
โรงแรมเอสบางกอก กรุงเทพฯ / วันนี้ (19 กันยายน) เป็นวันสุดท้ายของการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชนปี 2563 และวางแผนปฏิบัติการในปี 2564 ของผู้นำเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้ง 5 ภาคร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมีแผนงานสำคัญ 4 ด้าน คือ 1.การพัฒนากองทุนฯ 2.สร้างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนเข้มแข็ง 3.พัฒนาระบบข้อมูล ความรู้ นวัตกรรม การสื่อสาร 4.ประสานงานระดับนโยบาย ขณะที่เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน 5 ภาคเสนอแผนปฏิบัติการเตรียมเคลื่อนงานปี 2564
ร่างแผนปฏิบัติการสวัสดิการชุมชน 2564

นายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
นายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวถึง ร่างแผนปฏิบัติการสวัสดิการชุมชน ปี 2564 ว่าจากการร่วมคิดออกแบบเรื่องสังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน โดยสร้างจุดเปลี่ยนแห่งการสร้างสวัสดิการชุมชน สร้างการอยู่ดี
มีสุข ส่วนด้านการสมทบเงินสนับสนุนอาจจะไม่สำคัญเท่าการพัฒนา และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยมีการออกแบบแผนปฏิบัติให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดการขับเคลื่อนในปี 2564 มีแผนงานที่สำคัญ
4 ประเด็น มีรายละเอียดดังนี้
1.การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน ในระดับตำบลให้มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับ โดยใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาส และความเสมอภาคสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ โดยได้วางแนวทางในการพัฒนากองทุน ดังนี้
- พัฒนาขีดความสามารถของคณะทำงานและสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้พัฒนากองทุนสวัสดิการ บริหารจัดการกองทุนได้ดี
- พัฒนาหลักสูตรการพัฒนาคนในกองทุนสวัสดิการชุมชน ได้แก่ ใช้หลักสูตรกลาง และหลักสูตรการพัฒนากับท้องถิ่น
- ส่งเสริมการระบบการบริหารจัดการที่ดี การสร้างงานเป็นทีม
- เสริมสร้างความร่วมมือในการประสานงาน
- สนับสนุนแหล่งเงินทุนหมุนเวียนจากหลากหลายช่องทาง
ที่นอกเหนือจากการสมทบงบ โดยการใช้นวัตกรรมชุมชน และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน - สร้างความร่วมมือจากในชุมชน และหน่วยงานภาคีที่จะช่วยหนุนเสริมในการพัฒนา
2.การสร้างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาเครือข่ายสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง ผลักดันเครือข่ายในระดับจังหวัดให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงการทำงานในระดับภาค ส่งเสริมสร้างเครือข่ายธรรมาภิบาล มีคุณธรรม สุจริตโปร่งใส สามารถเชื่อถือได้
3.พัฒนาระบบข้อมูล องค์ความรู้ นวัตกรรม และการสื่อสาร
1. พัฒนาระบบข้อมูลของกองทุน สมาชิก จำนวนเงินสมทบให้เป็นปัจจุบัน พัฒนาโปรแกรมข้อมูลให้เกิดการรองรับการใช้งานได้ดี
2. การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาต้นแบบกองทุนสวัสดิการ ด้านการจัดสวัสดิการกองทุนในระดับพื้นที่
3. ส่งเสริมระบบการสื่อสาร พัฒนาเว็บไซต์ในระดับเครือข่ายจังหวัด เพื่อสามารถจัดทำรายงานผลการสรุปงานในจังหวัด เผยแพร่สื่อสารต่อส่วนที่เกี่ยวข้องได้
4.ประสานงานระดับนโยบาย ในระดับนโยบายมีแนวทางการส่งเสริม ดังนี้
1.ส่งเสริมและผลักดัน พ.ร.บ ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน รวมทั้งร่างระเบียบสถาบันฯ ว่าด้วยการสนับสนุนการจัดสวสัดิการชุมชน
2.ประสานความร่วมมือในการเสนองบประมาณ เพื่อการสนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนสวัสดิการชุมชน
3.ให้เกิดการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในการประสานงานในระดับนโยบายและสร้างความร่วมมือในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากที่ประชุม
- ให้มีระบบวิธีการสนับสนุน หนุนเสริมสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างไม่มีข้อติดขัด
- ให้ตัวแทนของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง เพื่อให้เป็นกระบอกเสียง และสร้างบทบาทในการผลักดันการส่งเสริมสวัสดิการชุมชน
- ส่งเสริมให้สมาชิกและคณะทำงานสามารถจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนของกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ ให้มีศักยภาพในการจัดหางบสนับสนุนในการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานได้
- ให้กองทุนเป็นแกนกลางในการพัฒนาศักยภาพ เกิดความเข้มแข็ง และส่งเสริมการขยายฐานสมาชิก ทั้งนี้ต้องชี้ให้เห็นถึงการได้รับสวัสดิการ ประโยชน์ที่พึงมี หรือการสร้างหลักประกันชีวิตที่ได้รับจากการเป็นสมาชิกสวัสดิการชุมชน หรือเกิดการเชื่อมโยงด้านสมาชิก และลดปัญหา ข้อติดขัดในการขยายสมาชิกของกองทุนสวัสดิการ

5.ปัญหาที่พบจากการสอบทาน ได้แก่ การบันทึกข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน การพัฒนาคณะทำงานที่ยังไม่เข้มแข็ง ซึ่งยังมีข้อจำกัดในการทำงานของคณะทำงาน
6.สร้างทิศทางในการขับเคลื่อนที่มีเป้าหมายเดียวกัน และสอดคล้องกับบริบท หรืออัตลักษณ์ของกองทุนนั้น ให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนงาน และบริหารจัดการกองทุนได้เอง ซึ่งจำเป็นต้องมีกติกากลาง และมีวิธีปฏิบัติที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมของแต่ละกองทุน
7.การพัฒนาศักยภาพของกองเลขาจังหวัดให้มีประสิทธิภาพการทำงาน และมีวุฒิภาวะในการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการ
8.ให้มีการพัฒนาการส่งเสริมอาชีพ พร้อมกับการดำเนินการของกองทุน และส่งเสริมด้านการลงทุนของกองทุนสวัสดิการชุมชน เช่น การส่งเสริมร้านค้าในชุมชน รวมทั้งการสร้างแหล่งเรียนรู้ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบแก่กองทุนอื่น ๆ วิเคราะห์ศักยภาพความเข้มแข็งจากการเพิ่มขึ้นสมาชิก หรือจำนวนเงินสมทบ เพื่อให้เกิดการสะท้อนการทำงานของกองทุน
9.สร้างวิธีการทำงานที่ตอบโจทย์กับพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในการทำงาน ระหว่างกองเลขาจังหวัด สมาชิกกองทุน และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ พัฒนากระบวนการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานร่วมกัน

เสนอแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน ปี 2564 รายภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ส่งเสริมการขยายกองทุนใหม่ การจัดระบบข้อมูล พัฒนาระบบการทำงานของกองเลขาจังหวัด และพัฒนานวัตกรรม การสื่อสารที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประสานงานกับหน่วยงาน และส่งเสริมการจัดสมัชชาในระดับจังหวัดและระดับชาติ
ภาคใต้ : การพัฒนากองทุนและยกระดับกองทุนให้เป็นกลไกกลางในการพัฒนาชุมชน ประเมินคุณภาพกองทุนตามระดับความเข้มแข็ง A B C D รวมทั้งการฟื้นฟูกองทุนที่ยังไม่เข้มแข็ง วางแผนการสอบทานในระดับพื้นที่ ทบทวนเครื่องมือและกระบวนการในการสอบทานให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ใช้ข้อสังเกตของ สตง. พัฒนากระบวนการติดตามคุณภาพของกองทุน พัฒนาศักยภาพคนทำงาน และให้สมาชิกเกิดการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ
เช่น การสอบทาน การพัฒนาความสามารถเชิงบริหาร และพัฒนาศักยภาพในระดับจังหวัด และประสานงานเครือข่ายในระดับภาค พัฒนาการเขียนโครงการเสนอยุทธศาสตร์ในจังหวัด การจัดทำแผนหนุนเสริมการติดตามกองทุนทั้งหมดในระดับพื้นที่ตำบลและจังหวัด โดย ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบการสื่อสาร พัฒนาการใช้ระบบโปรแกรม รวมถึงการจัดทำข้อเสนอทางนโยบาย และการพัฒนาข้อเสนอของสวัสดิการชุมชน
ภาคกลางและตะวันตก : ส่งเสริมการพัฒนากองทุนสวัสดิการ หนุนเสริมการใช้ระบบโปรแกรมรายรับ-รายจ่าย การทำทะเบียนสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน วิเคราะห์ศักยภาพกองทุน เพื่อนำไปสู่การพัฒนากองทุนสวัสดิการต้นแบบ
ในพื้นที่ หรือคลินิกสวัสดิการชุมชน และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการงบประมาณโดยสมาชิกและคณะทำงาน สร้างระบบสารสนเทศสู่สาธารณะ และส่งเสริมให้เกิดการจัดเวทีสมัชาในระดับจังหวัด จัดตลาดนัดสวัสดิการ
ภาค กทม.ปริมณฑลและตะวันออก : วิเคราะห์ศักยภาพกองทุน โดยจัดกลุ่มการพัฒนา ถอดชุดความรู้พื้นที่ต้นแบบเพื่อพัฒนาให้เกิดคลินิกสวัสดิการ พัฒนาระบบข้อมูลสมาชิกกองทุนและข้อมูลของภาคี สร้างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนเข้มแข็ง โดยการบูรณาการขับเคลื่อนงาน ทั้งในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีในการพัฒนาศักยภาพ ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของสวัสดิการ หนุนเสริมกองทุนในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง พัฒนาระบบข้อมูลโดยให้ทะเบียนสมาชิกเป็นปัจจุบัน เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาคีให้มากขึ้น และให้ความสำคัญในการพัฒนานโยบาย เช่น เรื่องผู้สูงวัยในตำบล และเชื่อมโยงกับหน่วยงาน อบจ.
ภาคเหนือ : ส่งเสริมการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ในตำบล พัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายในระดับทางการและไม่เป็นทางการ ส่งเสริมการพัฒนาระบบข้อมูล พัฒนาศักยภาพกองเลขาให้สามารถปฏิบัติงานได้จริง จัดการระบบบัญชีสมาชิกได้ถูกต้อง ตลอดจนการสื่อสารงานกับกองทุนได้ พัฒนาระบบข้อมูลจากในระดับพื้นที่ให้มีข้อมูลตรงกัน พร้อมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือในการปฏิบัติงานของกองทุน ประเมินทบทวนการทำงานของคณะทำงานสวัสดิกการชุมชน สนับสนุนการจัดสมัชชาในระดับจังหวัดและระดับภาค ทั้งนี้มีข้อเสนอให้มีการทบทวนระเบียบและกรอบงบประมาณสนับสนุน

นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)
นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวถึงแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย ปี 2564 โดยมีแผนการขับเคลื่อนงานที่สำคัญตามลำดับ ตั้งแต่เดือนตุลาคม-กันยายน 2564 ได้แก่
- การสมทบงบประมาณ ปี 2564 ในการจัดกรอบงบประมาณ พร้อมกับระเบียบ คู่มือการสมทบปี 2564
- การพัฒนาระบบโปรแกรม ข้อมูล และการจัดตั้งสมาชิกให้ครบจำนวน 5 ล้านคน
- ตั้งเป้าหมายการผลักดันให้ พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวถึงแนวทางสำคัญในการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชน ดังนี้
- พัฒนากองทุนให้มีคุณภาพอย่างจริงจัง มีฐานข้อมูลสมาชิกเป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน
- เสนอแผนพัฒนาสวัสดิการชุมชนให้เป็นแผนการดำเนินงานในระยะ 3 – 5 ปี และผลักดันให้เข้าสู่นโยบายของรัฐ สามารถเข้า ครม. ให้พิจารณาเป็นวาระสำคัญของประเทศและหน่วยงานได้ ภายหลังสถานการณ์โควิด 19
- ส่งเสริมการจัดระบบสวัสดิการชุมชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุง และพัฒนางานสวัสดิการให้มากขึ้น
- ส่งเสริมการบริหารโครงการปี 2564 โดยส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายบริหารโครงการตามเป้าหมาย และแผนงาน สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล ลดกระบวนขั้นตอนที่ยุ่งยา และมีทิศทางขับเคลื่อนไปในทางเดียวกัน พร้อมทั้งให้มีความร่วมมือกับหน่วยงาน เพื่อประสานความร่วมมือขับเคลื่อนสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น






