
นายแก้ว สังข์ชู ประธานร่วมคณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน (สวมเสื้อคุลมสีน้ำเงินตรงกลางภาพ)
โรงแรมเอสบางกอก กรุงเทพฯ / ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายนนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้ง 5 ภูมิภาค จัดประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชนปี 2563 และแผนปฏิบัติการในปี 2564 โดยในวันนี้ (18 กันยายน) เป็นการประชุมวันแรก มีผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชน คณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน ผู้บริหารสถาบันฯ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมประมาณ 150 คน
ทิศทางกองทุนสวัสดิการชุมชนปี 2564 “เน้นคุณภาพกองทุน ปรับปรุงระบบข้อมูล”
นายแก้ว สังข์ชู ประธานร่วมคณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน กล่าวถึงทิศทางการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่จะขับเคลื่อนร่วมกันในปี 2564 โดยมีแนวทางสำคัญที่จะส่งเสริมและพัฒนา ดังนี้ 1.จะไม่เน้นปริมาณ แต่จะเน้นคุณภาพของกองทุนสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว และกองทุนที่จะเกิดขึ้นใหม่ 2.การจัดการระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เป็นจริง เป็นที่ยอมรับของหน่วยงาน และสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือดำเนินการได้ เช่น
“จะต้องมีข้อมูลว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือสมาชิกไปเท่าไหร่ ช่วยอย่างไร ทำให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร และไปเชื่อมกับกองทุนอื่นๆ อย่างไร เช่น ไปเชื่อมกับกองทุนหมู่บ้าน และสามารถเอาไปสื่อสารกับสังคม กับหน่วยงานต่างๆ ได้ ถ้าเรามีข้อมูลเท่ากับว่าเราชนะ” นายแก้วยกตัวอย่าง
3.ต้องสร้างและพัฒนาเครือข่าย ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภาค เพื่อให้มีส่วนร่วมและช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพราะหากเครือข่ายในจังหวัดมีความเข้มแข็งก็จะช่วยให้กองทุนสวัสดิการในจังหวัดมีความเข้มแข็งด้วย และ 4.งานนโยบายเป็นงานที่มีความสำคัญ คือ การผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน โดยวันที่ 23 กันยายนนี้ จะนำรายชื่อไปเสนอต่อประธานรัฐสภาตามขั้นตอนการเสนอกฎหมาย และต้องสร้างเครือข่ายในระดับนโยบาย เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ มาร่วมบันทึกความร่วมมือเพื่อร่วมกันส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน

นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (สวมเสื้อสีขาว)
นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนในปี 2564 ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา เช่น 1.โครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มีประชากรเกิดใหม่ประมาณปีละ 1 ล้านคน ปัจจุบันเหลือประมาณปีละ 6 แสนคน และมีจำนวนแม่ที่เป็นวัยรุ่น เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ต่อไปกองทุนสวัสดิการชุมชนจะต้องเข้าไปช่วยเหลือคนกลุ่มนี้
2.เรื่องข้อมูล กองทุนสวัสดิการชุมชนจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน เช่น จำนวนสมาชิกทั่วประเทศ 5.9 ล้านคน ช่วยเหลือสมาชิกไปแล้วประมาณ 2 ล้านคน เป็นเงินประมาณ 2,200 ล้านบาท แต่เรายังไม่มีรายชื่อที่แท้จริง หากมีการตรวจสอบว่ากองทุนฯ นำเงินไปช่วยเหลือสมาชิกที่ตายไปแล้ว (ไม่มีตัวตนจริง) ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นในปี 2564 ควรจะต้องทำเรื่องข้อมูลให้ชัดเจน ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน
3.ควรมีการประเมินคุณภาพของกองทุนสวัสดิการชุมชน และแบ่งเป็นเกรด เช่น A B C D และจะมีแนวทางการพัฒนาคุณภาพกองทุนเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้น และ พอช.อาจจะมีการออกใบรับรองคุณภาพของกองทุนสวัสดิการชุมชนเหล่านี้เพื่อเป็นกำลังใจ ฯลฯ
สะท้อนบทเรียนการทำงานสวัสดิการชุมชนในปี 2563 ทั้ง 5 ภาค

ภาคเหนือ : มีการออกแบบระบบทีมสนับสนุนการทำงาน เชื่อมโยงกับขบวนองค์กรชุมชนในระดับภาค หนุนเสริมการจัดการคลีนซิ่งข้อมูล การเชื่อมโยงฐานข้อมูล การจัดกระบวนการทีมในระดับพื้นที่ และวางบทบาทภารกิจหนุนเสริมในระดับพื้นที่ ในการอบรมการจัดทำโปรแกรมแก่สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ออกแบบนวัตกรรมในการทำงานหนุนเสริม
จะส่งเสริมการรวมกลุ่มและการบริหารจัดการให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ การจัดการบัญชีต่าง ๆ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบได้

ภาคใต้ : ได้รับบทเรียนจากการตรวจสอบพื้นที่ของ สตง. เพื่อดำเนินการตามข้อสังเกตต่างๆ ให้เป็นกองทุนที่น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ และมีจุดอ่อนเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด ในการรจัดการระบบบริหารจัดการที่ดี ทุกกองทุนในพื้นที่ทางภาคใต้ร่วมกันพัฒนาระบบการบริหารจัดการโปรแกรม ในการหนุนเสริมการใช้งาน สามารถประมวลข้อมูลได้รวดเร็ว กุมสภาพจำนวนสมาชิกกองทุน และงบสนับสนุนของกองทุนได้ โดยมีสำนักงานภาคใต้ช่วยหนุนเสริมการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนมากขึ้น มีทีมสนับสนุนปฏิบัติการ ออกแบบร่วมกับเครือข่ายภาค จึงทำให้มีจุดแข็งในการทำงาน มีทีมสนับสนุนการทำงานจากพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

ภาค กทม.ปริมณฑลและตะวันออก : ดำเนินการร่วมกับขบวนจังหวัดทั้ง 13 จังหวัด โดยใช้เครื่องมือการสอบทานเป็นตัวชี้ทาง ในการหาแนวทางการพัฒนากองทุนทั้ง 741 กองทุน และร่วมกับการส่งเสริมธรรมาภิบาลชุมชน เกิดการสร้างทีมทำงาน เกิดกระบวนการเรียนรู้ ติดตั้งระบบการทำงานให้แก่กองทุนได้บางส่วน ยกระดับพื้นที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ในการสอบทาน และสร้างบทบาทการทำงานร่วมกับหน่วยงาน และจะนำไปสร้างพัฒนาทีมงาน และการติดตั้งระบบสวัสดิการชุมชน และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
การสอบทานทำให้เห็นปัญหา ข้อติดขัดในการดำเนินการ จึงนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ ปรับกลไกการทำงานร่วมกับสถาบันฯ และขบวนองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อน พร้อมทั้งการบูรณาการสอบทานร่วมกัน ในประเด็นสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน และบ้านพอเพียง วางแผนร่วมกันในทุกประเด็น รวมถึงการส่งเสริมการสอบทานแบบธรรมาภิบาล คุณภาพของกองทุนอย่างแท้จริง

ภาคกลางและตะวันตก : การพัฒนาระบบโปรแกรมสวัสดิการชุมชน ซึ่งเป็นระบบกลาง การใช้ฐานข้อมูลในการจัดการสวัสดิการชุมชน การพัฒนากองทุนตามระดับความเข้มแข็ง และตามตัวชี้วัดของ กพร. และสนับสนุนการพัฒนาสำนักปฏิบัติการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ให้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาทีมทำงานในการลงพื้นที่การสอบทาน
ทั้งนี้ในการจัดตั้งกองทุนใหม่ยังดำเนินการได้ยาก เนื่องจากข้อติดขัดในกระบวนการในพื้นที่ และการฟื้นฟูตัวกองทุนที่กำลังหยุดดำเนินการ การสมทบงบประมาณที่ยังมีข้อติดขัดของกองทุนบางส่วน การใช้ระบบโปรแกรมที่เกิดจากพัฒนาของระดับภาค ซึ่งมีบางกองทุนที่ยังไม่สามารถดำเนินการบันทึกข้อมูลสวัสดิการชุมชนตามระบบโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นได้ และใช้แนวคิดและการทำงานของ สตง. นำมาปรับใช้ในการบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการตรวจสอบ และเกิดการพัฒนากองทุนในลำดับต่อไป

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : มีพื้นที่ในการดำเนินงาน 20 จังหวัด จำนวน 1,181 กองทุน โดยมีการฟื้นฟูพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ใช้สวัสดิการเป็นประเด็นหนึ่งในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น และใช้เครือข่ายสวัสดิการชุมชนในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ วางแผนการทำงานเชื่อมโยงเครือข่ายกับแกนนำชุมชนให้เป็นไปอย่างราบรื่น สร้างกลไกเครือข่ายในระดับจังหวัดและในระดับภาค ออกแบบการทำงานร่วมกันกับสำนักงานภาค เครือข่าย และแกนนำชุมชน
พร้อมทั้งติดตาม ประเมินผลการทำงาน และความเสี่ยงของพื้นที่ที่ดำเนินการไม่ได้ ส่งเสริมสวัสดิการทั้งระบบและเชื่อมโยงบริบทที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาและช่วยเหลือคนในสังคม วางจังหวะก้าวในการขับเคลื่อน และให้ระบบการเบิกจ่ายทั้งระบบ ให้เกิดการสนับสนุนจากทีมปฏิบัติการทั้งขาขึ้นและขาลง สร้างคนทำงานรุ่นใหม่ ออกแบบการหนุนเสริมโดยใช้งานเป็นตัวตั้งและเพิ่มหน้าที่บทบาทการทำงานร่วมกันระหว่างคณะทำงานกับเจ้าหน้าที่สถาบัน
ทั้งนี้ให้มีการจัดเวทีสมัชชาในระดับตำบล และระดับจังหวัด เพื่อสร้างพื้นที่ในการรับรู้งานและสื่อสารต่อหน่วยงานภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการสื่อสาร ข้อจำกัดการใช้เทคโนโลยี การใช้ระบบข้อมูล อาจจะทำให้มีผลต่อการขับเคลื่อนงานได้ จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพให้สามารถปฏิบัติการติดตามการขับเคลื่อนกองทุนและพัฒนากองทุนได้ รวมทั้งการพัฒนาข้อมูล และการใช้งานระบบโปรแกรมข้อมูลได้ดี
สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน มีดังนี้ 1.จำนวนกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ 6,032 กองทุน 2.จำนวนสมาชิก 5,962,838 คน 3.จำนวนเงินกองทุนรวม 17,639,409,523 บาท 4.จำนวนเงินที่สมทบจากสมาชิก 11,510,316,225 บาท 5.จำนวนเงินจ่ายสวัสดิการ 2,415,876,448 บาท 6.จำนวนคนที่รับสวัสดิการ 2,215,878 คน






