
สุพรรณบุรี/วันนี้(20 ต.ค.63)สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานภาคกลางและตะวันตก ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จัดมหกรรมงานชุมชนคนภาคกลางและตะวันตก ตอน การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน (Local Sustainable Development Goals) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2563 โดยได้รับเกียรติจากนายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยงานภาคีในพื้นที่ และขบวนองค์กรชุมชน 13 จังหวัด ภาคกลางและตะวันตกได้แก่ สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน ตามประเด็นงานต่างๆ ได้แก่ สภาองค์กรชุมชนตำบล สวัสดิการชุมชนตำบล เศรษฐกิจและทุนชุมชน ที่ดินชนบท และที่อยู่อาศัย (บ้านมั่นคงเมือง บ้านมั่นคงชนบท และบ้านพอเพียงชนบท) เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ณ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

นอกจากนี้ในงานยังได้มีพิธีมอบใบประกาศให้กับชุมชนและโล่ให้กับหน่วยงานด้านการจัดการที่อยู่อาศัยในวันที่อยู่อาศัยโลก พร้อมการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์ของขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก

นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาพบปะพี่น้ององค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก พี่น้ององค์กรชุมชนที่ดำเนินการในด้านการแก้ไข และพัฒนาที่อยู่อาศัยของคนจน ทั้งในเขตเมืองและชนบท และก็ต้องขอขอบคุณเครือข่ายองค์กรชุมชน ขอชื่นชม หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ทุกท่านได้ตระหนัก ให้ความสำคัญกับการแก้ไขและพัฒนาชุมชนฐานราก ที่เป็นส่วนสำคัญ ที่จะสร้างให้ความเปราะบาง ทางสังคมค่อย ๆ ลดลง และหมดไปในที่สุด
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะยืนเคียงข้างพี่น้อง ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุข ให้กับพี่น้องคนไทยทุกคน โดยการให้กรมต่างๆ ในกระทรวง ทำงานร่วมกัน และประสานการทำงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องดีขึ้นอย่างมีคุณภาพ สอดรับกับสถานการณ์ ที่ถาโถมเข้ามา การทำงานที่จะรับใช้ และบริการพี่น้องประชาชนให้รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะในโลกแห่งสังคมยุคดิจิทัล ซึ่งต้องมีการปรับรูปแบบการทำงานกัน ให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงพี่น้องประชาชนเราเองด้วย

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ดำเนินการในการคลี่คลายปัญหาข้อติดขัด เรื่องระเบียบกฎหมาย ให้เอื้อต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย การอนุญาตให้ใช้ ให้เช่าที่ดินของรัฐ โดยชุมชนร่วมรับผิดชอบ ในรูปแบบกลุ่มหรือสหกรณ์ ถือว่า เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทการพัฒนาที่ได้ตั้งไว้ นำสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ แต่ทั้งนี้ พวกเราจะต้องร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคม ในมิติอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรักษาสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพขององค์กรชุมชน และพี่น้องชุมชนทั้งหลาย ให้มีความสามารถในการพึ่งตนเอง และดูแลตนเองได้ เปลี่ยนจากผู้รอรับการช่วยเหลือ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญ เป็นหลักในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น การสร้างให้เกิดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย อาจจะมีปัญหาให้ต้องคิดและแก้ไขตลอดเวลา เช่น ปัญหาด้านที่ดิน ปัญหาการจัดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ จะทำให้พี่น้องเกิดการเรียนรู้ และเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยมีกลไกคณะทำงาน ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะทำงาน คอยกำกับดูแลและคลี่คลายปัญหาข้อติดขัดที่จะเกิดขึ้น และบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ในมิติด้านอื่นๆ การจัดงานในวันนี้ จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างเครือข่ายชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนา โดยชุมชนเป็นหลักให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ

นายเนตร ปิ่นแก้ว ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก
นายเนตร ปิ่นแก้ว ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า เนื่องในงานวันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2563 นี้ ในระดับสากลตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 ในประเทศไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชนด้านที่อยู่อาศัย ได้กำหนดให้มีการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกขึ้น โดยมีหัวข้อในการจัดงาน ประจำปี ๒๕๖3 ดังนี้ บ้านมั่นคง: “ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม” “Housing For All: A better Urban Future” อันหมายถึง การมีส่วนร่วมของทุกคนในการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยและทุกเรื่องในเมือง ที่ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทุกด้าน ตลอดจนถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 ให้เกิดการดำเนินการสอดคล้องไปกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยพอช. มีแนวทางสำคัญในการดำเนินการ คือ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ ของผู้คนที่อยู่ในเมืองหรือตำบลไปพร้อมๆ กัน ในรูปแบบที่เรียกว่า “ทำทั้งเมือง” หรือ “ทำทั้งตำบล” และมีการสร้างกลไกการขับเคลื่อนงานที่มีองค์ประกอบมาจากทุกภาคส่วนที่อยู่ในเมืองหรือตำบลนั้นๆ
นายเนตร ปิ่นแก้ว กล่าวต่อ การดำเนินงานที่ผ่านมาของขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก สร้างการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างความร่วมมือ กระชับความสัมพันธ์ของขบวนองค์กรชุมชนที่ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย และขบวนองค์กรชุมชนที่ขับเคลื่อนงานตามประเด็นงานต่างๆ รวมถึงภาคีที่เกี่ยวข้องในการสร้างความมั่นคงเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต ให้เกิดการเชื่อมโยงแผนการทำงานร่วมแบบบูรณาการ และเพื่อประกาศเจตตนารมย์การขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนคนภาคกลางและตะวันตก เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เดินรณรงค์เนื่องในงานวันที่อยู่อาศัยโลก 2563
ในช่วงเช้ายังได้มีกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในงานวันที่อยู่อาศัยโลก 2563 จากโรงเรียนสุพรรณภูมิ ไปยังที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประกาศเจตนารมณ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ของขบวนองค์กรชุมชนคนภาคกลางและตะวันตก โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รับมอบเจตนารมณ์ของของขบวนองค์กรชุมชน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- เราขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก คิด วิเคราะห์สถานการณ์ มองโอกาส และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นภาคกลางและตะวันตกว่า “คน องค์กร ขบวนชุมชน มีความสามารถจัดการตนเอง ชุมชนเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงทางอาหาร เกษตรปลอดภัย เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง บทวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) บนวิถีปกติใหม่” 2. เราจะแปลงความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์นี้ไปสู่แผนปฏิบัติการของชุมชน ท้องถิ่น และสังคม โดยพัฒนาพื้นที่ต้นแบบนวัตกรรม งานความรู้ชุมชน คิดค้นเครื่องมือสนับสนุนการสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง “ปักธงลงฐานที่มั่น คือ ชุมชนท้องถิ่น”3. ร่วมแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย โดยบูรณาการข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ร่วมกับทุกหน่วยงาน และทุกขบวน จัดตั้งกลไกการทำงานร่วมกัน ระหว่างประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำข้อมูล ผังชุมชน แผนการใช้ประโยชน์ที่ดินระดับตำบลและระดับภูมินิเวศน์ให้ครอบคลุมทุกปัญหาของพื้นที่ 4. ร่วมกันลงมือปฏิบัติการ ยกระดับจากงานปริมาณสู่ “งานคุณภาพ” เป็นที่ยอมรับและขยายผลโดยเริ่มที่ขบวนองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 5. เชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมผลักดันงานของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การผลักดันแผนพัฒนาภาคประชาชน ระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาค เราทุกคน คือ ความหวังในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นไทย ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2563 ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี(คนที่2 ด้านขวามือ) รับมอบเจตนารมณ์ของของขบวนองค์กรชุมชน
ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตกร่วมแสดงการรวมพลัง
สำหรับการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนของคนภาคกลางและตะวันตกที่ผ่านมา มีจำนวนพื้นที่การขับคลื่อนงานพัฒนาโดยใช้ประเด็นงานต่างๆ ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นกลไกและเครื่องมือการทำงาน ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชน จำนวน 1,159 สภาฯ กองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน 737 กองทุน เศรษฐกิจและทุนชุมชน จำนวน 307 ตำบล และการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท แบ่งเป็น 1) โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทรวม 13 จังหวัด 69 เมือง/ตำบล 108 โครงการ รวม 9,543 ครัวเรือน 2) โครงการบ้านพอเพียงชนบท 13 จังหวัด 493 ตำบล รวม 11,233 ครัวเรือน








