
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมพิธีบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดสระบุรี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสระบุรี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ในการร่วมกันสนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามแนวทางโครงการบ้านพอเพียงชนบท ณ ห้องประชุมตะแบกนา ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี โดยมีนายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีและมอบของขวัญปีใหม่ “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563” แก่ผู้แทนจากพื้นที่ตำบลต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณ โดยมีเจ้าหน้าที่ พอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

การลงนามบันทึกความร่วมมือในวันนี้ มี 2 โครงการ คือ โครงการสนับสนุนบ้านพอเพียงจังหวัดสระบุรี ปี 2563 และ โครงการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน จังหวัดสระบุรี ระหว่างนายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กับ นายถนอม คีรีเวช คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี และนางสาวน้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสระบุรี (ภาคีความร่วมมือ) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในแนวทางที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งและองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เน้นกระบวนการเรียนรู้ขององค์กรชุมชน ในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่น โดยการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่นำไปสู่การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นในด้านต่างๆ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และสังคม ซึ่งมีสาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ มีข้อตกลงร่วมกันระหว่าง พอช. และขบวนองค์กรชุมชนระดับตำบล จังหวัด และหน่วยงานภาคี ในการสนับสนุนให้ครัวเรือนที่ยากจน มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยในชุมชนได้มีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น มีความมั่นคง โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลักในการดำเนินการให้ชุมชนได้ดูแลและช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ยากจนในการดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุงต่อเติมบ้าน หรือการสร้างใหม่แทนบ้านเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม ตลอดจนพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถวางแผนจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยร่วมกันในระดับพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถเชื่อมโยงกับงานพัฒนาด้านต่างๆ ในตำบล ตามแนวทางใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งและองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น

นางกมลปฐมพร กัณหา ประธานคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลในพื้นที่จังหวัดสระบุรีพบว่ามีครอบครัวที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน 1,128 หลังคาเรือน มีการกำหนดแผนการซ่อมแซมและก่อสร้างใหม่ ระยะเวลา 5 ปี โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ที่ผ่านมามีการดำเนินการแก้ไขปัญหาผ่านโครงการบ้านพอเพียงชนบทไปแล้ว 548 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 8,740,776 บาท โดยเริ่มดำเนินการในปี 2560 จำนวน 48 ครัวเรือน ปี 2561 จำนวน 228 ครัวเรือน ปี 2562 จำนวน 152 ครัวเรือน และปี 2563 จำนวน 120 ครัวเรือน และยังเหลือครัวเรือนที่เดือดร้อนยังไม่ได้ดำเนินการ 580 ครัวเรือน

นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประธานในพิธีได้มอบของขวัญปีใหม่ “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563 จำนวน 12 ตำบลแก่ผู้แทนที่เข้าร่วม และกล่าวให้กำลังใจแก่ขบวนจังหวัดและพื้นที่ตำบลว่า จากข้อมูลการสำรวจผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในจังหวัดสระบุรี ซึ่งมี 1,128 หลังคาเรือน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขปัญหาไปแล้ว 548 ครัวเรือน ถือว่ามีการดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วครึ่งทาง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการดูแลคนในสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การที่จะหนุนเสริมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้นำในท้องที่และท้องถิ่น
“ประชาชนมีบ้านที่อบอุ่น ไม่จำเป็นต้องสวยหรู แต่อยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต สามารถนำไปสู่การสร้างชุมชน สังคมที่ดี โดยมีคนในชุมชน สังคม ช่วยกันเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงาน เป็นฟันเฟืองในการพัฒนา ชุมชน สังคม ไปสู่การพัฒนาระดับประเทศในรูปแบบเดียวกัน ในการมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาของประชาชนในด้านที่อยู่อาศัย การที่บ้านทรุดโทรม ทำให้ไม่มั่นคงปลอดภัย ผู้อยู่อาศัยเองก็มีสภาพจิตใจที่ไม่ดี การแก้ไขปัญหา เป็นการเยียวยาจิตใจ เสริมพลังให้ต่อสู้ต่อไปในอนาคต และคาดว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะสำเร็จในอนาคตอันใกล้” รองผู้ว่าฯ สระบุรีกล่าว

ด้านนายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก พอช. กล่าวถึงทิศทางและแนวทางของสถาบันฯ ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชน ปี 2563 ว่าพลังพี่น้องขบวนองค์กรชุมชน ท้องที่ท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ โดยคนในพื้นที่เป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของตนเอง พอช.มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 300 กว่าคน มีเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการที่รับผิดชอบการทำงานใน 77 จังหวัด จำนวน 200 กว่าคน ส่วนที่เหลือจำนวนประมาณ 100 คนเป็นส่วนสนับสนุน ดังนั้น แนวทางการทำงานของ พอช. จึงมุ่งหวังให้ขบวนองค์กรชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา เป็นผู้ลุกขึ้นมาจัดการแก้ปัญหาของตนเอง บนฐานความคิดการทำงานที่โปร่งใส โดยทำงานผ่านขบวนองค์กรชุมชน เพื่อส่งผลกระทบสู่การทำงานเชิงนโยบาย ทั้งเรื่องระเบียบ กติกา ตลอดจนเรื่องสุขภาพ ความรู้ ความเชื่อ โดยเป็นการทำ 1 เรื่อง เปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง เช่น การซ่อมสร้างบ้าน นำไปสู่การเปลี่ยความคิดและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาคี ผ่านเครื่องมือตามประเด็นงานขององค์กร
“พอช.พยายามใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น สภาองค์กรชุมชน เป็นเวทีกลางในกรให้ผู้คนในชุมชน ตำบล นำปัญหามาพูดคุย แลกเปลี่ยน วางแผนแก้ปัญหาร่วมกัน ในรูปแบบคิดร่วม ทำงานร่วม ตัดสินใจร่วมและรับผลร่วมกัน โดยมีบ้านเพียงเป็นเครื่องมือในการทำงาน นอกจากนี้ยังมีเรื่องสวัสดิการชุมชน ซึ่งเป็นการสมทบงบประมาณจากชาวบ้าน ปัจจุบันมีการสมทบจากประชาชาชนประมาณ 12 ล้านบาท มีงบประมาณจากภาคประชาชนมากกว่า 15,000 กว่าล้านบาท นำไปสู่การดูแลช่วยเหลือจัดสวัสดิการพื้นฐานแก่สมาชิก และยกระดับไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคพื้นฐาน การเปลี่ยนวิธีคิดของคนในชุมชนในการลดการพึ่งพาคนภายนอกสู่การพึ่งพาตนเอง และยังมีโครงการบ้านมั่นคงเมือง บ้านมั่นคงชนบท บ้านพอเพียงชนบท บ้านริมคลอง บ้านคนไร้บ้าน การขับเคลื่อนประเด็นงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน ซึ่งที่ผ่านมามองว่าให้รัฐเป็นผู้สนับสนุน แต่ พอช. คิดว่า พอช. ต้องมีแผนการพัฒนาธุรกิจของตนเอง เพื่อบริหารธุรกิจขององค์กรมากกว่าแผนการขอเงินไปทำธุรกิจ” ผอ.ภาคกลางและตะวันตกกล่าว
นายธีระพงศ์กล่าวในตอนท้ายว่า นอกจากนี้ พอช. ยัง มุ่งเน้นการพัฒนาคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จ และเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาแกนนำในระดับจังหวัด และพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ด้วยการสร้างความร่วมมือและบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคีต่างๆ เช่น หน่วยงานท้องถิ่น โดย พอช.จะใช้ความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ ในรูปแบบของการทำงานแบบทีมผสมลงมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถสนับสนุนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนได้คราวละหลายๆ เรื่องไปพร้อมๆ กัน
ทั้งนี้ ในปี 2563 จังหวัดสระบุรี ได้รับงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนจากความเห็นชอบของคณะพิจารณากลั่นกรองโครงการ ภาคกลางและตะวันตก ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 ผ่านโครงการบ้านพอเพียงชนบท ระดับจังหวัด จำนวน 131,500 บาท ระดับตำบล จำนวน 12 ตำบล รวม 120 ครัวเรือน งบประมาณ 1,995,000 บาท และโครงการสวัสดิการชุมชน ระดับจังหวัดแล้ว จำนวน 300,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 2,426,500 บาท








