
วันที่ 2 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา พอช. ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรชุมชนขับเคลื่อนประเด็นงานที่ดินและที่อยู่อาศัย จัดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาที่อยู่อาศัยกลุ่มจังหวัด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม พอช. เพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน แผนงานการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัย พื้นที่เป้าหมาย และเสนอแผนของกลุ่มจังหวัด มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัยในศตวรรษใหม่ กลุ่มจังหวัดควรกำหนดเป็นวาระร่วมในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคง ยั่งยืนโดยชุมชนท้องถิ่น ให้มีการวางแผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาภาพรวมของกลุ่มจังหวัด เชื่อมโยงกลไกการทำงาน พัฒนาข้อมูลภาพรวมผู้เดือดร้อน การใช้ประโยชน์ที่ดิน สร้างทุนชุมชน มีการวางแผนผังการพัฒนาตำบลตามบริบทอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเศรษฐกิจ และสังคม ประสานการทำงานร่วมกับท้องถิ่น หน่วยงาน ภาคี แก้ปัญหาคนที่ไม่มีที่ดินที่อยู่อาศัย

จากนั้นมีการเสวนาแลกเปลี่ยนพื้นที่รูปธรรมในการจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยในเมืองและชนบท
1.เมืองยานนาวา กรุงเทพมหานคร : เป็นพื้นที่รูปธรรมในการจัดการที่อยู่อาศัยทั้งเมือง จากปัญหาการถูกไล่ที่จากที่ดินธนารักษ์ ที่ดินวัด และที่ดินเอกชน ชุมชนจึงรวมกลุ่มกันสร้างเครือข่ายเมืองยานนาวา สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน และที่ดินที่จะสามารถรองรับการอยู่อาศัย วางแผนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยครอบคลุมทั้งเขต โดยเริ่มการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นำร่องก่อนที่ชุมชนเย็นอากาศ และชุมชนเชื้อเพลิง และเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาที่ดินรองรับผู้เดือดร้อน ตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างทุนชุมชน สร้างรูปธรรมการแก้ไขปัญหาให้ชุมชนอื่นๆได้เชื่อมั่นและเห็นภาพความเป็นไปได้ พร้อมกับการทำข้อมูลและจัดตั้งกลุ่มในชุมชนที่พร้อม และการทำความเข้าใจชุมชนที่เหลือทั้งหมด ที่สำคัญคือ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเมืองที่มีบทบาทในการช่วยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คลี่คลายปัญหาข้อติดขัด เชิงนโยบาย รับรองสิทธิ์ พิจารณาผู้เดือดร้อน ติดตามประเมินผล และประสานงานเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มีองค์ประกอบจากผู้นำชุมชนที่เดือดร้อน รวมกันเป็นเครือข่ายเมืองยานนาวา สภาองค์กรชุมชน ภาคีสถาบันการศึกษา เครือข่ายอิสระ สำนักงานเขตทั้งผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาชุมชน ฝ่ายโยธา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรถไฟ ท้องที่ การไฟฟ้า การประปา กรมธนารักษ์ กรมที่ดิน สหกรณ์จังหวัด และ พอช. นอกจากนี้ยังมีบทบาทในระดับปฏิบัติการ สนับสนุนการจัดกระบวนการพัฒนาโครงการ สำรวจผู้เดือดร้อน จัดตั้งทีมทำงาน พัฒนากระบวนการออมทรัพย์ สรุปข้อมูล และรายงานผลการปฏิบัติการ เมื่อสำนักงานเขตเห็นความสำคัญของปัญหาชุมชนและทำงานหนุนเสริมกัน จึงสามารถร่วมกันประสานกับหน่วยงานต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชน 14 เขต ในกรุงเทพมหานคร และประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครเพื่อสร้างความร่วมมือไปสู่การขยายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้ง 14 เขต
2.ตำบลคลองหินปูน จังหวัดสระแก้ว : พื้นที่รูปธรรมในชนบทกับการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย สภาองค์กรชุมชนเปิดพื้นที่ให้ผู้เดือดร้อนได้ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตนเอง มีโอกาสได้มาร่วมคิด ร่วมกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง แก้ปัญหาหนี้สิน แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จากการใช้ฐานข้อมูลชุมชนวางแผนการพัฒนา สร้างระบบทุนชุมชนเอง ทั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน พัฒนาเป็นสถาบันการเงิน และตั้งกองทุนที่ดินทำกินเพื่อแก้ปัณหาที่ดินหลุดมือ และปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน พัฒนาระบบฐานข้อมูลสู่การวิเคราะห์วางผังพัฒนาตำบลทุกมิติ ประสานเชื่อมโยงแผนสู่ท้องถิ่น และหน่วยงานมาหนุนเสริมตามความต้องการพัฒนาตามแผนของตำบล เกิดความร่วมมือกับเบญจภาคีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านการพัฒนาตลาดให้สินค้าการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีในการดูแลพื้นที่เกษตรกรรม
3.ตำบลแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ : พื้นที่รูปธรรมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่า เริ่มจากการวางเป้าหมายที่คนในตำบลแม่ทาต้องมีความเป็นอยู่ที่ดี มีสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน ตั้งกลไกที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนร่วมคิดร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และร่วมรับผลประโยชน์ อนุรักษ์ป่า และกำหนดระเบียบการใช้ทรัพยากรที่ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี จัดทำแนวเขตป่า ดูแลรักษาป่า ช่วยกันทำแนวกันไฟ ปลูกป่า อนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ นอกจากนี้ยังมีการสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งตำบล จัดทำหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดิน และร่วมกันกำหนดผังชีวิตผังชุมชนตำบลแม่ทา โดยคนในตำบลร่วมกันวางผังชุมชนตกลงกำหนดพื้นที่การใช้ประโยชน์และระเบียบข้อตกลงในการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภท เช่น พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ป่าใช้สอย พื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ปศุสัตว์ เป็นต้น และพัฒนามาสู่ข้อบัญญัติตำบล เพื่อป้องกันคนภายนอกมาทำลายวิถีชีวิต รุกล้ำทรัพยากรของคนในตำบล นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการปลูกไม้ใช้สอยสำหรับรองรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต โดยท้องถิ่นออกใบรับรองการปลูกไม้ยืนต้น เพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นต้นไม้ที่คนในชุมชนปลูกเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการพิสูจน์ว่าคนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ตามวิถีเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ตำบลแม่ทายังจัดความสัมพันธ์ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าร่วมกับกรมป่าไม้ จนในวันที่ 5 เมษายน 2562 ตำบลแม่ทาได้รับมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในการนี้ได้มีการกำหนดให้แต่ละพื้นที่จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับกลุ่มจังหวัดเพื่อเสนอแนวทาง เป้าหมาย และงบประมาณต่อไป


เขียนโดย กรรณิการ์ เมืองแก้ว เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูลสำนักบ้านมั่นคงและที่ดิน






