ตำบลเมืองลี เป็นตำบลหนึ่งที่อยู่ในอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของจังหวัด มีเนื้อที่โดยประมาณ 75 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 46,500ไร่ จำแนกเป็น พื้นที่ป่า 32,676 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย 550 ไร่ และพื้นที่ทำการเกษตร 12,774 ไร่ สภาพพื้นที่ทั่วไปของตำบลเมืองลี ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน คิดเป็นร้อยละ 95.95 จะมีที่ราบเฉพาะบริเวณที่อยู่อาศัย และพื้นที่เกษตรกรรมบางส่วน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลักษณะสูงชัน ไม่เหมาะกับการเกษตรกรรม ในพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ น้ำลี น้ำอูน และน้ำแขว่ง ตำบลเมืองลีมีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน 530 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 2,220 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวน ทำไร่ ทำนา รับจ้าง ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ มีพืชเศรษฐกิจหลักได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มะแข่น (ภาษากลาง เรียกว่า กำจัด) ถั่วเหลือง มะต๋าวหรือลูกชิด เงาะ ลิ้นจี่ เป็นต้น
ในอดีตเมืองลีมาจากคำว่าเมืองลี้ ซึ่งหมายถึงผู้คนจากเมืองต่างๆ ที่หลบลี้หนีภัยข้าศึกสงคราม หรือหนีโทษบ้านเมืองก็มักจะไปซ่อนตัวอยู่เมืองนี้ เนื่องจากพื้นที่มีสภาพเป็นป่าเขา ระยะทางห่างไกล ยากแก่การค้นหาตัว สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองลี น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากภาษาบาลี เพราะคำว่าลี หรือลีนะ แปลว่าหลีกเล้น หรือซ่อนตัว ซึ่งก็ได้ความหมายเหมือนกับคำว่าลี้ เพราะว่าในยุคนั้นผู้คนมักนิยมเรียกชื่อเมืองเป็นภาษาบาลี เช่น เมืองหิน ว่าเมืองเสลานิคมหรือเรียกเมืองน่านว่าเมืองนันทบุรี เป็นต้น

บนเส้นทางสู่การจัดการตนเอง
หากย้อนหลังไปในอดีตตำบลเมืองลีเป็นตำบลเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่จึงเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีความเป็นอยู่ที่เกื้อกูลอาศัยกันด้วยระบบเครือญาติค่อนข้างสูง การดำรงชีวิตและทำมาหากินด้วยการพึ่งพาตนเอง พึ่งพาอาศัยซึ่ง กันและกัน รวมถึงพึ่งพาทรัพยากรจากธรรมซาติในพื้นที่อย่างสมดุล ต่อมาเมื่อการพัฒนาต่างๆ เริ่มเข้ามาใน พื้นที่ และขยายตัวอย่างรวดเร็วได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งที่เป็นโอกาสและผลกระทบ ที่เห็นได้อย่าง ชัดเจนคือปัญหาทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายอันเนื่องมาจากการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ/พืชเชิงเดี่ยว(ข้าวโพด) มีการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการผลิต มีการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างเข้มข้นส่งผลให้เกิดปัญหาและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีปัญหาสุขภาพ ร่างกายทรุดโทรม จากปัญหาดังกล่าวได้ นำมาสู่การรวมตัวของคนในตำบลมีการพูดคุยเพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการลุกขึ้นมาจัดการป่าชุมชนในนามของกลุ่มฮักเมืองลี มีการจัดทำแนวเขตการจัดการป่าชุมชนของแต่ละหมู่บ้าน มีการตรวจลาดตระเวนป่า การสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศน์ ต่อมาประมาณปี 2555 -2556 ได้มีการสำรวจและจัดทำข้อมูลที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเพื่อเนื่องจากพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่ของตำบลไม่มีเอกสารสิทธิ์เนื่องจากอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติร้อยละ 85 เมื่อมีข้อมูลที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยแล้วได้มีการพัฒนากลไกการบริหารจัดการที่ดินโดยชุมชนในรูปแบบของโฉนดชุมชนโดยได้ยื่นคำขอให้มีโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2553 และผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิในที่ดินร่วมกับ P-Move และเครือข่ายภาคประชาชน

ผังชีวิต ผังชุมชนตำบลเมืองลี
ตำบลเมืองลีได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงชนบทจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการรวมทั้งสิ้น 393 ครัวเรือน ชุมชนมีแผนการพัฒนาพื้นที่ทำสำคัญที่นอกเหนือจากการซ่อมแซม สร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ไม่แข็งแรง ทรุดโทรมได้แก่การพัฒนาระบบน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค การพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและธรรมชาติ โดยเมื่อวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดเวทีเพื่อพัฒนาและจัดทำผังชีวิต ผังชุมชนคนเมืองลีขึ้นโดยความร่วมมือของชุมชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน), องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีเป็นเจ้าภาพหลัก โดยมีภาคีพัฒนาคือโครงการขยายผลโครงการหลวงน้ำแขว่ง ตัวแทนน่าน Sand Box และนักวิชาการมาร่วมให้มุมมองการวิเคราะห์และการออกแบบการจัดทำผังชุมชน โดยชุมชนได้ร่วมกันทำแผนที่ทำมือ ข้อมูล ศักยภาพตำบล ก่อนที่จะมีการวางผังการการพัฒนาระบบน้ำเพื่อการทำเกษตรซึ่งจะรองรับการปรับตัวของเกษตรกรจากการผลิตพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรแบบผสมผสานลดการใช้สารเคมี สนับสนุนให้มีการปลูกไม้ผลในพื้นที่ไร่ข้าวโพดเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ซึ่งแต่ละชุมชนได้วิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่โดยใช้แผนที่รายแปลงมาเป็นเครื่องมือในการวางแผน มีการวิเคราะห์ต้นทุนน้ำทั้งระบบโดยลงรายละเอียดแต่ละหมู่บ้านทั้ง 7 หมู่บ้าน พร้อมกับวิเคราะห์ครัวเรือนและพื้นที่แปลงเกษตรที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำในอนาคตรวมทั้งแนวทางการเชื่อมโยงแผนการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภาคีต่างๆ หลังสิ้นสุดกระบวนการจัดเวทีได้มีการนัดหมายกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อมาร่วมกันออกแบบวางแผนการจัดผังชีวิต ผังชุมชนในด้านอื่นๆ อีกครั้งหนึ่งในเดือนถัดไป









