
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด ได้ประชุมร่วมกันนายวัชระ เกตชู รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด (คนที่สามจากซ้าย) เล่าถึงการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำแล้ง ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุการณ์ภัยพิบัติปี 2559-2560 จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวดและศูนย์แพทย์วิถีธรรม (ดร.ใจเพชร กล้าจน หมอเขียว) ได้ร่วมกันดูแลช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยตำบลชะอวด และตำบลเคร็ง ทำงานเรื่องการฟื้นฟูหลังน้ำลด เรื่องศูนย์ภัยพิบัติเก็บข้อมูลความเดือดร้อน การเตรียมความพร้อมภัยพิบัติ สวัสดิการชุมชนเพื่อตั้งกองทุนฟื้นฟูอาชีพ การประสานภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ อาศรมศิลป์ บริษัทแปลน มูลนิธิเด็ก เครือข่ายศิลปิน เพื่อตั้งกองทุนซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น
สภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนศูนย์เตรียมรับมือภัยพิบัติ มีการหารือร่วมกันหลังน้ำท่วมใหญ่ถึงปริมาณฝนที่ตกน้อยลง ในปี 2562 น้ำแล้งมากขึ้นเกิดไฟไหม้พื้นที่บริเวณป่าพรุ จึงมีการประชุมสภาองค์กรชุมชน พบว่าปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งเกิดขึ้นเป็นประจำ และยังไม่เห็นทางออกว่าจะทำอย่างไร หลักจากประชุมกันอีก 2-3 ครั้ง มีคนพูดถึงธนาคารน้ำใต้ดิน

ขณะนั้นกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้พี่น้องทั่วประเทศจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน อำเภอชะอวดได้มีการทดลองทำเบื้องต้นในพื้นที่ตำบลวังอ่าง จึงมีการให้ความรู้กับชาวบ้านและประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องธนาคารน้ำใต้ดิน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ชาวบ้านเห็นว่าน่าจะเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจึงทำโครงการขอสนับสนุนเรื่องธนาคารน้ำใต้ดิน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและได้รับอนุมัติโครงการสนับสนุนรถ Macro คนขับ และค่าน้ำมัน
เป้าหมายการดำเนินงาน 100 จุด ทั่วตำบลชะอวดจัดทำเป็นพื้นที่นำร่อง ทำบ่อเปิดอีกจำนวนหนึ่ง มีการประชุมกัน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย 1) สภาองค์กรชุมชน 2) ช่างขององค์การบริหารส่วนจังหวัด 3) ท้องถิ่น 4) ศูนย์แพทย์วิถีธรรม สรุปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้
1) ศูนย์แพทย์วิถีธรรมเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการและใช้พื้นที่จัดทำเป็นพื้นที่เรียนรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน
2) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสนับสนุนเครื่องจักร รถ Macro น้ำมันรถ คนขับจนแล้วเสร็จ
3) พี่น้องชาวบ้านเข้าอบรม 1 วัน คือ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาและทำพิธีเปิดโครงการ โดยชาวบ้านต้องจัดเตรียมวัสดุในการทำธนาคารน้ำใต้ดินเอง
4) สภาองค์กรชุมชนตำบลชะอวด ทำหน้าที่ประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ปัจจุบันพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ธนาคารน้ำใต้ดินได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และจะดำเนินการพื้นที่ของชาวบ้านต่อไป กำหนดแล้วเสร็จภายใน 30 มีนาคม 2563 คาดว่าประมาณเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2563 จะมีฝนตกตามฤดูกาล และชาวบ้านจะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้จนถึงปลายปีนี้
#เรื่องดีดีที่ชุมชน#20ปีพอชพลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน#สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน#CODI#ประเทศไทยดีขึ้นทุกวัน






