
สภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นเวทีประชุมของสมาชิกในตำบล เพื่อนำปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุมร่วมกัน เพื่อปรึกษาหารือ เสนอความเห็น เสนอแนะปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข หรือแนวทางการพัฒนาในท้องถิ่น”นับตั้งแต่ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ ประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2551 หลังจากนั้นขบวนองค์กรชุมชนในตำบลต่างๆ ทั่วประเทศจึงได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้นมา จากหลักสิบกลายเป็นร้อย จากร้อยเพิ่มเป็นพัน จนถึงปัจจุบัน มีการจัดตั้งสภาฯ แล้วทั่วประเทศแล้ว 7,791 สภาฯ ที่ผ่านมา สภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งต่างก็มีภารกิจและหน้าที่แตกต่างกันไปตามสภาพของพื้นที่ ตามสภาพแวดล้อม อาชีพ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม สภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่านี้ต่างก็ใช้การประชุมสภาฯ เป็นเวทีขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง
ล่าสุดวันนี้(09 กรกฎาคม 2563) คณะตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ พอช. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action plan) ในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต สร้างความร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการส่งเสริมธรรมมาภิบาลและการบริหารจัดการพัฒนา โดยมีเป้าหมายในการทำงาน สร้างกระบวนการชุมชน ชับเคลื่อนธรรมาภิบาลสู่ชุมชน “ชุมชนเข็มแข็ง มีธรรมาภิบาลและป้องกัน เฝ้าระวัง สร้างการมีส่วนร่วม สร้างความโปร่งใส” มีแผนเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมี นายภูมิวิศาล เกษมศุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุม one map ชั้น 2 สำนักงานป.ป.ท. อาคารซอฟแวร์ นนทบุรี

นายภูมิวิศาล เกษมศุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.
นายภูมิวิศาล เกษมศุข รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ท. กล่าวว่า ในการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action plan) ในการป้องกันและฝ้าระวังการทุจริต มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือจากสภาองค์กรชุมชนในดารแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่ และรวมพลังขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริต ตลอดจนการเฝ้าระวัง ติดตามความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ ได้มีแนวทางในการขับเคลื่อนที่สำคัญ ได้แก่ 1) สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม/ภาคประชาชนในการติดตาม แจ้งเบาะเเสในพื้นที่ 2) ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและการอบรมปฏิบัติการ และวิธีการป้องกันการทุจริต เพื่อให้เกิดการรักษาผลประโยชน์ของตนเองได้ 3) สร้างเครือข่ายพัฒนา ส่งเสริมกิจกรรมในชุมชนในการป้องกันทุจริตอย่างยุติธรรม 4) ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้ และ 5) ส่งเสริมกลไกในระดับเขต/จังหวัด ในการสร้างความร่วมมืออย่างสันตวิธีและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตาม ประเมินผลในการมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต

นายวิชัย นะสุวรรณโน ผู้อำนวยการภาคเหนือ พอช.
นายวิชัย นะสุวรรณโน ผู้อำนวยการภาคเหนือ พอช. กล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)หรือ พอช. ได้ประชุมหารือ กับสภาองค์กรชุมชนตำบล จัดทำร่างแผนปฏิบัติการการส่งเสริมธรรมาภิบาล ให้ ปปท. ได้พิจารณาหารือร่วมปฏิบัติการขับเคลื่อนโดยใช้ความร่วมมือจากสภาองค์กรชุมชน ในทุกระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย 1. Kick off และการบูรณาการความร่วมมือ ทุกภาคส่วนกับสภาองค์กรชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พอช. / มท. / ศอตช. /กอ.รมน. /สตง. /อปท. /กธจ. /ศปท./ ACT / ศูนย์ดำรงธรรม / ศูนย์ประสานงานเครือข่าย ฯ 2. MOU ระดับประเทศ และระดับจังหวัด ระหว่างสภาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงาน ปปท. เพื่อขับเคลื่อนงานสู่ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาคและประเทศ ระดับพื้นที่ 1. ทำความรู้จักแนวทางการทำงานร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 2. การพัฒนาเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับภาคีในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวัง มีส่วนร่วม สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 3. สร้างเวทีสาธารณะในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร 4. ใช้สมัชชาตำบล รณรงค์สร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจโครงการขาลง/สรุปโครงการ กระบวนการเรียนรู้ มีกลไกทุกหน่วยงานมาร่วมร่างระเบียบ หรือข้อตกลง “กติกาโครงการการบริหารธรรมาภิบาล” ช่วง 6 เดือน 12 เดือน

นายชูชาติ ผิวสว่าง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ
นายชูชาติ ผิวสว่าง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ กล่าวว่า แม้ว่าสภาองค์กรชุมชนฯ หลายตำบลจะมีความเข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาเองได้ แต่ก็มีอีกหลายแห่งที่จะต้องพัฒนาคุณภาพให้สามารถใช้สภาฯ เป็นเวทีกลางในการแก้ไขปัญหาในทุกๆ มิติของชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้สำเร็จ ดังนั้นจากนี้ไป พอช. และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดต่างๆ จะร่วมกันในการส่งเสริมให้สภาองค์กรชุมชนฯ ในพื้นที่ต่างๆ มีความเข้มแข็ง เช่น การพัฒนาศักยภาพผู้นำในด้านต่างๆ ส่งเสริมให้สภาองค์กรชุมชนฯ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายในระดับพื้นที่ จังหวัด และระดับชาติ เพื่อให้เกิดพลังในการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย
นายชูชาติ กล่าวต่อ สำหรับจังหวะก้าวในความร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการส่งเสริมธรรมมาภิบาลและการบริหารจัดการพัฒนา ปี 2563 ในระดับชาติ จัดประชุมร่วมกันระหว่างสภาองค์กรชุมชน พอช. ปปท. ในการสร้างความร่วมมือ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการส่งเสริมธรรมาภิบาล และการต่อต้านการทุจริตผ่านกลไกเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล พร้อมกรอบแนวทางการทำงานร่วมกัน วางแผนการขับเคลื่อนธรรมภิบาลสู่ชุมชน ในระดับจังหวัด แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 จัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจ ในระดับจังหวัด การปลูกจิตสำนึก เสริมสร้างทัศนคติด้าน ความซื่อสัตย์สุจริต การไม่ทนเฉยต่อการทุจริต ผ่านกระบวนการเสริมสร้างองค์ความรู้ ระยะที่ 2 ร่วมเฝ้าระวัง เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชุมชน ผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสาร Pacc Connect และช่องทางอื่นๆ
ทั้งนี้ข้อเสนอและความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดนี้ จะนำมาประมวลและพัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการการสร้างความร่วมมือในการป้องกันการทุจริตระหว่างกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)และสภาองค์กรชุมชน พร้อมเสนอต่อนโยบายให้เป็นแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อไป









