
กรุงทพฯ/(24 ก.ค.63) พอช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ สรุปผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือน ปี63 และจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 64 ซึ่งเป็นการทบทวนการทำงานงานในปี 2563 ทั้งฐานงานพื้นที่ แผนชุมชน แผนจังหวัดการทำงานในระดับภาคภาค ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็ง รวมถึงงานพัฒนาเชิงประเด็น สภาองค์กรชุมชน เศรษฐกิจและทุนชุมชน ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ ระบบบริหารจัดการองค์กร และเรื่องท้าทายปี 2564 รวมถึงการหารือแนวทางการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานแผนการทำงานร่วมกัน จากนั้นจะเป็นการสรุปทิศทางสำคัญ และวางแผนการทำงานที่เชื่อมโยงกันจากงานพื้นที่ถึงส่วนงานส่วนกลางกลางให้เห็นเป้าหมายร่วมกันในการทำงาน รวมถึงการจัดระบบการบริหารจัดการ เพื่อเป็นแนวทางการทำงานในปี 2564 ผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วย ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ คณะผู้บริหารพร้อมเจ้าหน้าที่ พอช. หน่วยงานภาคีต่างๆ จำนวนกว่า 100 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)

นายไมตรี อินทุสุต ประธาน คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)
นายไมตรี อินทุสุต ประธาน คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กล่าวถึง การทำงานของ พอช. ว่า ในการสื่อสารกับหน่วยงาน และสาธารณะให้เกิดความเข้าใจการทำงานของพอช. และขบวนองค์กรชุมชน จากที่มองแต่ตัวเราเอง ต้องปรับเปลี่ยน เป็นการมองจากภายนอกสู่ภายใน ซึ่ง งานพอช. มีการทำงานใน 5 แกน ประกอบด้วย แกนที่ 1 สภาองค์กรชุมชน : เป็นงานร่มธงใหญ่ของการดำเนินงานในพื้นที่ ซึ่งการตอบสนองความต้องการและความเดือดร้อนของคนในชุมชน แกนที่ 2 สวัสดิการชุมชน : จุดแข็ง คือ มีกองทุนสวัสดิการชุมชน 6,002 กองทุน เป็นการทำงานที่ชาวบ้านทำด้วยใจ จิตอาสา อาสาสมัคร แต่ต้องมีการทบทวนกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อจัดลำดับคุณภาพในการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน ต้องอุดรูรั่วให้ได้ แกนที่ 3 ที่อยู่อาศัย : บ้าน 5 ประเภท ประกอบด้วย (1) บ้านมั่นคง (2) บ้านริมคลอง (3) บ้านพอเพียงชนบท (4) ศูนย์คนไร้บ้าน (5) บ้านภัยพิบัติ แกนที่ 4 สินเชื่อ : เป็นงานที่จะไปสนับสนุนในส่วนของบ้านชุมชน ซึ่งปีนี้มีการ พักชำระหนี้ ในช่วงโควิด19 เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่น้องชุมชนที่เดือดร้อนแกนที่ 5 ธุรกิจชุมชน : การทำแผนธุรกิจชุมชนแบบเบ็ดเสร็จ มองแบบกระดานหมากรุก มีรุกมีถอย มองแบบกุศโลบาย คิดรอบด้าน เน้นการขับเคลื่อน โดยใช้ทุนในสังคมมากกว่าตัวเงิน

ผู้เข้าร่วมประชุม
ส่วนทิศทางการทำงานในปี 2564 ภายหลังจากสถานการณ์ covid นั้น ให้เชื่อมโยงการทำงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ที่ต้องทำงานด้วย ต้องเกาะเกี่ยว เชื่อมโยง ทำความคุ้นเคย วิสาสาปรมา ญาติ เปรียบเสมือนญาติสนิท เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในพื้นที่ สร้างความกระจ่าง ภารกิจการทำงานของ พอช. ที่มีการขับเคลื่อนโดยขบวนองค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน ให้กับหน่วยงานในพื้นที่และสาธารณะให้เป็นที่รับรู้ การใช้งานระบบ Digital สู่ e service ทำอย่างไรให้ digital เป็น innovation ซึ่งเป็นหัวใจสู่การทำ e service ในอนาคต เป็น Partner กับส่วนราชการ เพื่อสร้างการรับรู้การเรียนรู้ และการทำงานร่วมกันต่อไป การสร้างภูมิคุ้นกันและลดความเสี่ยงในชุมชน โดยใข้วิธีการ x ray เก็บรวมข้อมูลที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์การทำงานในพื้นที่ นายไมตรี กล่าวในตอนท้าย

ในที่ประชุมยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับการทำงานขับเคลื่อนหนุนเสริมขบวนองค์กรชุมชน ชุมชนท้องถิ่นให้สามารถจัดการตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิด และการทำงานรูปใหม่ หนุนเสริมการทำงานให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานในพื้นที่ กับยุทธศาสตร์จังหวัด กลุ่มจังหวัด และงบประมาณในจังหวัด ทบทวนงานพื้นที่ในปี 2564 โดยใช้ฐานตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งเป็นตัวตั้ง ให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความเข้าใจการทำงานสภาองค์กรชุมชน ความคาดหวังของสภาองค์กรชุมชน การใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางของตำบลในการจัดการตนเองในพื้นที่ การพัฒนาคนทำงานท่ามกลางการปฏิบัติงานในแต่ละประเด็น พัฒนาคนทำงานให้มีความสามารถในเรื่องเฉพาะด้านแต่ละประเด็นงาน การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การปรับตัวใหม่กับสถานการณ์ปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการใช้ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งที่กำหนดขึ้นจากชุมชน และการกระจายอำนาจและทรัพยากรสู่พื้นที่มากขึ้น สุดท้ายต้องวิเคราะห์การทำงาน “ที่ผ่านมา มีชุมชนใดบ้าง เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นพื้นที่รูปธรรม กำหนดอนาคตของตนเองและจัดการตนเองได้จริง”








