
แม่ฮ่องสอน /สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชนร่วมกันจัดงานสมัชชา”การจัดการไฟป่าและหมอกควันแบบมีส่วนร่วม จ.แม่ฮ่องสอน” และยกร่างข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนในการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน โดยต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีจำนวน hotspots มากกว่า 600 จุด/ วัน พุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ ขณะที่ค่ามลพิษก็สูงกว่าจังหวัดอื่นโดยเฉลี่ยเกินมาตรฐานแทบตลอดทั้งเดือน เหมือนที่เคยเป็นมาทุกปี แม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งกำเนิดของมลพิษฝุ่นควันสูงสุดของภาคเหนือเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขตป่ามากกว่า 85% ของพื้นที่ทั้งหมด และส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเต็งรังผลัดใบ ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ในฤดูแล้ง แต่ไม่เพียงเท่านั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังมีชุมชนที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตป่าเนื่องจากถูกประกาศเขตป่าของรัฐซ้อนทับมากกว่า 84% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ อาศัย ทำกินและพึ่งอยู่กับป่าเป็นหลัก การออกมาตรการต่างๆที่ผ่านมาของภาครัฐไม่ได้สามารถแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันได้เนื่องจากไม่สอดคล้องกับบริบทของพื้นทที่และวิถีชีวิตของคนในชุมชน ดังนั้นภาคประชาชน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สภาพลเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมสถาบันปัญญาวิถี เครือข่ายเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องงสอน ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน และภาคีสภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันพัฒนายกร่างข้อมเสนอต่อหน่วยงานในการจัดการแกไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดังนี้
1. ปรับทัศนคติเรื่องหมอกควัน ไฟป่าทั้งด้าน






