ในการร่วมกันฝั่นฝ่าปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในตำบล เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง อันเป็นแหล่งทำมาหากินที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่รอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว

นางสาวนันท์นภัส รุ่งแสง ในฐานะประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด และผู้นำในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ เล่าว่า “จากการทำงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทำการเกษตร และส่งผลให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำคลองสายที่ 1 และคลองสายที่ 2 (นับเฉพาะตำบลเชิงกลัด) ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์จากการใช้น้ำจากคลองส่งน้ำชลประทานรวมพื้นที่ได้รับการแก้ไขจำนวน 9,176 ไร่ 597 ครัวเรือน โดยแยกเป็น ไร่อ้อยจำนวน 80 ราย 1,323 ไร่ นาข้าว 485 รายจำนวน 7,775 ไร่ สวนต่างๆ 32 รายจำนวน 78 ไร่ ส่งผลใช้ระบบเศรษฐกิจอันมาจากภาคการเกษตรของตำบลเชิงกลัดมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการมีน้ำสำหรับภาคการเกษตรที่เพียงพอ เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำเพื่อทำนาจำนวนกว่า 100 บาท/ไร่ กระบวนการทำงานทำให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชน และความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน รวมไปถึงคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนนตำบลเชิงกลัดมีความรู้เกี่ยวกับการประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของสภาองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาให้กับตำบลได้”
จากการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด พบบทเรียนที่สำคัญ คือ (1) การจัดเวทีกลางในตำบล เพื่อสร้างความเข้าใจ รับฟังปัญหาร่วมกันของคนในตำบล เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ส่งให้เกิดความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้ (2) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการพัฒนาศักยภาพคนในการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรค และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีร่วมกัน และ (3) การเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรชุมชนและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการทำงานในระยะต่อไปของสภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงกลัด ได้แก่ (1) พัฒนาศักยภาพคนในสภาองค์กรชุมชน และคนในชุมชนให้มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าคุย กล้าลงมือปฎิบัติ (2) หาคนทำงานรุ่นใหม่เข้ามาช่วยเสริมในการทำงานพัฒนาชุมชน (3) ให้หน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เปิดเวทีกลางในการรับฟังปัญหาในพื้นที่และบูรณาการทำงานร่วมกัน และ (4) ประชุมสมาชิกผู้ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำชลประทานอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง
อาจกล่าวได้ว่า การขับเคลื่อนงานของตำบลเชิงกลัด โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน ได้แก่ อบต. กศน. พช. เกษตร เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืนแล้ว ยังถือเป็นการเรียนรู้และหนุนเสริมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจากความต้องการของภาคประชาชนตั้งแต่ต้นกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนงาน/ โครงการ การขับเคลื่อนงานและลงมือปฏิบัติการจริงในพื้นที่ ซึ่งไม่สามารถที่จะลอกเรียนแบบจากพื้นที่อื่นได้ ไม่สามารถให้ใครมาคิดมาออกแบบแทนได้ทั้งหมด ไม่สามารถให้ใครมาทำแทนคนในพื้นที่ได้ เรา “คน” ในพื้นที่ตำบลเชิงกลัดจึงต้องเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการเรียนรู้ในการดำเนินการ เป็นผู้รับผลจากการดำเนินการเองถึงจะทำให้เราเข้มแข็งและมั่นคง

ข้อมูลและเรียบเรียง โดย นางสาวนันท์นภัส รุ่งแสง






