
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ‘บ้านพอเพียงชนบท’ จำนวน 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย มีฐานะยากจน สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม มีสภาพไม่ปลอดภัย ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เช่น หลังคารั่ว เสาเรือนผุ บันไดโยกคลอน พื้นบ้าน ฝาบ้าน ห้องน้ำ ห้องครัวชำรุด ฯลฯ ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง แข็งแรง มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

ล่าสุดวันนี้(8 สิงหาคม 63) นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานมอบบ้านพอเพียง ผู้ที่ประสบปัญหาเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย จ.สุราษฎร์ธานี 46 ตำบล จำนวน 721 ครัวเรือน งบประมาณ 13,750,500 บาท พร้อมมอบงบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท ฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤตโควิด 19 จำนวน 47 ตำบล วงเงิน 3,135,000 บาท งบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 44 ตำบล สมาชิก 51,864 คน วงเงิน 15,559,200 บาท และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน โดยมี นายถาวร พรหมฉิม นายอำเภอท่าฉาง คณะผู้บริหารกระทรวง พม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวชุมชนโครงการบ้านพอเพียงชนบท เข้าร่วมกว่า 300 คน ณ ศาลาประชาคมอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อม สามารถซ่อม-สร้างบ้าน ได้อีกเยอะ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง จะขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ

รมว.พม.กล่าวต่อ “บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่ เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน เพราะว่าชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งปี 2563 ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป”

ทั้งนี้ กระทรวง พม. มุ่งดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งโครงการบ้านเช่าราคาถูก เดือนละ 999 บาท โดยการเคหะแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ เพิ่มพูนทักษะ เตรียมพร้อมหลังสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานในวิถีชีวิตใหม่ โดยรัฐบาลพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้โอกาสกับทุกคน รมว.พม. กล่าวในตอนท้าย

นางวันจุรี สุวรรณรัตน์(คนกลาง)
นางวันจุรี สุวรรณรัตน์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการบ้านพอเพียงชนบท ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2562 ได้มีการสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 52 ตำบล ผู้รับประโยชน์ 1,179 ครัวเรือน งบประมาณรวม 19,750,00 บาท ดำเนินการสร้าง-ซ่อมแล้วเสร็จทั้งหมด และในปี 2563 ได้รับการสนับสนุน จำนวน 46 ตำบล 721 ครัวเรือน งบประมาณ 13,750,000 สร้าง-ซ่อม เสร็จแล้ว 227 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ 494 ครัวเรือน ในส่วนของโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน ได้รับการสนับสนุน ในปี 2563 จำนวน 21 ครัวเรือน งบประมาณ 399,000 บาท ปัจจุบันดำเนินการสร้าง-ซ่อมแล้วเสร็จ จำนวน 18 ครัวเรือน เหลืออีก 3 ครัวเรือนอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน ใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ ในการร่วมกัน สร้าง ซ่อม ออกแบบ และวางแผนการทำงานทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนให้มีที่อยู่อาศัย ร่วมถึงส่งเสริมเชื่อมโยงงานพัฒนาอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
ผลของการดำเนินงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน ล้วนสร้างความสุขทั้งกายและใจให้กับพี่น้องในชุมชนเป็นอย่างมาก โครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญในการลดปัญหาความเหลือมล้ำ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ คนไร้ที่พึ่ง ทำให้รับการช่วยเหลือ เกิดการดูแลซึ่งกันและกันของคนในชุมชน ทำให้ทุกคนในชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่เป็นมากกว่าการสร้างบ้าน แต่เป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี การเอื้ออาทร และการความร่วมมือ สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนด้วยพลังของคนในชุมชน และความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน นางวันจุรี กล่าวเพิ่มเติม

นายสมชาติ ภาระสุวรรณ(คนที่4จากขวา)
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึง โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ในปี 2563 ว่า พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จำนวน 21,115 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษแยกเป็น 1. โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน 2. โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน 3. โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน และ 4. ที่อยู่อาศัยชั่วคราว กรณีไฟไหม้ ไล่รื้อ 1,000 ครัวเรือน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579”

“กระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทนั้น จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว เช่น สภาองค์กรชุมชนตำบล กองทุนสวัสดิการตำบล เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง
ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา จากช่างชุมชน ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่ ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ผอ.พอช. กล่าวในตอนท้าย

นอกจากนี้รัฐมนตรี พม. ยังได้เดินทางลงพื้นที่ด้วยรถพ่วงข้างไปมอบบ้านที่ดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ ให้กับนางสุภาวดี เพรชจำนง และมอบพระบรมฉายาลักษณ์และธงตราสัญลักษ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งไปเยี่ยมบ้านพอเพียงชนบท อีก 4 หลัง ที่ดำเนินการอยู่ในตำบลเขาถ่าน

โครงการบ้านพอเพียงชนบทปี 2563 จำนวน 11,500 หลังทั่วประเทศ ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค แยกเป็น 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน 4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท




















