
ร้อยเอ็ด / เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน ต.หนองแคน รวบรวมสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำนา และที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการลงทุนเพาะปลูกเพราะราคาข้าวต่ำทั้งที่ข้าวหอมมะลิเป็นที่รู้จักของทั่วโลก จึงมีแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าข้าวให้สูงขึ้น จึงเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์ นำข้าวหอมมะลิมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ที่ใช้ชื่อว่า “กุลา”

ใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น 8 ชนิด คือข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ต้นพญายา กวาวเครือขาว ว่านนางคำ ไพร เสลดพังพอน ใบหมาน้อย และพืชสมุนไพรมีคุณสมบัติเหมือนผงทานาคา นำทั้งหมดมาทำเป็นผงแล้วผสมให้เข้ากัน สรรพคุณช่วยให้ผิวสดใส ลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ฝ้า กระ รักษาแผลอักเสบ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย แก้อาการเม็ดผื่นคันและโรคผิวหนัง ในปีแรกเราให้สมาชิกในเครือข่ายทดสอบผลิตภัณฑ์ ต่อมาจึงนำไปขึ้นทะเบียนโอท็อปสินค้าของดี จ.ร้อยเอ็ด

การตลาดเริ่มจากการบอกแบบปากต่อปาก จากนั้นได้ขายผ่านทางเฟซบุ๊กในชื่อว่า “ดอน หนองโจน” จากนั้นได้มีการพัฒนาเป็นขนมต่างๆ ที่ทำจากข้าวหอมมะลิ ในหลายรูปแบบ อาทิ ขนมแครกเกอร์ ผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน ต.หนองแคน อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ปัจจุบันมุ่งขายออนไลน์จนเป็นที่รู้จัก การันตีว่าปลอดภัยไร้สารเคมี

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้หลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนส่งเสริมให้ชาวบ้านที่สำคัญทุกอย่างหาได้จากชุมชน ทำให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของทรัพยากรที่มีอยู่ สามารถตอบโจทย์เรื่องราคาสินค้าจากราคาข้าวสารที่ขายได้กิโลกรัมละ 38 บาท เมื่อแปรรูปผงขัดหน้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กลุ่มสามารถขายได้ในราคากิโลกรัมละ 2,500 บาท อันเป็นการแก้ไขปัญหาด้านสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
#เรื่องดีดีที่ชุมชน #20ปีพอชพลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน #สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน #รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด #พลเมืองตื่นรู้ #สู้โควิด19






