
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / วันนี้ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น. – 16.30 สำนักงานบ้านมั่นคงและที่ดิน (พอช.) จัดเวทีสรุปบทเรียนและกำหนดทิศทาง “จากครัวกลางสู่ความยั่งยืน” เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และสรุปผลที่เราได้จากการจัดทำครัวกลางชุมชน โดยมีผู้แทนชุมชนที่จัดทำครัวกลางชุมชนเข้าร่วม ประมาณ 50 คน
ในช่วง เดือน เมษายน 63 – ปัจจุบัน ได้เกิด วิกฤติการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งส่งผลกระทบมากมายในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย ด้านอาชีพ ทำให้ชุมชนต่างๆ ต้องทำการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำครัวกลางชุมชน การสร้างพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร โดยที่ผ่านมาทางชุมชนก็ไม่ได้ทำแค่ครัวกลางยังทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ มีการช่วยเหลือกันระหว่างชุมชนอย่างทั่วถึง
ในวันนี้ ผู้แทนชุมชน ที่จัดทำครัวกลาง ทั้ง 22 เขตใน กทม. และ 2 เทศบาล ในจังหวัดนนทบุรี รวมทั้งหมด 47 ครัวกลางชุมชน เข้าร่วมเวทีสรุปบทเรียนถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของการจัดทำครัวกลางชุมชน โดยตั้งแต่เดือน เม.ย. 63 – พ.ค. 63 – มิ.ย. 63 – ก.ค. 63 มีการแจกไปทั้งหมด 124,333 กล่อง มีการตั้งตู้ปันสุข 17 ตู้ และมีการพัฒนาพื้นที่ปลูกผักเพื่อความมั่นคงทางอาหารทั้งหมด 10 แห่ง ซึ่งสิ่งที่เห็นชัดในการทำครัวกลางชุมชน คือ ความช่วยเหลือสามมัคคีกันระหว่างชุมชนจากกิจกรรมชั่วคราวสู่กิจกรรมเพื่อความยั่งยืนของชุมชน
นายประวัติ จงสงวนประดับ(ผู้ชายสวมเสื้อสีเขียว)
โดย นายประวัติ จงสงวนประดับ ผู้แทนชุมชนเขตวังทองหลาง กล่าวว่า วังทองหลาง เป็นรุ่นแรก ทำครั้งแรก 19 เมย. 63 ทำ 400 กล่อง เริ่มต้นจากพบผู้ป่วยในพื้นที่ จึ้งมีการตั้งรับ ตั้งเป็นศูนย์โควิด-19 เนื่องจากพื้นที่มีผู้ที่กลับจากต่างประเทศจำนวนมาก จึงจัดทำอาหารให้ผู้ที่กักตัว โดยร่วมมือกับ พม. และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก พอช. นำของที่ได้รับการสนับสนุนมาประกอบอาหาร เช่น ปลากระป๋อง ชาวบ้านดีใจที่ได้รับอาหาร ทำให้เรามีความภาคภูมิใจในการทำครัวกลางครั้งนี้ ถึงมันจะเหนื่อย แต่มันเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข ได้รับความร่วมมือคนในชุมชนเป็นอย่างดี
นางอนัญญา กรวดกระโทก (ด้านขวาของรูป)
นางอนัญญา กรวดกระโทก ผู้แทนชุมชนพหลโยธิน 32 ได้รับงบครัวกลางจาก พอช และมีอีกหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยเหลือทำให้ขยายจำนวนครั้งในครัวกลาง มีการช่วยเหลือจากร้านค้าในชุมชน แต่ก็มีบางร้านอาหารในชุมชนที่บ่นว่าแจกอีกแล้วทำให้ร้านอาหารขายไม่ได้ เราเลยเลื่อนมาแจกเฉพาะตอนเย็น แจกไปแจกมาบางทีกับข้าวในบ้านตัวเองก็เอาไปแจก แต่มันก็เป็นความสุขใจที่ได้แบ่งปัน ได้เห็นรอยยิ้มของคนในชุมชน และความสามัคคี ต่อยอดไปสู่ตลาดชุมชนและช่วยเหลือสมาชิก

โดยในตอนท้าย นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวให้กำลังใจแก่พี่น้องในชุมชน ว่า “ครัวกลาง ไม่ใช่เป็นเพียงข้าวหนึ่ง ความหมายมันมากกว่าข้าว 1 กล่อง ครัวกลางเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ยิ่งใหญ่ เป็นสิ่งที่เราทำได้ แต่ละเมืองก็คัดแม่ครัวมือหนึ่งมาทั้งนั้น เป็นเรื่องที่น่าดีใจ เวลาที่เกิดเรื่องร้ายๆ เราจะเห็น คนลำบากยากไร้ ก็จะเห็น ความมีน้ำใจ คนแบ่งปันช่วยเหลือ เอื้ออาธรณ์ ซึ่งกันและกัน ดูแลกันและกัน
ช่วงโควิดได้เห็นว่าชุมชนมีความแข็งแรงมาก มีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่ในชุมชนมากมาย ประเทศที่รับมือโควิดได้ดีคือประเทศที่มีโครงสร้างชุมชนที่ดี เช่น เวียดนาม มีโครงการชุมชนเป็นบล็อคๆ ช่วยดูแลกัน อสม. ของไทยก็ดูแลได้ดี สร้างชื่อเสียงระดับโลก เรามีโครงสร้างชุมชนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ดูแลเฝ้าระวังกันเอง สมัยก่อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ คนไทยก็เยียวยากันด้วยครัวกลาง ตั้งกลุ่มร่วมกันช่วยเหลือกันก็เริ่มจากครัวกลาง”
ครั้งนี้ภัยพิบัติโควิด มีแรงคัดค้านเรื่องครัวกลาง เพราะมองว่าคนอยู่บ้านได้ แจกข้าวสารอาหารแห้งดีกว่า แต่ทาง พอช เห็นว่าครัวกลาง มีประโยชน์มากกว่า จึงดำเนินเรื่องครัวกลาง ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องน้ำท่วม โดยใช้หลักการว่า ครัวของชุมชนโดยชุมชน ทำกันได้เอง แต่ละครัวก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เกิดความรักสมัครสมาน เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ เรื่องง่าย ที่ทำได้เอง เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่






