
“นางชิด กิ่งเมือง”หรือคนในชุมชนเรียกกันติดปากว่า ‘ป้าแมว’ ที่อาศัยอยู่กับลูกๆ และหลานๆ รวมกัน 13 ชีวิต โดยประกอบอาชีพเก็บขี้หมาและล้างถังขยะเลี้ยงครอบครัว
เดิมป้าแมวอาศัยอยู่พัทยากลางโดยเช่าบ้านที่เป็นอาคารพาณิชย์ ค่าเช่าเดือนละ 6,000 บาท เพื่อเปิดร้านซักรีดเสื้อผ้าซึ่งมีรายได้เดือนละประมาณ 40,000-50,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้ที่ค่อนข้างสูง
จนกระทั่งป้าแมวมีปัญหาด้านสุขภาพ จึงไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 4 จึงพักรักษาโดยการให้คีโม ฉายแสงและฝังแร่อยู่ประมาณ 3 ปี ช่วงที่หยุดพักรักษาตัวไม่ได้เปิดร้านซักรีดทำให้ป้าแมวไม่มีรายได้ เงินเก็บที่มีอยู่ก็เริ่มร่อยหรอ ป้าแมวจึงย้ายออกมาจากบ้านเช่าและได้เข้ามาอาศัยอยู่ในสหกรณ์นี้โดยการชักชวนจากพี่สาว ป้าแมวถือว่าเป็นสมาชิกของโครงการรุ่นแรกๆ

เนื่องจากป้าแมวป่วยและไม่มีรายได้จึงได้รับการช่วยเหลือจากกรรมการ โดยการหาอาชีพให้ทำที่เรียกว่าอาชีพ“เก็บขี้หมา ล้างถังขยะ” ได้เงินเดือนๆละ 6,000 บาท ค่าจ้างส่วนนี้เป็นเงินที่เก็บจากลูกบ้านสมาชิกที่เลี้ยงหมา โดยมีกฎระเบียบว่าบ้านใครที่เลี้ยงหมาต้องจ่ายค่าเก็บขี้หมาเดือนละ 100 บาท หน้าที่ของป้าแมว คือ จะเดินเก็บขี้หมาภายในโครงการทุกวันๆ ละ 2 รอบ คือเช้ารอบ 7 โมง ถึง 8 โมงเช้า และรอบบ่าย 5 โมงถึง 5 โมงครึ่ง และจะล้างถังขยะของชุมชนทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ มีทั้งหมด 3 โรง 14 ถัง จะเห็นว่าตั้งแต่ป้าแมวเข้ามาช่วยทำงานทำให้ชุมชนมีความสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นของขยะ ขี้หมาก็ไม่มี หรือมีก็น้อยลง “เพราะจะมีหมาบางตัวที่แอบมาขี้ตอนที่ป้าแมวเดินเก็บเสร็จแล้ว”

ป้าแมวได้พูดถึงการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน ที่ทุกคนปฏิบัติตามกฎกติกาการอยู่ร่วมกันทำให้ชุมชนน่าอยู่ ลดความขัดแย้ง และป้าแมวรู้สึกดีใจที่ทุกคนให้โอกาสรับป้าแมวเข้ามาทำงาน ทำให้มีรายได้ให้กับครอบครัวและที่สำคัญคือทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เครียดกับโรคภัยไข้เจ็บที่ตนเองเป็นอยู่ และรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของโครงการบ้านมั่นคง “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงเขาน้อยพัทยา จำกัด”
เล่าเรื่องโดย : นางปทุมพร เมฆสมุทร (ติ๋ม) สำนักสินเชื่อ พอช.






