
สวัสดิการ “คนเลี้ยงควาย” ควายออกลูกได้ 200 ที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง /
นอกจากสวัสดิการด้านเกิด เจ็บ ตาย สมาชิกกองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ยังมีสวัสดิการที่ครอบคลุมรวม 13 ด้าน หนึ่งในนั้นคือ การจัดสวัสดิการอนุรักษ์ควายไทย ต้นทางเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเลี้ยงควาย แหล่งต้นทางการผลิตเกษตรอินทรีย์ เมื่อกระบือของสมาชิกออกลูกทุกรอบการคลอด กองทุนฯ จะจ่ายเพื่ออนุรักษ์ควายไทย ตัวละ 200 บาท ซึ่งระเบียบข้อนี้ทำมาแล้ว 3 ปี จัดสวัสดิการ 248 ราย จ่ายเงิน 49,600 บาท มีควายทั้งหมด 778 ตัว ได้ปุ๋ยมูลควายสด 1,419 ตัน/ปี (คำนวณจาก 778 ตัว x 5 ก.กx365 = 1,419,850 ก.ก หรือ 1,419 ตัน/ปี) เป็นต้นทางของเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้สมาชิกกองทุนฯ กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้ลด หรือดังภาษาถิ่นที่ว่า “โนวเจียเมียนเซาะ”
จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์แผนชุมชนของกรรมการกองทุนฯ พบว่า ตำบลเมืองลีง มีความเพียงพอ และมั่นคงด้านปริมาณข้าว พื้นที่ทำนาที่มีศักยภาพในการผลิต 25,204 ไร่ สามารถผลิตข้าวหอมมะลิได้จำนวน 10,586 ตัน/ปี (เฉลี่ย 420 ก.ก/ไร่x 25,204 ไร่) บริโภคเอง จำนวน 1,127 ตัน/ปี (ประชากร 10,300 x 0.30 ก.ก.x365 วัน) เหลือจำหน่ายและส่งออกนอกพื้นที่ 9,458 ตัน/ปี
แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิต แต่ยังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขก็คือ เกษตรกรมีต้นทุนปัจจัยการผลิตสูง ปุ๋ยแพง เป็นหนี้สินรายครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่ทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว จึงเกิดปัญหาโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรม การปนเปื้อนทางอาหารและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษตามมา นี่เองจึงเป็นที่มาของ “สวัสดิการควายออกลูก”

นายวิเชียร สัตตธารา เลขานุการ กองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง เล่าให้ฟังว่า สวัสดิการชุมชนมันเป็นความท้าทายของสังคมไทย ไม่มีกองทุนไหนที่ภาคประชาชนจะรวมกลุ่มกันได้แล้วก็ดำเนินการโดยภาคประชาชน ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ทำงานสวัสดิการชุมชน คือมันจะสามารถเป็นไปได้หรือที่จะออมวันละ 1 บาทแล้วจะช่วยกันได้ แต่พอทำไปสักพัก เออ! มันใช่เลย สวัสดิการชุมชน นี่แหละคือคำตอบเพราะกองทุนสวัสดิการชุมชน มีครบองค์ประกอบ มีคณะกรรมการ มีการขับเคลื่อน มีส่วนร่วม มีการบริหารจัดการด้วยตัวเอง และมีการร่วมรับประโยชน์
การจัดตั้งสวัสดิการในชุมชนให้เกิดขึ้น มันเป็นการระดมทุนทุกทุนในพื้นที่ตำบล ในกระบวนการแรกนั้นก็คือ “ผู้ก่อการดี” ต้องหาผู้เสียสละ หาแนวร่วมที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการโดย พอช. ได้นำร่องไปก่อนแล้ว จังหวัดสุรินทร์โชคดีที่มีพระมหาวิระ ซึ่งเป็นพระได้นำกระบวนการนี้เข้ามาในจังหวัดสุรินทร์ แต่ไม่ได้เอาตัวเงินเป็นตัวตั้ง แต่เอาบุญเป็นตัวตั้ง หลายตำบลในสุรินทร์จึงใช้ว่า “กองบุญ”
กองบุญเป็นเพียงกุศโลบายมันเหมือนการให้ ให้เพื่อสร้างสังคม ให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี นี่คือที่มา กองสวัสดิการชุมชนมีองค์ประกอบมากกว่าสภาองค์กรชุมชนอีก เพราะจะมีการประชุมบ่อยครั้ง และมีเงินเป็นเครื่องมือในการจัดการ ถ้าบริหารดีมีธรรมาภิบาลจัดการดีเป็นระบบ สมาชิกก็เพิ่มขึ้น กองทุนสวัสดิการชุมตำบลเมืองลีงได้ปรับกติกาการจ่ายโดยการเอาสังคมเป็นตัวตั้ง โดยมีจัดสวัสดิการแต่งงานของคู่รักคู่ละ 10,000 บาท เพื่อเป็นทุนตั้งตัวภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อแก้ปัญหาท้องก่อนแต่งและตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร สวัสดิการเพื่อการศึกษามีทุกๆ 3 ปีเพื่อให้เด็กเข้ามาเป็นสมาชิก และตั้ง “สวัสดิการสุขภาพดี 5 ปีไม่มีเบิก” จัดของขวัญเพื่อเป็นของสมนาคุณแก่สมาชิก จัดสวัสดิการกองทุนให้แก่ทหารเกณฑ์คนละ 1,000 บาท และให้ทุนแก่นักเรียนสายวิชาชีพคนละ 1,000 บาท เพราะสายวิชาชีพสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ ใช้กองทุนเป็นเครื่องมือเพื่อให้ชุมชนเกิดความมั่นคงเป็นสุข ภายใต้สโลแกน “กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้ลด” หรือเรียกว่า “โนวเจียเมียนเซาะ”

นายวิเชียร เล่าให้ฟังต่อว่า กองทุนฯ ได้เล็งเห็นสิ่งที่ลงทุนแล้วผลตอบรับได้มากกว่าเงิน นั่นคือ “ควาย” เริ่มแรกหลายคนมองว่าจัดสวัสดิการไร้สาระ แต่จริง ๆ แล้วลึก ๆ แล้ว ควายเป็นกุศโลบายหนึ่งที่จะทำให้เกิด โนวเจียเมียนเซาะ บรรลุผล เพราะเราส่งเสริมให้คนเลี้ยงควายมีศักดิ์ศรี หลายคนมองว่าเป็นคนจน แต่เมื่อเราสนับสนุนไป ควายในตำบลเมืองลีงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เราให้กรรมการแต่ละหมู่บ้านสำรวจแล้วเปรียบเทียบได้ว่า คนเลี้ยงควายภาระหนี้สิ้นน้อยกว่าคนที่ไม่มีควายเลี้ยง ซึ่งมันเข้าและบรรลุผลต่อยุทธศาสตร์ของคนสุรินทร์ เพราะ
กินอิ่ม = คนเลี้ยงควายไม่ต้องแบ่งเงินไปซื้อปุ๋ยเคมี เพราะมีขี้ควายก็มีเงินกินอิ่ม
นอนอุ่น = เมื่อไม่มีหนี้สินเขาก็นอนอุ่นใจ หลับสบายไม่ต้องคิดมาก
ทุนมี = เขามีควาย ควายตกลูกปีละตัว เลี้ยงขายได้ มีทุน
หนี้ลด = มีทุนจากขายควายก็สามารถลดปลดหนี้ได้
“อันดับแรกคนเลี้ยงควายมีศักดิ์ศรี คนเลี้ยงควายมีความภาคภูมิใจในอาชีพที่ตนเองยังรักษาควายอยู่ คนเลี้ยงควายไม่ใช่ควาย เพราะควายจะมาเป็นต้นทางของทุกเรื่องใน โนวเจีย เมียนเซาะ มันส่งผลตรงนั้นเลย บางคนไม่สามารถเลี้ยงควายได้ ก็เลี้ยงวัวแทนก็ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นควายจึงเป็นการพลิกหลายๆ เรื่องที่ทำให้เขารู้จักเรา ในการที่จะทำให้การเลี้ยงควายเพิ่มมากขึ้น การทำให้มีทุน ครอบครัวอบอุ่น เพราะหนี้สิน เพราะผมมองว่าควายเพียงอย่างเดียวสามารถตอบโจทย์ กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้ลด หรือ สุรินทร์โนวเจียเมียนเซาะ”

พอเราจัดสวัสดิการชุมชนเรื่องควาย คนที่เขาเลี้ยงควายแล้วมารับสวัสดิการเขาก็แปลกใจว่า ควายออกลูกก็ได้เงินด้วยหรอ มันจุดประกายให้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกมาสมัครเพื่อเป็นสมาชิก มันเป็นจุดเริ่มต้นให้ชุมชนได้มองเห้นว่ามีกองทุนอยู่แล้วเขาก็ประชาสัมพันธ์ต่อ พอเข้ามาก็จะได้เห็นรายละเอียดอย่างอื่นที่เป็นเรื่องสวัสดิการด้วยสังคม ควายเป็นจุดๆ นึงที่ดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจว่ากองทุนทำอะไรบ้าง หลายๆ อย่าง ผมว่ามันเป็นกุศโลบายหนึ่งที่ทำให้คนรู้จักเรา คณะกรรมการได้เสนอว่าทำไมถึงไม่เลี้ยงช้าง ทางเราก็ได้ตอบไปว่า ช้างไม่ใช่วิถีชีวิตชุมชน ควายอยู่ในวิถีชีวิตชุมชน ควายเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้เมืองลีงได้รับรางวัล แต่สิ่งที่เราภาคภูมิใจอย่างหนึ่งคือเราทำป่าครอบครัว อันนี้ทำแล้วเป็นเรื่องใหญ่ นายวิเชียร กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ของตำบลเมืองลีง ความมั่นคงทางอาหารมันไม่ใช่เฉพาะการผลิตได้มากและพอใช้แต่หนี้สินไม่ลด ก็เลยไม่ถือว่าเป็นความมั่นคงของชีวิต จากการที่เราได้เจาะวิเคราะห์จากครอบครัวที่เลี้ยงควายแสดงให้เห็นว่านี่แหละคือความมั่นคงของชีวิต จึงใช้กลยุทธ์การเลี้ยงควายเป็นต้นทางของการที่จะทำให้อาหารมั่นคง ทำให้กรรมการกองทุนและสมาชิกมีความภาคภูมิใจว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถทำได้และขับเคลื่อนประเด็นอื่นในระดับตำบลได้ โดยผสานกับทุกฝ่ายและได้กำหนดยุทศาสตร์ไว้ 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
1) ยุทธศาสตร์สร้าง/ส่งเสริมพื้นที่ความมั่นคง อาหารปลอดภัย เรียนรู้ผลกระทบ การจัดการ สร้างสรรค์พื้นที่อาหารปลอดภัย จัดกระบวนการเรียนรู้การบริหารจัดการกลุ่ม โดยชุมชน เพื่อชุมชน เพื่อความยั่งยืน ฝึกปฏิบัติการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ในแปลงผักชุมชน กลุ่มบ้านกรูด ขุนอินทร์
2) ยุทธศาสตร์สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ลดเกษตรเชิงเดี่ยว ดูแล ฟื้นฟู ปลูกเสริม อนุรักษ์ป่าชุมชน ในพื้นที่ตำบลเมืองลีง จำนวน 4 ป่า สำรวจและสร้างเส้นทางแหล่งเรียนรู้ ความหลากหลายทางชีวภาพป่าโคกตาบูรณ์ สร้างแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา ในลำน้ำชี เป็นแหล่งพักพิง ที่หลบภัยวางไข่ ขยายพันธ์ เพิ่มปริมาณเป็นอาหารธรรมชาติให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งขยายประเด็นการสร้างเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติ ด้านป่าไม้ ในที่ดินเอกสารสิทธิ์ เพื่อเป็นแหล่งกำเนิดอาหารปลอดภัยจากธรรมชาติ ลดพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวเป็นวนเกษตร หรือป่าหัวไร่ปลายนา เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ จำนวน 75 ครอบครัว รวมทั้งรวมกลุ่มทำเรือนเพาะชำชุมชนเพื่อสนับสนุนป่าครอบครัว
3) ยุทธศาสตร์การบูรณาการเชื่อมโยงภาคีทั้งภายในและภายนอก ยกระดับเป็นฐานเรียนรู้ ศึกษาแลกเปลี่ยนกับองค์กรระดับชาติ ความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงภายในพื้นที่ ที่มีการเชื่อมโยง กับองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีงในการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกปี สนับสนุนผ่านกองทุน สปสช.ในการทำโครงการอาหารปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร สร้างสุขภาวะชุมชน และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ มีการเชื่อมโยงกับโรงเรียนเมืองลีงวิทยา โรงเรียนบ้านกรูดหนองซำ โรงเรียนบ้านทุ่งนาค โรงเรียนบ้านทวารไพร โรงเรียนหนองเหล็กประชาพัฒน์ โรงเรียนบ้านดงเค็ง ในการร่วมกิจกรรม บวชป่าทุ่งนาค การปลูกป่าเสริมและฟื้นฟูป่าทั้ง 4 แห่ง เชื่อมโยงกับมูลนิธิการศึกษาเพื่อโลกสีเขียว ร่วมอนุรักษ์ ร่วมวิจัย ขับเคลื่อนงานในด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น ฟื้นฟูป่าโคกดมและป่าโคกตาบูรณ์
เชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชนตำบลเมืองลีงในการปฏิรูปชุมชนท้องถิ่นอยู่ดีมีสุข จัดเวทีสภาพลเมืองลีง ต.เมืองลีง กำหนดยุทธศาสตร์ธรรมนูญตำบล หนึ่งตำบล หนึ่งแผนพัฒนา โดยเฉพาะแผนพัฒนาสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ เชื่อมโยงกับคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุรินทร์ในการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน เช่น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเป็นตัวแทนคณะกรรมการคงพื้นที่สอบทานกองทุนฯทุกปี การสนับสนุนให้เครือข่ายจัดการดำเนินงานขอสมทบงบประมาณจากรัฐบาล
นอกจากนั้นยังได้เชื่อมโยงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคม ในการจัดทำโครงการศึกษาบทเรียนกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.เมืองลีง เส้นทางเรียนรู้ป่าครอบครัวต้นแบบ ต.เมืองลีง และจัดทำข้อมูลเป้าหมายผู้ยากลำบากเพื่อรับสงเคราะห์จาก พมจ. และเชื่อมโยงกับศูนย์ป่าไม้จังหวัดสุรินทร์ สนับสนุนกล้าไม้ป่าและเปิดเรือนเพาะชำชุมชน เป็นศูนย์กลางส่งเสริมการปลูกป่าครอบครัว ป่าชุมชนและการทำวนเกษตรของสมาชิกที่สนใจอีกด้วย
อย่างไรก็ดี จากการดำเนินงานของกองทุนฯ แห่งนี้ ได้มีผลสำเร็จในเชิงประจักษ์ จึงทำให้ กองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง ได้ทะลุผ่านการพิจารณาจากเวทีในระดับภาคและเวทีระดับชาติ จนสามารถได้รางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน : ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิดของศาสตรจารย์ ดร.ป๋วย อึ๋งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ประจำปี 2563 ประเภทที่ 7 ด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ
“กองทุนฯ ได้คิดจัดสวัสดิการเรื่องของควายนี้ขึ้นมา มันเริ่มจากจุดเล็กๆ ค่อยๆ นำเสนอแนวคิดนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อให้เห็นในแนวทางที่ทำมา จากที่หลายคนมองข้าม ผ่านระดับภาคไปแล้วถือว่ากองทุนฯ ถูกรางวัลเลข 3 ตัวแล้ว ไปนำเสนอระดับชาติ เผื่อถูกรางวัลที่ 1 เราไม่กดดันเพราะเราเสนอในสิ่งที่เราทำมา ไม่ได้แอบอ้างใคร เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีแรงกดดัน ในเมื่อระดับภาคเขาเชื่อเรา ผมคาดว่าระดับชาติก็ต้องเชื่อเราเช่นกัน แต่เราก็เชื่อมั่นในการทำงานของคณะกรรมการ นี่เป็นรางวัลที่มีความภาคภูมิใจสำหรับกลุ่มคนที่ทำไม่ใช่แค่ผมคนเดียว เกิดความภาคภูมิใจที่ว่านอกจากเราทำได้แล้วเราสามารถให้ทุกคนมาทำก็ทำได้ นี่คือความภาคภูมิใจของสวัสดิการชุมชน” นายวิเชียร กล่าวในตอนท้ายอย่างภูมิใจ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าควายออกลูกจะได้เงิน 200 บาท ที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีงนั้น มาจากฐานวิธีคิดที่ลึกซึ้ง ที่ต้องการแก้ปัญหาให้กับคนในตำบล และสร้างสรรค์วิธีการในการดูแลจัดสวัสดิการไปพร้อมกัน โดยทำจากเรื่องเล็กๆ แต่ผลสัมฤทธิ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่เล็กเลย กองทุนฯ แห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2551 ปัจจุบันมีสมาชิก 2,030 คน มีเงินหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น 8 ล้านกว่าบาท มีการจัดสวัสดิการรวม 13 ด้าน สำหรับแผนอนุรักษ์ควายไทยเพื่อความยั่งยืนนั้น กองทุนยังได้วางแผนกลยุทธ์ เชิดชูครอบครัวอนุรักษ์ควายไทย จะมีการจัดเวทีอนุรักษ์และประกวดควายไทย จัดอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ควายไทย ขยายผลสมาชิกผู้เลี้ยงควายไทย และรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายผลิตปุ๋ย เพื่อให้คนเมืองลีงได้กินอิ่มนอนอุ่นทุนมีหนี้ลดอย่างยั่งยืนต่อไป
#เรื่องดีดีที่ชุมชน #20ปีพอชพลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน #สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน






